ฟังเสียงคนรุ่นใหม่ ในวาระวิกฤตสภาพภูมิอากาศ

หลังจากเยาวชนและประชาชนชาวกรุงเทพมหานครที่มีความตระหนักถึงภัยพิบัติจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความจำเป็นเร่งด่วนที่ประชาคมโลกต้องร่วมกันควบคุมสภาวะโลกร้อน ร่วมออกเดินขบวนไปพร้อมๆกับผู้คนที่มีความตระหนักแบบเดียวกันทั่วโลกในกิจกรรม Global Climate Strike ที่กรุงเทพฯเมื่อวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม ได้บันทึกปากคำของคนรุ่นใหม่เหล่านี้ว่าพวกเขาคิดอย่างไรกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ และทำไมพวกเขาถึงต้องออกมาแสดงพลังในครั้งนี้   นายวิศิษฐ์ โพธิ์ประสิทธิ์ อายุ 20 ปี นักศึกษาระดับชั้นปี 1 มหาวิทยาลัยในออสเตรเลีย ผมรู้เรื่องนี้จาก social media ครับ มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บมากที่ราชการเราไม่เห็นเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้างบนโลกใบนี้ตอนนี้ นั่นทำให้ผมค้นคว้ามากขึ้นว่าข้าราชการกำลังทำอะไรอยู่ และพบว่าแทนที่เขาจะพัฒนาสิ่งแวดล้อมของเราให้สะอาดขึ้น หันมาใช้พลังงานที่สะอาดขึ้น เขากลับพยายามเปิดโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินอีกถึง 3 แห่ง ทั้งๆที่ถ่านหินเป็นพลังงานที่ทำให้สิ่งแวดล้อมของประเทศเราและโลกสกปรกไปอีก ซ้ำยังปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศทำให้โลกร้อนขึ้น น้ำแข็งละลาย ทำให้มีคนตาย เพราะว่าน้ำท่วม ที่ผมมาสนใจเรื่องนี้เพราะประเทศไทยเรายังไม่ได้ทำอะไรจริงจังต่อปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผมในฐานะที่เป็นประชาชนคนไทยจึงต้องลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง ผมไม่อยากให้มีคนต้องได้รับผลกระทบแบบนี้ต่อไปในอนาคต และถ้าเราไม่ทำอะไรสักอย่างอนาคตเราจะลำบากแน่นอน สิ่งที่น่าละอายมากที่สุดคือราชการไทยไม่ได้ให้ความใส่ใจกับปัญหาสิ่งแวดล้อมเลย ถ้าอย่างน้อยเขาใช้เวลาไปที่ไร่นา ไปที่ภาคเหนือ เขาจะเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นที่อยู่ที่นั่น แล้วถ้าเขาฟังหน่อยว่าทั่วโลก เขากำลังตระหนักเรื่องอะไรอยู่ เขาจะยิ่งเข้าใจเลยว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมในอนาคตไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะว่าทั้งนักวิทยาศาสตร์ได้คำนวนไว้แล้ว และเขาก็บอกว่าส่วนมากโอกาสสูงมากที่ปี 2030 กรุงเทพฯจะจมทะเลจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น   วิชุดา กมลพันธุ์ […]

ศิริรุ่ง ศรีสิทธิพิศาลภพ

ศิริรุ่ง ศรีสิทธิพิศาลภพ

20/09/2019

เวลากำลังนับถอยหลัง ยูเอ็นเตือนชาวโลกให้เร่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกก่อนสาย

ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังกลายเป็นแนวหน้าสมรภูมิโลกร้อน นักวิชาการนานาชาติกล่าวย้ำให้ทุกประเทศขยับเป้าหมายลดโลกร้อนตามภาคีความตกลงปารีส (Paris Agreement) ก่อนกรุงเทพฯจะจมทะเล นาย Ovais Sarmad รองเลขาธิการกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) กล่าวในที่ประชุม Asia Pacific Climate Week เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2562 ที่ผ่านมาว่าแม้ว่าประชาคมโลกกำลังเร่งดำเนินนโยบายตามกรอบเป้าหมายการควบคุมก๊าซเรือนกระจกอย่างเข้มแข็ง แต่จากการคาดการณ์ของ UNFCCC พบว่า แม้ทุกประเทศจะสามารถดำเนินการตามกรอบเป้าหมายลดโลกร้อนในปัจจุบันของตนได้ แต่อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกจะยังพุ่งไปถึง 3 องศาเซลเซียส สูงเกินกว่าที่ระบบนิเวศของโลกจะรับไหว ดังนั้นนาย Ovais จึงย้ำว่าประชาคมโลกจะต้องร่วมมือกันลดโลกร้อนให้เร็วที่สุด เพราะจากการประมาณการณ์ของ UNFCCC เมื่อปลายปีที่แล้วพบว่า เรามีเวลาในการบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อรักษาเสถียรภาพของภูมิอากาศโลกเพียงราว 12 ปีเท่านั้น ก่อนที่อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกจะทะยานเกิน 1.5 องศาเซลเซียส “เพราะฉะนั้น เราจะต้องดำเนินการเปลี่ยนผ่านระบบเศรษฐกิจโลกที่พึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลไปเป็นระบบเศรษฐกิจปลอดคาร์บอนอย่างเร่งด่วน เพื่อให้เราสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ทัน ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้” นาย Ovais กล่าวเน้น จากการคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) พบว่าหากอุณหภูมิของโลกพุ่งสูงเกินจุดแตกหัก (tipping point) ที่ 3 […]

Avatar

ปรัชญ์ รุจิวนารมย์

05/09/2019

‘พี่ติ๊ก’ วอนคนไทย ช่วยกันคนละเล็กละน้อย ลดโลกร้อน

สผ. ยัน ไทยยังไปได้สวย ตามแผนลดก๊าซเรือนกระจก หากยังต้องการความร่วมมืออีกมากจากภาคธุรกิจและประชาสังคม เพื่อบรรลุเป้าหมายแก้โลกร้อนระยะยาว เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2562 ‘พี่ติ๊ก’ เจษฎาภรณ์ ผลดี ดารารักษ์สิ่งแวดล้อมชื่อดัง กล่าวเชิญชวนแฟนคลับและประชาชนทั่วไปในงาน “เปลี่ยนเรา เปลี่ยนโลกร้อน (Climate Change, WE Change)” ที่เซนทรัลลาดพร้าวว่า เราทุกคนสามารถช่วยกันแก้ไขการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate change) โดยการเริ่มต้นจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเล็กๆน้อยๆในชีวิตประจำวัน เพื่อให้สภาพภูมิอากาศโลกคงเสถียรภาพ ตามเป้าหมายภาคีความตกลงปารีส (Paris Agreement) “การที่เราจะช่วยกันลดโลกร้อนไม่ใช่เรื่องยากและทุกคนสามารถทำได้ เพียงแค่เราลองเปลี่ยนพฤติกรรมในประจำวัน เช่น จากเดิมเรายังติดเครื่องยนต์ไว้เวลาเราไปจอดรถซื้อของในปั๊มน้ำมัน แต่เราเพียงแค่ดับเครื่องเวลาจอดรถ เท่านี้เราก็สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้” พี่ติ๊ก กล่าว พี่ติ๊กเองยังมองว่าด้วยวิทยาการในปัจจุบัน มนุษย์เรามีความพร้อมยิ่งกว่าที่เคยมีมาในการที่จะแก้ปัญหาสภาวะโลกร้อนด้วยเทคโนโลยี อาทิ รถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle) หรือ แผงผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ (Solar Cell) ที่นับวันจะยิ่งราคาถูกลง อย่างไรก็ดี พี่ติ๊กกล่าวว่า ในท้ายที่สุดแล้ว เรายังต้องการการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เข้มข้นมากกว่านี้จากภาคประชาชนในวงกว้าง ซึ่งอาจจำเป็นจะต้องมีการออกมาตรการจูงใจ และมาตรการทางกฎหมายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น […]

Avatar

ปรัชญ์ รุจิวนารมย์

03/09/2019

พลิกวิธีการ ‘ปลูกข้าว’ ช่วยลดโลกร้อน-เพิ่มรายได้เกษตรกร ผ่านโครงการ ‘ไทย ไรซ์ นามา’

ภาคการเกษตร ถือเป็นหนึ่งในภาคส่วนสำคัญที่มีบทบาทต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ขณะเดียวกัน “นาข้าว” ก็เป็นแหล่งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ใหญ่ที่สุดในภาคการเกษตร โดยเฉพาะการปล่อยก๊าซมีเทน ซึ่งสามารถทำให้โลกร้อนได้มากกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 25 เท่า ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย ได้เปิดตัวโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดภาวะโลกร้อนจากการทำนาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ “ไทย ไรซ์ นามา” ซึ่งมีเป้าหมายที่จะปรับเปลี่ยนระบบการทำนาในปัจจุบันไปสู่ระบบการทำนาแบบยั่งยืน ภายใต้โครงการนี้ จะผลักดันให้มีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตข้าวให้กับเกษตรกรจำนวน 100,000 ครัวเรือนในพื้นที่ 6 จังหวัดภาคกลางได้แก่ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และสุพรรณบุรี ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 2.8 ล้านไร่ โดยมีระยะเวลาดำเนินโครงการ 5 ปี ตั้งแต่ปี 2561-2566 โครงการดังกล่าวคาดการณ์ว่าเทคโนโลยีที่นำมาใช้ จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 1.73 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซค์เทียบเท่า ภายใต้เทคนิคปลูกข้าวลดโลกร้อน 4 กระบวนการสำคัญ ซึ่งประกอบด้วย 1. เทคโนโลยีการปรับระดับพื้นที่นาด้วยระบบแสงเลเซอร์ (Laser Land Levelling) เป็นการปรับพื้นที่นาให้เรียบเสมอกัน ซึ่งจะทำให้การใช้ทรัพยากรน้ำมีประสิทธิภาพสูงสุด […]

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

08/07/2019

สส.เดินหน้าเร่งเสริมพลังการมีส่วนร่วมรับมือ ‘สภาวะโลกร้อน’

ปฏิบัติการเสริมพลังรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Action of Climate Empowerment: ACE) เป็นชื่อเรียกใหม่ในการดำเนินงานตามมาตรา 6 ภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change: UNFCCC) ในการประชุม COP 21 ที่มีการบรรลุความตกลงปารีส (Paris Agreement) เมื่อปี 2558 มีวัตถุประสงค์มุ่งเน้นให้ความสำคัญการเสริมสร้างจิตสำนึกและการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ ในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้มากขึ้นโดยที่รัฐภาคีสมาชิกต้องรับไปดำเนินการ สาวิตรี ศรีสุข รองอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) อธิบายว่า มีการกำหนดกลไกสนับสนุนการดำเนินงานด้านการมีส่วนร่วมไว้อยู่แล้วตั้งแต่ในพิธีสารเกียวโต ในปี 2540 แต่ถูกเพิ่มระดับความสำคัญขึ้นในการประชุม COP 21 ที่ปารีส เนื่องจากประเทศใหญ่ๆ ไม่ได้เข้าร่วม มีการมองว่าการลดก๊าซตามความตกลงปารีสอาจจะไม่ได้ผล จึงต้องเน้นการเสริมพลังจากภาคส่วนต่างๆ โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เป็นหน่วยประสานงานหลัก มาตรา 6 ระดับประเทศ (National Focal Point on Article 6 of […]

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

01/07/2019

ไทยรายงานความคืบหน้าปล่อยก๊าซเรือนกระจก ย้ำที่ประชุมสหประชาชาติ ปี’58 ลดลงร้อยละ 11

ไทยร่วมประชุมรายงานความคืบหน้าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ-สร้างความโปร่งใส แจงผลลดก๊าซเรือนกระจกปี 58 จำนวน 40 ล้านตันคาร์บอนฯ นางรวีวรรณ ภูริเดช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) แถลงว่า ระหว่างวันที่ 15-27 มิถุนายน 2562 มีการประชุมกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change: UNFCCC) ครั้งที่ 50 (The fiftieth sessions of the subsidiary bodies: SB50) ณ เมืองบอนน์ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ซึ่งเป็นการประชุมย่อยแลกเปลี่ยนมุมมอง (The facilitative sharing of views: FSV) เพื่อนำเสนอรายละเอียดของรายงานความก้าวหน้าราย 2 ปี สำหรับกระบวนการ FSV นี้ เป็นขั้นตอนหนึ่งในกระบวนการด้านความโปร่งใส ซึ่งประเทศกำลังพัฒนาภายใต้กรอบอนุสัญญาฯ ต้องเข้าร่วมเพื่อสร้างความโปร่งใสในการรายงานข้อมูลการปล่อยและการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพในอนาคต ซึ่งไทยได้เข้าร่วมประชุมกระบวนการ FSV […]

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

24/06/2019

งานหนักหลังปี 2030 ทั่วโลกเร่งหารือยกระดับลด ‘โลกร้อน’ ก่อนประชุม COP25 ปลายปี

ก่อนที่การประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 25 หรือ COP25 จะถูกจัดขึ้นในปลายปีนี้ ที่เมืองซันติอาโก ประเทศชิลี สิ่งที่ทั่วโลกจะต้องพูดคุยกันอย่างมากเพื่อให้การดำเนินงานลดโลกร้อนดำเนินต่อไปได้ คือเรื่องของ Paris Agreement Work Programme หรือรายละเอียดการดำเนินงานภายใต้ความตกลงปารีส ที่จะต้องมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ขณะนี้เป็นที่ทราบกันแล้วว่า จากการแสดงความพยายามของแต่ละประเทศ ในการร่วมกันควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกไม่ให้เกิน 2 องศาเซลเซียส หรือ 1.5 องศาฯ เทียบกับยุคก่อนอุตสาหกรรม เมื่อประเมินจากเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (NDC) ที่แต่ละประเทศแสดงเจตจำนงค์ออกมานั้น เป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะสามารถทำได้ตามเป้าภายในปลายศตรวรรษนี้ “ทุกประเทศตระหนักดีว่าเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก ค่อนข้างที่จะห่างไกลกับเป้าที่กำหนดไว้ในความตกลงปารีส มันเลยทำให้หลายประเทศมีการประชุมนอกรอบต่างๆ เช่น Climate Action Summit ที่จะจัดขึ้นในเดือนกันยายนนี้ ว่าจะต้องยกระดับการทำงานขึ้นมาอย่างไร” ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช รองเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ระบุ เขาระบุว่า แม้ในการประชุม COP24 ที่จัดขึ้นเมื่อปลายปีที่แล้วจะถือว่าสำเร็จได้ตามเป้าประสงค์ แต่ในเรื่องวิธีการปฏิบัตินั้นอาจยังไม่ชัดเจนในทุกเรื่อง จึงเป็นสาเหตุที่จะต้องมีการประชุมย่อยต่างๆ ก่อนที่จะถึงการประชุมปลายปีนี้ เพื่อกำหนดรายละเอียดของการดำเนินงาน รวมถึงการเจรจาเพื่อให้ทุกประเทศยกระดับเป้าหมายที่ท้าทายมากขึ้น หรือลดก๊าซเรือนกระจกให้ได้เพิ่มมากๆ นั่นเอง ทั้งนี้ […]

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

24/06/2019

ไทยพร้อมมี ‘พ.ร.บ.โลกร้อน’ ผุดปลายปี ’63 บังคับใช้เป็นประเทศต้นๆ

ย้อนกลับไปราว 4 ปีที่แล้ว ประเทศไทยได้จัดส่ง “การมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด” หรือ “NDC” ที่กำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ไปยังสำนักเลขาธิการอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) โดยระบุไว้ว่าภายในปี 2573 ประเทศไทยจะลดก๊าซเรือนกระจกลงให้ได้ 20% จากกรณีปกติ หรือเพิ่มเป็น 25% หากได้รับการสนับสนุนระหว่างประเทศ แม้ตามเป้าหมายแล้วจะยังคงเหลือเวลาอีกนับทศวรรษ แต่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องก็เริ่มที่จะโล่งใจได้มากขึ้น เมื่อตัวเลขข้อมูลล่าสุดจากผลการลดก๊าซเรือนกระจกในปี 2560 พบว่าประเทศไทยสามารถลดไปได้แล้วราว 13-14% ซึ่งก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องจากปี 2559 ที่ลดได้ราว 12% และด้วยอัตรานี้จะทำให้ในปี 2573 ไทยจะสามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 28.2% ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช รองเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เปิดเผยว่าหนึ่งในสาเหตุที่ตัวเลขของการลดก๊าซเรือนกระจกสูงกว่าที่ตั้งเป้าไว้ เป็นเพราะศักยภาพของแต่ละภาคส่วนที่สามารถทำได้ดีกว่าที่คาดการณ์ จนทำให้ภาระของการเดินหน้าตามเป้าหมาย NDC นั้นดูจะไม่ลำบากมากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคพลังงาน ซึ่งไม่ว่าจะเป็นแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (AEDP) หรือแผนอนุรักษ์พลังงาน (EEP) ต่างมีการสนับสนุนจากนโยบายของรัฐบาลในสัดส่วนที่สูงกว่าคาดการณ์ไว้ครั้งแรก ช่วยยกระดับตัวเลขก๊าซเรือนกระจกที่คาดว่าจะลดได้จาก 111 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า เป็น 157 ล้านตันฯ […]

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

24/06/2019

สผ.นำร่อง ‘ป่าพรุควนเคร็ง’ แก้ปัญหาโลกร้อน ดันวาระชาติเพิ่มแหล่งกักเก็บคาร์บอน-สู้ฝุ่นพิษ

สผ.จับมือ UNDP สำรวจฟื้นฟูป่าพรุ-พื้นที่ชุ่มน้ำทั่วประเทศ นำร่อง “พรุควนเคร็ง” นครศรีธรรมราช เพิ่มแหล่งกักเก็บคาร์บอนต้านโลกร้อน สู้วิกฤตหมอกควัน-ไฟป่า เร่งหยุดยั้งการบุกรุก ขยายผลเป็นวาระชาติ นางรวีรรณ ภูริเดช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า สผ.ร่วมกับสำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย (United Nations Development Programme: UNDP) ดำเนินโครงการเสริมศักยภาพการจัดการระบบนิเวศป่าพรุ เพื่อเพิ่มความสามารถในการกักเก็บคาร์บอนและอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน ด้วยการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (Global Environment Facility: GEF) ทั้งนี้ สผ.น้อมนำพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 9 ในการรักษาป่าพรุป้องกันไม่ให้ป่าพรุถูกทำลายมาปฏิบัติและดำเนินโครงการโดยประสานความร่วมมือกับศูนย์วนศาสตร์ชุมชนเพื่อคนกับป่า (RECOFTC) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จัดคณะทำงานลงพื้นที่สำรวจข้อมูลป่าพรุทั่วประเทศ และเลือกพื้นที่โครงการนำร่องอนุรักษ์ป่าพรุควนเคร็ง จ.นครศรีธรรมราช มุ่งหวังผลลัพธ์ให้เกิดการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าพรุ เพิ่มศักยภาพป่าพรุในการทำหน้าที่กักเก็บคาร์บอน เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยสำหรับพันธุ์พืชและสัตว์ที่มีความสำคัญระดับโลก และเป็นระบบนิเวศที่ให้บริการและปรับปรุงวิถีชีวิตท้องถิ่น นางรวีวรรณ กล่าวอีกว่า ในภาวะที่โลกมีอุณหภูมิสูงขึ้น ป่าพรุเป็นแหล่งดูดซับคาร์บอนที่สำคัญของโลก ช่วยปรับปรุงสภาพอากาศของท้องถิ่น รักษาความสมบูรณ์ของดินและน้ำ ป่าพรุยังทำหน้าที่เป็นแหล่งกักเก็บน้ำจืดเพื่อควบคุมไฟป่า นอกจากนี้ยังมีความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ เป็นแนวกันชนจากภัยธรรมชาติ ป้องกันน้ำเค็มรุกเข้าแผ่นดิน […]

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

24/06/2019

Climate Change คุกคามประเทศเกาะเล็กๆ หายจากแผนที่โลก

ประเทศหมู่เกาะเล็กๆ ที่กำลังจะจมทะเลเหล่านี้กำลังต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก และนี่คือสิ่งที่ประเทศอื่นๆ สามารถเรียนรู้ได้จากพวกเขา การเดินทางไปยังหมู่บ้านวูนิโดโกรัว ประเทศฟิจิ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย นอกจากบินข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกอันกว้างใหญ่มายังสนามบินนานาชาติบนเกาะหลักที่ห่างไกลของฟิจิแล้ว ผู้เดินทางต้องต่อเครื่องบินเล็กขนาด 19 ที่นั่งไปยังเกาะรองที่ห่างออกไปอีก 140 กิโลเมตร จากนั้นเดินทางด้วยรถยนต์อีกหนึ่งชั่วโมงเพื่อเดินเท้าตามผู้นำทางท้องถิ่นไปยังหมู่บ้านที่กำลังจะจมน้ำแห่งนี้ ครั้งหนึ่งหมู่บ้านเล็กๆ กลางป่าร้อนชื้นแห่งนี้เคยมีประชากรอาศัยอยู่กว่า 100 คน ก่อนที่มันจะถูกโจมตีด้วยภาวะโลกร้อนที่ทำให้น้ำทะเลรุกล้ำเข้ามาจากชายฝั่งเดิมถึง 300 ฟุต และบ่อยครั้งที่ชาวบ้านต้องอยู่กับน้ำทะเลที่หนุนขึ้นมาถึงระดับหัวเข่าในบ้านของพวกเขาเอง ในบางครั้งชาวบ้านต้องแขวนทรัพย์สินมีค่าไว้บนที่สูงและวิ่งขึ้นไปหลบบนเนินเขา “การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศได้ทำลายวิถีชีวิตของพวกเรา” ไซโรซี รามาตู ผู้นำหมู่บ้าน กล่าว ระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เมื่อห้าปีก่อนชาวบ้านทั้งหมดต้องตัดใจทิ้งหมู่บ้านของพวกเขา รัฐบาลฟิจิได้สร้างที่อยู่อาศัยใหม่บนเนินเขาที่ห้างไกลออกไปราวๆ หนึ่งไมล์ให้กับชาวบ้านกลุ่มนี้ วูนิโดโกรัว ถือเป็นหมู่บ้านแห่งแรกในฟิจิที่ถูกทิ้งร้างจากปัญหาโลกร้อน และมันคงไม่ใช่หมู่บ้านสุดท้าย แฟรงค์ ไบนิมารามา นายกรัฐมนตรีของฟิจิ ได้ออกมาระบุว่า ยังมีหมู่บ้านอีกกว่า 40 แห่งที่อาจต้องเผชิญชะตากรรมเดียวกับวูนิโดโกรัวและชาวบ้านต้องอพยพ หากระดับน้ำทะเลยังคงเพิ่มสูงขึ้น การทิ้งถิ่นของชาววูนิโดโกรัวสะท้อนถึงการคุกคามของการเปลี่ยนทางสภาพอากาศต่อมนุษย์ว่ามีอยู่จริง โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเกาะขนาดเล็ก เช่น ฟิจิ ที่ในช่วงหลายปีมานี้ต้องเผชิญกับความรุนแรงของภัยธรรมชาติถี่ขึ้นทั้งปัญหาพายุถล่มและน้ำท่วม ในแต่ละปีฟิจิได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติคิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจราว 5% ของจีดีพี ในบางปี เช่นปี 2016 พายุไซโคลนวินสตันสร้างความเสียหายในกับฟิจิมากถึง […]

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

18/06/2019
1 2 3 18