รายงานชวนช็อค! พบมหันตภัยโลกร้อนซ่อนใต้มหาสมุทร ปรากฏการณ์สัตว์อพยพครั้งมโหฬาร

แม้ที่ผ่านมาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสภาวะโลกร้อนจะปรากฏจนเป็นที่รับรู้โดยทั่วไป แต่สิ่งที่ตาเราเห็นและสัมผัสได้ในขณะนี้ อาจเทียบไม่ได้กับขนาดของอภิมหาผลกระทบที่กำลังเกิดขึ้น และถูกซุกซ่อนอยู่ใต้ผืนน้ำที่มองไม่เห็น มหาสมุทร ถือเป็นแหล่งอาศัยขนาดใหญ่ที่สุดของสิ่งมีชีวิตบนโลก เป็นบ้านของพืชและสัตว์หลายพันล้านชีวิต คิดเป็นสัดส่วนมากที่สุดท่ามกลางบรรดาสิ่งมีชีวิตในโลก อย่างไรก็ตามด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สิ่งมีชีวิตเหล่านี้กำลังกระเสือกกระสนดิ้นรนเอาตัวรอดอยู่ภายใต้มหาสมุทร และผู้คนที่ต้องพึ่งพามันก็ต้องเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นกัน ข้อมูลอันน่าตกใจได้รับการเปิดเผยผ่านรายงานสืบสวนชิ้นล่าสุด “Ocean Shock: The planet’s hidden climate change” โดย ทอมสัน รอยเตอร์ส ซึ่งผู้สื่อข่าวและช่างภาพของรอยเตอร์ส ได้ทำการรวบรวมข้อมูลเป็นเวลากว่า 1 ปี เพื่อเปิดเผยมหันตภัยใต้ผืนน้ำครั้งนี้ รายงานชิ้นนี้ระบุว่า ในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา มหาสมุทรมีอุณหภูมิอุ่นขึ้นอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน กระแสน้ำเกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งแม้ว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ส่วนใหญ่จะเห็นได้จากส่วนที่ปรากฏอยู่บนผิวน้ำ ในส่วนที่ตาเราเห็น แต่ปรากฏการณ์โลกร้อนที่ซ่อนอยู่ใต้ผื้นน้ำ ได้สร้างผลกระทบอันมหาศาลกับสิ่งมีชีวิตที่อยู่ภายใต้ นั่นคือ “ปรากฏการณ์อพยพย้ายถิ่นฐานใต้น้ำครั้งมโหฬาร” รายงานระบุว่า เมื่อน้ำทะเลอุ่นขึ้น เหล่าปลาและสัตว์ทะเลอื่นๆ ได้อพยพย้ายถิ่นฐานจากจุดเส้นศูนย์สูตร ไปยังส่วนที่ใกล้ขั้วโลกมากขึ้น เพื่อเสาะหาอุณหภูมิที่เหมาะสมในการอยู่อาศัย ซึ่งจำนวนสิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการอพยพอันมหึมาในครั้งนี้ อาจทำให้ผลกระทบจากโลกร้อนที่เราเห็นบนผืนดินดูจะลีบเล็กลงไปเลยทีเดียว ข้อค้นพบอันสำคัญที่รายงานชิ้นนี้ได้ทำการรวบรวม อาทิ การที่นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบว่า โดยทั่วไปแล้วการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ จะทำให้ปลามีการอพยพย้ายถิ่นฐาน มากกว่าสัตว์บนผืนดิน ถึง 10 เท่า […]

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

01/11/2018

เปิดตัวบรรจุภัณฑ์อาหาร ‘เยื่อกระดาษธรรมชาติ’ ทนน้ำมัน-เข้าไมโครเวฟได้ ย่อยสลาย 100%

เปิดตัวบรรจุภัณฑ์อาหารเยื่อธรรมชาติ “เฟสท์” เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ย่อยสลายได้ 100% ทนน้ำมัน-ไมโครเวฟ รุกตลาดเดลิเวอรี่ เอสซีจี เปิดตัวบรรจุภัณฑ์เยื่อธรรมชาติ ภายใต้แบรนด์บรรจุภัณฑ์อาหารปลอดภัยเฟสท์ (Fest) ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกใหม่ สามารถย่อยสลายได้ 100% ภายใน 90 วัน มีความทนน้ำและน้ำมันโดยไม่รั่วซึม อีกทั้งยังสามารถอุ่นร้อนด้วยไมโครเวฟได้ ตอบโจทย์การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของธุรกิจอาหารและบริการเดลิเวอรี่ พร้อมการรักษาสิ่งแวดล้อม สำหรับบรรจุภัณฑ์ดังกล่าว ผลิตด้วยเยื่อยูคาลิปตัสจากป่าปลูก ซึ่งมีการพัฒนาสายพันธุ์ที่เหมาะสม มีความแข็งแรงมากกว่าเยื่อจากไม้ล้มลุกทั่วไป โดยนำมาผ่านเทคโนโลยีการผลิตจนได้บรรจุภัณฑ์อาหารที่มีความขาว ผิวเรียบเนียน แข็งแรง รองรับการเรียงซ้อนได้ และมีดีไซน์ที่หลากหลาย ด้วยขนาดและรูปทรงที่แตกต่างกัน นางวิมล จันทร์เทียร Fest Brand Director เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา Fest ได้มีบรรจุภัณฑ์อาหารกระดาษ ซึ่งเข้าสู่ตลาดมาแล้วเป็นเวลา 2 ปี โดยขึ้นรูปจากกระดาษเพียงแผ่นเดียวเคลือบฟิล์มพลาสติกบาง สามารถย่อยสลายได้ภายใน 5 ปี อย่างไรก็ตามจากปริมาณความต้องการที่ขยายตัวพร้อมเทรนด์เรื่องสิ่งแวดล้อม จึงได้มีการพัฒนาเพิ่มเป็นบรรจุภัณฑ์อาหารเยื่อธรรมชาติดังกล่าวขึ้น ขณะเดียวกัน ยังได้มีการเพิ่มฐานการผลิตใหม่ จำนวน 2 โรงงาน ที่ […]

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

14/08/2018

กินเนื้อสัตว์เยอะ โลกยิ่งร้อน

การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคเกษตรกรรมคิดเป็น 24% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก โดยมีการปล่อยจากการทำปศุสัตว์ (รวมถึงการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน) เป็น 14% เทียบเท่ากับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคคมนาคมขนส่งทั้งภาค การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการทำปศุสัตว์ซึ่งมากพอๆ กับการใช้รถยนต์ รถบรรทุก เครื่องบิน รถไฟ เรือ รวมกัน จึงเป็นสาเหตุสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หนึ่งในตัวการทำให้เกิดภาวะโลกร้อน หากต้องการบรรลุเป้าหมายตามข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) ที่ต้องการรักษาอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกให้ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส ทุกภาคส่วนจำเป็นต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างพร้อมเพรียงกัน หนึ่งในนั้นอาจเป็นการก้าวเข้าสู่สังคมลดการกินอาหารจากเนื้อสัตว์ หันไปกินอาหารที่อุดมด้วยพืชผักแทน สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) ฉายภาพรวมสถานการณ์นำเสนอผ่าน Infographic ชิ้นนี้

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

24/07/2018

ผลิต’ข้าวหอมมะลิยั่งยืน’ เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม โครงการยกระดับชีวิตเกษตรกร-ลดโลกร้อน

ภาครัฐ-เอกชน 4 ประเทศ ผนึกกำลังพัฒนาระบบการผลิต “ข้าวหอมมะลิยั่งยืน” เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มุ่งเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรไทย องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) และกรมการข้าว ร่วมกับ บริษัท Mars Food จากประเทศอังกฤษ และบริษัท เอลล์บา บางกอก จำกัด (Ebro Foods) จากประเทศสเปน เปิดตัว “โครงการข้าวหอมมะลิยั่งยืน” เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยผู้ปลูกข้าว จำนวน 1,200 ราย จาก 12 ศูนย์ข้าวชุมชน จ.ร้อยเอ็ด ในการผลิตข้าวหอมมะลิยั่งยืนจำนวน 3,500 ตัน ด้วยเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะเพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยจะดำเนินงานเป็นระยะเวลา 2.5 ปี ตั้งแต่ปี 2561-2563 นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า ข้าวหอมมะลิได้รับการยอมรับว่าเป็นข้าวรสชาติดีที่สุดในโลก และไทยเป็นหนึ่งในประเทศผู้ส่งออกข้าวลำดับต้นๆ ของโลก อย่างไรก็ตามเกษตรกรในฐานะผู้ผลิตข้าว ยังคงเป็นผู้ที่มีรายได้ต่ำที่สุดในภาคการเกษตร โดยเกษตรกรผู้ปลูกข้าวส่วนใหญ่ยังประสบปัญหาด้านต้นทุนการผลิตสูง และราคาข้าวที่ผันผวน ดังนั้นกรมการข้าวจึงเข้าร่วมโครงการเพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพข้าวที่ยั่งยืน ทั้งนี้ กรมการข้าวมีบทบาทหน้าที่หลักในการวางแผน […]

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

19/07/2018

ทั่วโลกปลิดชีวิตสัตว์ 10 เท่าของจำนวนคน ลดบริโภคลงครึ่ง-คุมอุณหภูมิโลกได้

ปัจจุบันการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคเกษตรกรรมคิดเป็น 24% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก โดยมีการปล่อยจากการทำปศุสัตว์ (รวมถึงการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน) เป็น 14% เทียบเท่ากับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคคมนาคมขนส่งทั้งภาค การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการทำปศุสัตว์ซึ่งมากพอๆ กับการใช้รถยนต์ รถบรรทุก เครื่องบิน รถไฟ เรือ รวมกัน จึงเป็นสาเหตุสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หนึ่งในตัวการทำให้เกิดภาวะโลกร้อน มีรายงานว่าถ้าต้องการบรรลุเป้าหมายตามข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) ตามกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) จากการประชุมภาคีสมาชิก ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ที่ต้องการรักษาอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกให้ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียสเหนืออุณหภูมิในช่วงก่อนการพัฒนาอุตสาหกรรม และมีเป้าหมายสูงกว่านั้นคือจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกให้ต่ำกว่า 1.5 องศาเซลเซียส ทุกภาคส่วนจำเป็นต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างพร้อมเพรียงกัน หนึ่งในนั้นคือภาคเกษตรกรรมที่มีการทำปศุสัตว์เป็นตัวการสำคัญในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตามรายงาน “ลดเพื่อเพิ่ม ‘ลด’ เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์นมเชิงอุตสาหกรรม ‘เพิ่ม’ สุขภาวะที่ดีของมนุษย์และโลก” ของกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ระบุว่าช่วงปี พ.ศ.2533-2556 ค่าเฉลี่ยโดยประมาณของการบริโภค เนื้อวัว ทั่วโลกลดลง 10% ขณะที่ เนื้อแพะ และ เนื้อแกะ ค่อนข้างคงที่ ทว่าในส่วนของ เนื้อหมู […]

Avatar

ฐิติพันธ์ พัฒนมงคล

11/07/2018

การบริโภคเนื้อสัตว์พุ่ง: ปรับการกิน ลดโลกร้อน

เมื่อไม่นานมานี้รายงาน “ลดเพื่อเพิ่ม ‘ลด’ เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์นมเชิงอุตสาหกรรม ‘เพิ่ม’ สุขภาวะที่ดีของมนุษย์และโลก” ของ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รายงานว่าปัจจุบันการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยตรงจากภาคเกษตรกรรมคิดเป็น 24% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก ในส่วนของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในการทำปศุสัตว์ (รวมถึงการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน) คิดเป็น 14% ซึ่งเทียบเท่ากับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคคมนาคมขนส่งทั้งภาค ก่อนหน้านี้เราอาจเคยได้ยินว่าภาคพลังงานและภาคคมนาคมขนส่ง เป็นตัวการสำคัญในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศอันเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน มาบัดนี้ต้องยอมรับว่าภาคเกษตรกรรมนำโดยการทำปศุสัตว์ก็มีส่วนปล่อยก๊าซเรือนกระจกเทียบเท่าการใช้รถยนต์ รถบรรทุก เครื่องบิน รถไฟ เรือ ฯลฯ ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เราปล่อยให้การทำปศุสัตว์ทำร้ายโลก ? วัชรพล แดงสุภา ผู้ประสานงานด้านอาหารและเกษตรกรรมเชิงนิเวศ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้ความเห็นว่า เมื่อก่อนเนื้อสัตว์เคยเป็นของหายากในหลายวัฒนธรรม แต่ปัจจุบันการบริโภคเนื้อสัตว์กลายเป็นเรื่องปกติธรรมดา “ลองจินตนาการว่าช่วงปี ค.ศ.2000 เราเคยและไม่เคยกินอะไร ค่อยๆ นึกดูว่าตอนนั้นเรากินหมูกะทะไหม หรือเรากินเนื้อย่างบุฟเฟต์รึเปล่า จะเห็นว่าอาหารเหล่านี้เป็นค่านิยมใหม่ ถ้าย้อนไปไกลกว่านั้น บางคนอาจจะพิจารณาอาหาร บางคนสวดมนต์ก่อนกินข้าว แต่เดี๋ยวนี้เราถ่ายรูปอาหารแล้วโพสต์ว่าฉันกินเนื้อ กินปลาแซลมอน เรากินเพื่ออวดกัน ไม่ใช่กินเพื่ออยู่ เรากินเพื่อที่จะบอกให้คนอื่นรู้ว่าฉันกินอาหารแพงๆ นะ” เขาให้ภาพ รายงานของกรีนพีซที่รวบรวมหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ให้รายละเอียดว่าตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ.2500 […]

Avatar

ฐิติพันธ์ พัฒนมงคล

26/06/2018

รู้จักวันงด ‘เนื้อ’ เพื่อสุขภาวะที่ดีของมนุษย์-โลก

11 มิถุนายน World Meat Free Day – วันงดการบริโภคเนื้อสัตว์โลก “ลดเพื่อเพิ่ม … ลด: เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์นมเชิงอุตสาหกรรม เพิ่ม: สุขภาวะที่ดีของมนุษย์และโลก” คือส่วนหนึ่งของข้อความบนโปสเตอร์แสดงวิสัยทัศน์ของกรีนพีซ เรื่องระบบเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์นม ถึงปี พ.ศ.2593 ซึ่งถูกจัดแสดงพร้อมข้อมูลการรวมหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ จากการผลิตและบริโภคเนื้อสัตว์ และผลิตภัณฑ์นมจากการปศุสัตว์เชิงอุตสาหกรรม ผ่านท้ายเรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ ครั้งเข้าเทียบท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต “เพิ่มสุขภาวะที่ดีของโลก” ประโยคชวนสงสัย การลดบริโภคเนื้อสัตว์จะสามารถช่วยให้โลกแข็งแรงขึ้นได้อย่างไร ? บริโภคเนื้อสัตว์ เพิ่มก๊าซเรือนกระจก ต้นเหตุโลกร้อน สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) ได้พูดคุยกับ ขวัญ-วัชรพล แดงสุภา ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านอาหารและเกษตรกรรมเชิงนิเวศ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถึงประเด็น การลดเพื่อเพิ่ม-ถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการกินเพื่อความอยู่รอดของเราและโลก ทำไมต้องลด? ประโยคเริ่มต้นบทสนทนา ชายผู้สวมใส่เสื้อยืดสีครีม สกรีนลายเรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ เอกลักษณ์ของต้นสังกัดในการต่อกรกับอาชญากรทางสิ่งแวดล้อม เพื่อปกป้องโลก และทรัพยากรของเราทุนคน เล่าย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ.2558 ถึงข้อตกลงที่ประเทศต่างๆ เห็นพ้องกัน เพื่อจำกัดระดับอุณภูมิเฉลี่ยของโลกไม่ให้เกิน 2 […]

Avatar

วิมลรัตน์ ธัมมิสโร

11/06/2018

ในน้ำมีปลา … ในนามี ‘สารอาหาร’ โหรงเหรง

“ข้าว” ธัญญาหารของชาวเอเชียตั้งแต่อดีตกาลจนถึงปัจจุบัน กำลังเผชิญวิกฤติจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เมื่องานวิจัยระดับนานาชาติเปิดเผยว่า โลกร้อนเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คุณค่าสารอาหารในข้าวลดลง และส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพของมนุษย์ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็กหรือทารกในครรภ์ที่อาจได้รับสารอาหารไม่เพียงพอต่อการเจริญเติบโตของสมองและร่างกาย หากไม่เร่งแก้ไขโดยเร็วหรือพัฒนาสายพันธุ์ข้าวใหม่ ประชากรโลกที่บริโภคข้าวเป็นอาหารหลักอาจมีแนวโน้มตกอยู่ในความเสี่ยงด้านโภชนาการเพิ่มมากขึ้น ผลการศึกษาดังกล่าวตีพิมพ์ลงในวารสารวิชาการ Science Advances เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2018 โดยระบุว่า สภาวะโลกร้อนในปัจจุบันมีปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศเพิ่มมากขึ้น และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ “เมื่อต้นข้าวได้รับคาร์บอนไดออกไซด์มาสังเคราะห์แสงในปริมาณที่มากเกินไป จะส่งผลให้ปริมาณสารอาหารและคุณค่าทางโภชนาการลดลง ไม่ว่าจะเป็นโปรตีน ธาตุเหล็ก สังกาสี และวิตามินต่างๆ เช่น บี1 บี2 บี5 บี9 ซึ่งเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อพัฒนาการและการเจริญเติบโตของเด็กปฐมวัย” งานวิจัย ระบุ ทีมวิจัยจากนานาประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น จีน และออสเตรเลีย ได้ทำการทดลองเมื่อปี 2010-2014 โดยนำข้าว 18 สายพันธุ์ มาปลูกในประเทศจีนและญี่ปุ่น พร้อมติดเครื่องปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ระดับเข้มข้น เหนือยอดบนสุดของต้นข้าว 30 เซนติเมตร เพื่อตรวจสอบว่าต้นข้าวจะดึงก๊าซดังกล่าวมาสังเคราะห์แสงมากน้อยเพียงใด โดยค่าความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปล่อยออกมาระหว่างการทดลองอยู่ที่ 568-590 ส่วนในล้านส่วน (ppm) […]

Avatar

ชลิตา สุนันทาภรณ์

07/06/2018

เปลือกลูกอมและช็อกโกแลต: ความสุขที่จบลงด้วย ‘ขยะพลาสติก’ นับล้าน

ลูกกวาดและช็อกโกแลต ความสุขแสนอร่อยของมนุษยชาติตั้งแต่หลังสงครามโลก ปัจจุบันเป็นที่พูดถึงว่า ความสุขในกำมือเหล่านี้กำลังสร้างปัญหาขยะพลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้ง ทว่า ตราบที่มนุษย์ไม่สิ้นหวังและไม่เหนื่อยที่จะตั้งคำถาม แน่นอนว่าก็ยังมีหวัง! นั่นเพราะช็อกโกแลตหลายแบรนด์ได้ผลิตช็อกโกแลตรักษ์โลก ด้วยบรรจุภัณฑ์แสน สวยและย่อยสลายได้ ประวัติศาสตร์ลูกกวาดและเปลือกช็อกโกแลต เปลือกลูกอมเกิดขึ้นเมื่อไรไม่เป็นที่แน่ชัด แต่บันทึกในเว็บไซต์ Candy History ระบุว่า เราเห็นช็อกโกแลตครั้งแรกในปี 1890 กับยี่ห้อ “nickel bar” โดย มิลตัน เฮอร์ชีย์ (Milton S. Hershey) เปลือก สีสัน ตัวอักษรบนบรรจุภัณฑ์ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ตลาดช็อกโกแลตประสบความสำเร็จทันทีในแง่ที่ช็อกโกแลตสามารถส่งต่อส่งขายถึงมือผู้คนได้อย่างง่ายดายและในวงกว้าง หลังจบสงครามโลกครั้งที่สอง โรงงานเฮอร์ชีย์ผลิตช็อกโกแลตได้กว่า 24 ล้านแท่งต่อสัปดาห์ แน่นอนว่านั่นคือจุดเปลี่ยนของโลกที่ทำให้คนหันมาสนใจ “เปลือกพลาสติก” ในแง่ความน่ารัก เป็นสัญลักษณ์ความสุขแสนอร่อย หลายปีผ่านไปกับการปรากฎตัวของเปลือกพลาสติกลาย “nickel bar” หลายโรงงานต่างเร่งผลิตเปลือกพลาสติกให้มีสีสันฉูดฉาด จุดประสงค์การออกแบบเพื่อการสื่อสารและต้องขายได้ ต่อมาเมื่อตลาดลูกอมและช็อกโกแลตใหญ่ขึ้น สีสันบนเปลือกพลาสติกเป็นที่พูดถึงและเริ่มมี “กฎหมายมาควบคุม” โดยขีดเส้นว่าพลาสติกที่ใช้หุ้มอาหารเหล่านั้นต้องปลอดภัย ไม่ปนเปื้อนสารเคมี ให้ข้อมูลโภชนาการ ที่มาที่ไปสารให้ความหวาน และต้องมีสัญลักษณ์บอกความปลอดภัย อย่างไรก็ดี โดยไม่ทันรู้ตัว “บรรจุภัณฑ์พลาสติก” […]

ณิชากร ศรีเพชรดี

ณิชากร ศรีเพชรดี

31/05/2018

เพรียกหา ‘ประชาธิปไตย’ ทางอาหาร เส้นทางสู่ … การบริโภคที่ยั่งยืน

นอกจากจะเป็นปัญหาในระดับปัจเจกแล้ว “การบริโภคที่เกินความจำเป็น” กำลังกลายเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของมนุษยชาติด้วย นั่นเพราะเรื่องนี้เกี่ยวพันโดยตรงกับการแย่งชิง-ครอบครองทรัพยากรอันมีจำกัด และเป็นหนึ่งในต้นทางที่นำไปสู่ปัญหาความเหลื่อมล้ำในหลากหลายมิติ “การบริโภคที่ยั่งยืน” จึงถูกพูดถึงอย่างหนาหูมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยหวังว่าจะเป็น “ทางออก” ของสถานการณ์ที่ค่อนข้างขมึงเกลียว ที่จริงแล้วหัวใจของ “การบริโภคที่ยั่งยืน” ก็คือการสร้างสมดุลและความเอื้อเฟื้อ โดย “สมดุล” ในที่นี้หมายถึงสมดุลร่างกาย สมดุลชีวิต รวมไปถึงสมดุลทรัพยากร ซึ่งจะสืบเนื่องไปสู่การเอื้อเฟื้อและแบ่งปันสังคมรอบข้างต่อไป สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) มีโอกาสพูดคุยกับ วัลลภา แวนวิลเลียนส์วาร์ด บริษัทอินี่ เครือข่ายนวัตกรรมสากล จำกัด ผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อสังคม ผ่านหัวข้อ “ประชาธิปไตยทางอาหาร” ซึ่งสามารถสะท้อนภาพการบริโภคที่ยั่งยืนได้เป็นอย่างดี “วัลลภา” เริ่มพูดคุยด้วยเรื่องราวของสิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่ของพลเมืองในระบบอาหาร โดยตั้งประเด็นจากการอ้างอิงคำพูดของ โคลิน กอนซาลเวส์ (Colin Gonsalves) เจ้าของรางวัล Right Livelihood Award ประจำปี พ.ศ. 2560 “โคลิน กอนซาลเวส์ บอกว่า ทั้งๆ ที่ประเทศอินเดียเป็นผู้ส่งออกอาหาร แต่กลับพบคนอินเดียจำนวนมากที่ขาดแคลนอาหาร และไม่สามารถเข้าถึงอาหารได้” “วัลลภา” […]

Avatar

วิมลรัตน์ ธัมมิสโร

04/05/2018
1 2 3