“ฝุ่น PM2.5” มหันตภัยเงียบคร่าชีวิตคน

ด้วยปัจจัยการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงของโลก การรุกคืบของความเจริญสู่แวดล้อมที่ลดน้อยถอยลง คือ ตัวแปรของค่าฝุ่นที่ไต่อันดับแตะอันดับ 1 ของโลก อันเป็นอันตรายต่อร่างกายคนไทย มลพิษทางอากาศตัวร้ายนี้ยิ่งนานวันยิ่งสะสมส่งผลให้ผู้คนที่สูดดมเข้าไป หรือ ซึมซับทางผิวหนังยิ่งก่อให้เกิดอันตราย ทั้ง ถุงลมอักเสบ มะเร็งผิวหนัง โรคหัวใจ ที่ร้ายกว่านั้นแม้กระทั่งหญิงตั้งครรภ์ก็อาจจะส่งผลถึงบุตรในครรภ์ได้ ผลิตโดย: ภัทรชัย ปรีชาพานิช โครงการเมื่อปลาจะกินดาวออนไลน์ ปีที่ 17 จัดโดย ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

26/06/2019

แนะความสำคัญคุณภาพอากาศภายในอาคาร เตรียมความพร้อมรับมือวิกฤตฝุ่นพิษรอบหน้า

วันสิ่งแวดล้อมโลก ’62 ถกหนทางแก้ปัญหามลพิษอากาศ อ.จุฬาฯ ชี้ความสำคัญภายในอาคาร ยกมาตรการเพิ่มพื้นที่สีเขียว-หยุดหมอกควันข้ามแดน รศ.ศิริมา ปัญญาเมธีกุล อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยในงานเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2562 “Beat Air Pollution: หยุดหมอกควันและอากาศพิษ เพื่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม” เมื่อวันพุธที่ 5 มิ.ย. 2562 ตอนหนึ่งว่า จากสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ที่ผ่านมา หลายภาคส่วนได้ร่วมกันแก้ไขปัญหา แต่มักมีการพูดถึงเฉพาะประเด็นคุณภาพอากาศภายนอกอาคารเท่านั้น แทบไม่มีการพูดถึงคุณภาพอากาศภายในตัวอาคาร เช่น การจัดการเชื้อรา การระบายอากาศ หรือการใช้ต้นไม้บำบัดมลพิษต่างๆ “ในเมื่อเรายังมั่นใจว่าสถานการณ์ PM2.5 จะยังคงอยู่อีกอย่างน้อย 2-3 ปี หมายความว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน เราควรต้องเข้าไปหลบอยู่ภายในอาคารตามคำแนะนำของหน่วยงานรัฐ แต่ถ้าอากาศภายในอาคารสกปรกกว่าข้างนอกคงไม่มีประโยชน์ เราจำเป็นถึงขนาดต้องติดระบบเพื่อกรองอากาศก่อนเข้ามาในตัวบ้านเลยหรือไม่ หรือระบบกรองตามอาคารขนาดใหญ่ที่มักติดอยู่แล้ว จะยกมาตรฐานการออกแบบทางวิศวกรรมให้ถึงระดับ HEPA อะไรแบบนี้เลยหรือไม่ เป็นส่วนที่ระยะหลังเริ่มต้องมีการพูดคุยกันมากขึ้น” รศ.ศิริมา กล่าว รศ.ศิริมา กล่าวว่า จากสถานการณ์ปัญหามลพิษทางอากาศที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร (กทม.) ช่วยให้สังคมไทยมีความตื่นตัวและรับรู้ปัญหาในวงกว้างมากขึ้น ได้เกิดการเรียนรู้ถึงปัจจัยของแหล่งกำเนิด […]

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

07/06/2019

7 ล้านคน สังเวยอากาศพิษ

มีการคาดการณ์ว่ามลพิษทางอากาศเป็นหนึ่งในสาเหตุของการตายก่อนวัยอันควรถึง 7 ล้านคน ในปี 2562 ขณะเดียวกันยังส่งผลต่อต้นทุนทางเศรษฐกิจโลก ที่ต้องมีค่าใช้จ่ายประมาณ 2.25 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งยังไม่รวมค่าใช้จ่ายทางการแพทย์อีกหลายล้านล้านดอลลาร์ ในปี 2561 ประเทศไทยถูกจัดอยู่อันดับ 23 ของโลก ที่มีความเข้มข้นเฉลี่ยรายปีของ PM2.5 มากที่สุด หากเปรียบเทียบกับกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากกรุงเทพฯ ที่เผชิญฝุ่น PM2.5 อย่างหนักหน่วงเมื่อต้นปีแล้ว จังหวัดภาคเหนือก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่ไม่แพ้กัน ฉะนั้นโจทย์ใหญ่ของไทยก็คือ กลไกรัฐและทุกภาคส่วนจะร่วมกันหามาตรการป้องกันอย่างไรไม่ให้กรุงเทพฯ และอีกหลายๆ จังหวัดต้องเดินเข้าสู่วิกฤตฝุ่นพิษอีกรอบ หรือปล่อยให้มันเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

05/06/2019

วันสิ่งแวดล้อมโลก ’62 ย้ำปัญหามลพิษอากาศ ทส.เตรียมจัดงาน 5 มิ.ย. ชูประเด็นระบบขนส่ง

ทส.เตรียมจัดงานวันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิ.ย. เน้นย้ำปัญหาหมอกควัน-อากาศพิษ ผนึก UNEP-EU ชูประเด็นด้านการคมนาคม นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยถึงการจัดงานเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2562 (World Environment Day 2019) ซึ่งจะจัดขึ้นวันที่ 5 มิ.ย. 2562 ว่าในปีนี้โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ได้รณรงค์ภายใต้คำขวัญ “Beat Air Pollution” โดยมีสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นเจ้าภาพในการจัดงาน เพื่อเรียกร้องทุกภาคส่วนให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ที่กำลังเป็นภัยคุกคามผู้คนทั่วโลก ทั้งต่อการดำเนินชีวิต ต่อสุขภาพ ต่อเศรษฐกิจของประเทศ ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สำหรับประเทศไทย ทส. โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) ได้กำหนดจัดงานขึ้นที่อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ด้วยคำขวัญรณรงค์ “หยุดหมอกควันและอากาศพิษ เพื่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม” เพื่อรณรงค์สร้างความตื่นตัว มุ่งเน้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเผยแพร่ผลสัมฤทธิ์ และเชิดชูเกียรติบุคคล รวมทั้งองค์กรต้นแบบที่ทำคุณประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อม โดยมี UNEP และโครงการรณรงค์การคมนาคมสีเขียวเพื่ออากาศสะอาด […]

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

31/05/2019

ฝุ่นควันภาคเหนือยังเกินค่ามาตรฐานทุกสถานี วิกฤต PM2.5 สีแดง 7 พื้นที่ ‘เชียงราย’ สูงสุด

ฝุ่นพิษภาคเหนือ 12 เม.ย.เกินมาตรฐานทุกสถานี วิกฤตสีแดง 7 พื้นที่ “เชียงราย” สูงสุด 194 มคก./ลบ.ม. ส่วนภาคกลางเกินมาตรฐาน “ปากน้ำโพ” นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยถึงสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือ เมื่อวันที่ 12 เม.ย. 2562 เวลา 09.00 น. พบว่าค่าฝุ่นละอองส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน เมื่อเปรียบเทียบในช่วงเวลาเดียวกัน โดยคุณภาพอากาศมีค่าอยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ-มีผลกระทบต่อสุขภาพ ทั้งนี้ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นสีแดง (มีผลกระทบต่อสุขภาพ) 7 พื้นที่ และพื้นที่สีส้ม (เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ) 10 พื้นที่ โดยปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 66-194 มคก./ลบ.ม. (มาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) ส่วนปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) […]

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

12/04/2019

เชียงใหม่ไม่น่าอยู่แล้ว…ใครจะช่วยแก้ฝุ่นพิษจังหวัดภาคเหนือ

สถานการณ์หมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือยังคงอยู่ในขั้นวิกฤตต่อเนื่อง โดยค่าเฉลี่ยของฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา อยู่ระหว่าง 36-239 มคก./ลบ.ม. สูงเกินค่ามาตรฐานที่ต้องไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม. และ ค่า PM 10 เฉลี่ย อยู่ที่ 69-279 มคก./ลบ.ม. สูงเกินค่ามาตรฐานที่ไม่ควรเกิน 120 มคก./ลบ.ม. จากข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษ ระบุว่า พื้นที่ภาคเหนือมีพื้นที่สีแดง 7 จุด ครอบคลุมพื้นที่ จ.เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน น่าน และพะเยา โดยเมื่อวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา ค่าฝุ่น PM 2.5 พุ่งสูงถึง 353 มคก./ลบ.ม. กลายเป็นอับดับหนึ่งของโลกแซงหน้าประเทศอื่นที่มีปัญหารุนแรง ปัญหาหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือที่สะสมต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือน ก.พ.ที่ผ่านมา มาจากสาเหตุหลายปัจจัยไม่ว่าไฟป่า การเผาป่าปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และฝุ่นควันพัดมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ผนวกกับความกดอากาศส่งผลให้กลุ่มควันปกคลุมพื้นที่ จ.ลำปาง ลำพูน และเชียงใหม่ มีและเกิดฝุ่นสะสมเกินค่ามาตรฐานในระดับส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน อย่างไรก็ตาม ประชาชนในพื้นที่และนอกพื้นที่ต่างออกมาเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งแก้ไขปัญหาเป็นการด่วน โดยล่าสุด […]

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

09/04/2019

คิดจะเผาต้องเผาแบบรักษ์โลก วิธีช่วยลดหมอกควันจากไฟป่า

การทำเกษตรโดยเผาป่า หรือ Slash-and-burn เป็นวิธีการทำกสิกรรมที่เก่าแก่อยู่คู่มนุษย์มานานนับหมื่นปี แต่มันเป็นมรดกโบราณที่มนุษยชาติไม่ควรรักษาไว้ มันคือมรดกทางวัฒนธรรมที่ควรกำจัดให้เหลือน้อยที่สุด (หากยังหยุดไม่ได้ 100%) เหตุผลนั้นชัดเจนในตัวมันเองอยู่แล้ว นั่นคือการเผาป่าทำการเกษตร ก่อให้เกิดไฟป่าที่ควบคุมไม่ได้ และควันไฟที่กลายเป็นฝุ่นหมอกปกคลุมพื้นที่บริเวณกว้าง อย่างที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในภาคเหนือของไทยจนกระทั่งปัจจุบัน แต่ที่เกิดขึ้นบ่อยกว่า จนกลายเป็นปรากฎการณ์ระดับโลก นั่นคือหมอกควันเผาป่าในเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งทำให้เกิดหมอกควันคลุมพื้นที่ส่วนหมู่เกาะและคาบสมุทรของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งแน่นอนว่ารวมถึงภาคใต้ของไทยด้วย เฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Slash-and-burn ทำให้เกิดวิกฤตการณ์หมอกควันเกือบทุกวัน และมันไม่ใช่ผลจากการทำไร่เลื่อนลอยหรือเกษตรตามภูเขาเหมือนภาคเหนือของบ้านเรา แต่เป็นการทำลายป่าร่วมกันของเกษตรกรรายย่อยและอุตสาหกรรมเกษตรที่ต้องการพื้นที่ป่าปลูกปาล์มน้ำมัน จากตัวเลขของ Encyclopedia of Earth เมื่อปี 2007 ประเมินไว้ว่า มีผู้ทำเกษตรแบบเผาป่าถึง 200-500 ล้านคนทั่วโลก [1] จำนวนประชากรขนาดนี้ มากเกินกว่าที่พื้นที่ป่าจะรองรับได้ ไม่เหมือนกับยุคบุพกาลที่ดินแดนต่างๆ มีประชากรน้อย การเผาป่าไม่สร้างภาระทางสิ่งแวดล้อม ทั้งยังอาจเป็นผลดีทางอ้อมต่อระบบนิเวศด้วย เพราะไฟป่าช่วยให้พืชพันธุ์ที่ซ่อนตัวใต้ดินได้มีสารอาหารจากเถ้าถ่าน และยังกระตุ้นให้ผลิดอกออกผลขึ้นมาเมื่อถึงฤดูกาลชุ่มน้ำ จะมีทางอื่นไหมที่จะช่วยเกษตรกรสร้างพื้นที่ที่เหมาะสมกับการเพาะปลูก โดยไม่ต้องทำลายล้างมนุษยชาติด้วยการเผาป่า? คำตอบคือมี … และมีอยู่ 2 วิธี คือ 1.การเว้นพื้นที่ปลูกระหว่างแนวต้นไอศกรีมถั่ว (อินก้า) หรือ Inga […]

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

07/04/2019

ทส.สั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ 2,000 คนลงพื้นที่ เร่งแก้ปัญหาวิกฤตหมอกควัน-ไฟป่า ‘เชียงใหม่’

ปลัดทส.สั่งการทุกหน่วยงานลงพื้นที่แก้ปัญหา “หมอกควัน-ไฟป่า” เชียงใหม่ ลั่นจะใช้มาตรการเด็ดขาดกับผู้จุดไฟเผาป่า ด้านอธิบดีอส.ระบุสาเหตุเกิดจากฝีมือมนุษย์ 100% เหตุไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2562 นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้ร่วมประชุมกับ พล.อ.ศิวะ ภระมรทัต ผู้บัญชาการกองกำลังจิตอาสา หน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องและส่วงนราชการในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า จ.เชียงใหม่ ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา นายวิจารย์ แถลงภายหลังการประชุมว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ของ ทส.ลงพื้นที่เพื่อประสานงานกับ จ.เชียงใหม่ บูรณาการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันที่เกิดขึ้น เบื้องต้น ทส.ได้สั่งการให้อธิบดีกรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระดมกำลังเจ้าหน้าที่จากพื้นที่ต่างๆ จำนวน 2,000 คน เข้ามาในเชียงใหม่ เพื่อสนธิกำลังร่วมกับทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง เร่งดับไฟป่าที่เกิดขึ้นในพื้นที่ให้ได้โดยเร็ว โดยเน้นจุดที่พบไฟป่ามากที่สุดคือที่ อ.สะเมิง และ อ.เชียงดาว รวมทั้งลงพื้นที่เพื่อทำความเข้าใจกับชาวบ้าน และให้ใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่จุดไฟเผาป่า ขณะเดียวกันกระทรวงฯ จะนำเฮลิคอปเตอร์บรรทุกน้ำเข้ามาสนับสนุนการดับไฟป่าในพื้นที่ที่เข้าถึงยากเป็นภูเขาสูง ร่วมกับอากาศยานของกองทัพบกและกองทัพอากาศ […]

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

02/04/2019

ฝุ่นพิษ 9 จังหวัดภาคเหนือยังเกินค่ามาตรฐาน เอลนีโญซ้ำเติม อุทยานฯสแกนพื้นที่ระวังไฟป่า

สถานการณ์ฝุ่นควันภาคเหนือยังอยู่ในขั้นวิกฤต มีค่าฝุ่นละอองเพิ่มขึ้นในทุกพื้นที่ พบจุดความร้อนเสี่ยงไฟป่าเพิ่มขึ้น 3,891 จุด อุทยานฯ ระดมเจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า สถานการณ์หมอกควันฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 ในพื้นภาคเหนือ ในช่วงที่ผ่านมาพบว่า มีค่าฝุ่นละอองเพิ่มขึ้นในทุกพื้นที่ บางจุดเกินมาตรฐานผิดปกติและกินเวลายาวนานนั้น โดยมีปัจจัยหนุนของปรากฏการณ์เอลนีโญ ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่าจะยังมีผลต่อเนื่อง ถึงเดือน เม.ย. และคาดว่าจะทำให้ปริมาณฝนต่ำกว่าปกติ อีกทั้งอากาศร้อนรุนแรงขึ้นกว่าทุกปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ วิกฤตดังกล่าวยังเกิดจากปัญหาเชื้อเพลิงสะสมมากกว่าทุกปีส่งผลให้มีจุดความร้อน (Hotspot) เสี่ยงไฟป่าเพิ่มขึ้น และยังพบว่ามีการเผาวัชพืชในบางพื้นที่ รวมถึงพบว่ายังมีการเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรจากฝั่งเมียนมา ซึ่งก็ได้มีการการประสานความร่วมมือในการแก้ปัญหาอย่างใกล้ชิด “ปกติในพื้นที่ภาคเหนือควรจะมีฝนตกลงมาบ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่มีเลย จึงได้ประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ ผู้บริหารท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ติดตามตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานในการแก้ไขปัญหาหมอกควัน โดยเน้นย้ำในมาตรการระยะสั้นระยะกลางและระยะยาว ซึ่งระยะเร่งด่วนคือ ระวังไม่มีมีการเผาป่า นอกจากนี้ยังได้ให้ทางออกประชาชนว่า นอกจากเผาแล้วยังสามารถนำวัสดุไปใช้ทำปุ๋ยชีวภาพซึ่งรัฐจะเข้าไปช่วยส่งเสริมได้ สาเหตุจากเรื่องนี้จึงมีแนวโน้มดีขึ้น” นายประลอง กล่าว นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า พบจุดความร้อนเสี่ยงไฟป่าเพิ่มขึ้นโดยช่วงตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. […]

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

21/03/2019

ทหารระดมกำลังคุมเข้ม ‘หมอกควัน’ ภาคเหนือ สั่งห้ามเผาเด็ดขาด-กำชับแหล่งกำเนิดฝุ่นรัดกุม

รองแม่ทัพภาค 3 กำชับ 9 ผวจ.ภาคเหนือ บังคับใช้กฎหมายห้ามเผาป่าเด็ดขาด ตั้งกองบัญชาการคุมสถานการณ์หมอกควัน-ระดมกำลังพร้อมเข้าแก้ไขเร่งด่วน พล.ต.บัญชา ดุริยพันธ์ รองแม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธานการแถลงแนวความคิดในการควบคุมสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือ เมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2562 พร้อมจัดตั้งกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้าขึ้น เพื่อบูรณาการร่วมกันในการวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงในภาคเหนือ บริหารจัดการกำลังและยุทโธปกรณ์ที่มีอยู่ของแต่ละหน่วยงานให้เกิดความสอดคล้อง นำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด และใช้กรอบแนวความคิดในการควบคุมสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือไปในทิศทางเดียวกัน พล.ต.บัญชา เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 9 จังหวัดภาคเหนือ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ (สบอ.) สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ (สจป.) ภาคเหนือ เข้มงวดกับการบังคับใช้กฎหมาย และย้ำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ผู้นำหมู่บ้าน ผู้นำชุมชน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง สอดส่องดูแลห้ามมีการเผาทุกชนิดอย่างเด็ดขาด ไม่สามารถอ้างได้ว่าเป็นวิถีชีวิตมาตั้งแต่อดีต ซึ่งสมัยก่อนกับสมัยนี้ไม่เหมือนกัน ขณะเดียวกัน ยังได้มีการระดมกำลังทหารมาปฏิบัติงานในชุดปฏิบัติการดับไฟป่า และการใช้อากาศยาน (ฮ. MI 17) เพื่อดับไฟป่าในพื้นที่ที่ลำบาก ไม่สามารถใช้เจ้าหน้าที่เข้าไปได้ ซึ่งเป็นการบูรณาการระหว่างตำรวจ ทหาร และภาคประชาชน โดยทหารได้นำกำลังกว่า […]

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

15/02/2019
1 2