“ฝุ่น PM2.5” มหันตภัยเงียบคร่าชีวิตคน

ด้วยปัจจัยการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงของโลก การรุกคืบของความเจริญสู่แวดล้อมที่ลดน้อยถอยลง คือ ตัวแปรของค่าฝุ่นที่ไต่อันดับแตะอันดับ 1 ของโลก อันเป็นอันตรายต่อร่างกายคนไทย มลพิษทางอากาศตัวร้ายนี้ยิ่งนานวันยิ่งสะสมส่งผลให้ผู้คนที่สูดดมเข้าไป หรือ ซึมซับทางผิวหนังยิ่งก่อให้เกิดอันตราย ทั้ง ถุงลมอักเสบ มะเร็งผิวหนัง โรคหัวใจ ที่ร้ายกว่านั้นแม้กระทั่งหญิงตั้งครรภ์ก็อาจจะส่งผลถึงบุตรในครรภ์ได้ ผลิตโดย: ภัทรชัย ปรีชาพานิช โครงการเมื่อปลาจะกินดาวออนไลน์ ปีที่ 17 จัดโดย ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

26/06/2019

แนะความสำคัญคุณภาพอากาศภายในอาคาร เตรียมความพร้อมรับมือวิกฤตฝุ่นพิษรอบหน้า

วันสิ่งแวดล้อมโลก ’62 ถกหนทางแก้ปัญหามลพิษอากาศ อ.จุฬาฯ ชี้ความสำคัญภายในอาคาร ยกมาตรการเพิ่มพื้นที่สีเขียว-หยุดหมอกควันข้ามแดน รศ.ศิริมา ปัญญาเมธีกุล อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยในงานเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2562 “Beat Air Pollution: หยุดหมอกควันและอากาศพิษ เพื่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม” เมื่อวันพุธที่ 5 มิ.ย. 2562 ตอนหนึ่งว่า จากสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ที่ผ่านมา หลายภาคส่วนได้ร่วมกันแก้ไขปัญหา แต่มักมีการพูดถึงเฉพาะประเด็นคุณภาพอากาศภายนอกอาคารเท่านั้น แทบไม่มีการพูดถึงคุณภาพอากาศภายในตัวอาคาร เช่น การจัดการเชื้อรา การระบายอากาศ หรือการใช้ต้นไม้บำบัดมลพิษต่างๆ “ในเมื่อเรายังมั่นใจว่าสถานการณ์ PM2.5 จะยังคงอยู่อีกอย่างน้อย 2-3 ปี หมายความว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน เราควรต้องเข้าไปหลบอยู่ภายในอาคารตามคำแนะนำของหน่วยงานรัฐ แต่ถ้าอากาศภายในอาคารสกปรกกว่าข้างนอกคงไม่มีประโยชน์ เราจำเป็นถึงขนาดต้องติดระบบเพื่อกรองอากาศก่อนเข้ามาในตัวบ้านเลยหรือไม่ หรือระบบกรองตามอาคารขนาดใหญ่ที่มักติดอยู่แล้ว จะยกมาตรฐานการออกแบบทางวิศวกรรมให้ถึงระดับ HEPA อะไรแบบนี้เลยหรือไม่ เป็นส่วนที่ระยะหลังเริ่มต้องมีการพูดคุยกันมากขึ้น” รศ.ศิริมา กล่าว รศ.ศิริมา กล่าวว่า จากสถานการณ์ปัญหามลพิษทางอากาศที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร (กทม.) ช่วยให้สังคมไทยมีความตื่นตัวและรับรู้ปัญหาในวงกว้างมากขึ้น ได้เกิดการเรียนรู้ถึงปัจจัยของแหล่งกำเนิด […]

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

07/06/2019

7 ล้านคน สังเวยอากาศพิษ

มีการคาดการณ์ว่ามลพิษทางอากาศเป็นหนึ่งในสาเหตุของการตายก่อนวัยอันควรถึง 7 ล้านคน ในปี 2562 ขณะเดียวกันยังส่งผลต่อต้นทุนทางเศรษฐกิจโลก ที่ต้องมีค่าใช้จ่ายประมาณ 2.25 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งยังไม่รวมค่าใช้จ่ายทางการแพทย์อีกหลายล้านล้านดอลลาร์ ในปี 2561 ประเทศไทยถูกจัดอยู่อันดับ 23 ของโลก ที่มีความเข้มข้นเฉลี่ยรายปีของ PM2.5 มากที่สุด หากเปรียบเทียบกับกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากกรุงเทพฯ ที่เผชิญฝุ่น PM2.5 อย่างหนักหน่วงเมื่อต้นปีแล้ว จังหวัดภาคเหนือก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่ไม่แพ้กัน ฉะนั้นโจทย์ใหญ่ของไทยก็คือ กลไกรัฐและทุกภาคส่วนจะร่วมกันหามาตรการป้องกันอย่างไรไม่ให้กรุงเทพฯ และอีกหลายๆ จังหวัดต้องเดินเข้าสู่วิกฤตฝุ่นพิษอีกรอบ หรือปล่อยให้มันเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

05/06/2019

สำรวจ 5 ประเทศผู้นำลดมลพิษภาคการขนส่ง

กลิ่นควันท่อไอเสียจากรถยนต์ไม่ใช่กลิ่นที่น่าพิศมัย ซ้ำยังส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างมาก และเป็นที่รู้กันอีกว่าก๊าซพิษจากการเผาไหม้ของไอเสีย ยังมีผลต่อความสุข ความฉลาด และชีวิตความเป็นอยู่โดยรวมของมนุษย์ แต่กระนั้นผู้คนหลายล้านทั่วโลกยังต้องสูดควันพิษชนิดนี้เข้าไปทุกวัน ไม่ว่าจะในระหว่างเดินทางไปทำงาน ไปโรงเรียน หรือเพียงแค่ออกมาเดินเล่นหน้าบ้าน มลพิษทางอากาศเป็นสาเหตุของการตายก่อนวัยอันควรอันดับต้นๆ เนื่องจากเป็นต้นขั้วของโรคร้ายหลายชนิด ทั้งโรคปอด โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดตีบและมะเร็ง โดยโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ หรือ United Nations Environment Programme (UNEP) ประเมินว่าแต่ละปีมีคนต้องตายจากสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศมากกว่า 7 ล้านคนทั่วโลก มลพิษที่เกิดจากการขนส่ง จัดเป็นมลพิษทางอากาศที่มีสัดส่วนสูงที่สุดในเขตเมือง ทำให้หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นและรัฐบาลในหลายประเทศ ต่างมองหามาตรการเพื่อปรับปรุงคุณภาพอากาศและควบคุมมลพิษประเภทนี้ หนึ่งในวิธีที่แพร่หลายคือการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะพลังงานไฟฟ้า ที่มีมลพิษจากการขนส่งเป็นศูนย์ “เพื่อลดมลพิษที่เกิดจากการขนส่ง มีสามสิ่งที่เราจำเป็นต้องทำ หนึ่งทำให้คนหลีกเลี่ยงการใช้ยานพาหนะ ด้วยการออกแบบเมืองให้ประชากรสามารถเดินไปโรงเรียนหรือไปร้านค้าได้ สองเราต้องส่งเสริมให้คนเดินทางด้วยรถสาธารณะ ปั่นจักรยานและเดินให้มากขึ้น และสุดท้ายคือการพัฒนาระบบขนส่งที่ใช้พลังงานสะอาดเพื่อทดแทนพลังงานรูปแบบเดิม” ร็อบ เด ยอง ผู้เชี่ยวชาญด้านการขนส่งด้วยพลังงานไฟฟ้า UNEP กล่าว ปัจจุบัน UNEP ได้พัฒนาโปรเจกต์ e-mobility เพื่อส่งเสริมให้ประเทศต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ หันมาใช้การขนส่งที่พึ่งพาพลังงานไฟฟ้ามากขึ้น พวกเขาเข้าไปช่วยตั้งแต่การพัฒนานโยบาย แลกเปลี่ยนความรู้ นำเสนอรูปแบบเทคโนโลยีประเภทต่างๆ รวมทั้งคำนวนผลประโยชน์ในเชิงสุขภาพและเศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้ […]

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

01/06/2019

ฝุ่นควันภาคเหนือยังเกินค่ามาตรฐานทุกสถานี วิกฤต PM2.5 สีแดง 7 พื้นที่ ‘เชียงราย’ สูงสุด

ฝุ่นพิษภาคเหนือ 12 เม.ย.เกินมาตรฐานทุกสถานี วิกฤตสีแดง 7 พื้นที่ “เชียงราย” สูงสุด 194 มคก./ลบ.ม. ส่วนภาคกลางเกินมาตรฐาน “ปากน้ำโพ” นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยถึงสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือ เมื่อวันที่ 12 เม.ย. 2562 เวลา 09.00 น. พบว่าค่าฝุ่นละอองส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน เมื่อเปรียบเทียบในช่วงเวลาเดียวกัน โดยคุณภาพอากาศมีค่าอยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ-มีผลกระทบต่อสุขภาพ ทั้งนี้ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นสีแดง (มีผลกระทบต่อสุขภาพ) 7 พื้นที่ และพื้นที่สีส้ม (เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ) 10 พื้นที่ โดยปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 66-194 มคก./ลบ.ม. (มาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) ส่วนปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) […]

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

12/04/2019

ทส.สั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ 2,000 คนลงพื้นที่ เร่งแก้ปัญหาวิกฤตหมอกควัน-ไฟป่า ‘เชียงใหม่’

ปลัดทส.สั่งการทุกหน่วยงานลงพื้นที่แก้ปัญหา “หมอกควัน-ไฟป่า” เชียงใหม่ ลั่นจะใช้มาตรการเด็ดขาดกับผู้จุดไฟเผาป่า ด้านอธิบดีอส.ระบุสาเหตุเกิดจากฝีมือมนุษย์ 100% เหตุไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2562 นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้ร่วมประชุมกับ พล.อ.ศิวะ ภระมรทัต ผู้บัญชาการกองกำลังจิตอาสา หน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องและส่วงนราชการในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า จ.เชียงใหม่ ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา นายวิจารย์ แถลงภายหลังการประชุมว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ของ ทส.ลงพื้นที่เพื่อประสานงานกับ จ.เชียงใหม่ บูรณาการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันที่เกิดขึ้น เบื้องต้น ทส.ได้สั่งการให้อธิบดีกรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระดมกำลังเจ้าหน้าที่จากพื้นที่ต่างๆ จำนวน 2,000 คน เข้ามาในเชียงใหม่ เพื่อสนธิกำลังร่วมกับทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง เร่งดับไฟป่าที่เกิดขึ้นในพื้นที่ให้ได้โดยเร็ว โดยเน้นจุดที่พบไฟป่ามากที่สุดคือที่ อ.สะเมิง และ อ.เชียงดาว รวมทั้งลงพื้นที่เพื่อทำความเข้าใจกับชาวบ้าน และให้ใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่จุดไฟเผาป่า ขณะเดียวกันกระทรวงฯ จะนำเฮลิคอปเตอร์บรรทุกน้ำเข้ามาสนับสนุนการดับไฟป่าในพื้นที่ที่เข้าถึงยากเป็นภูเขาสูง ร่วมกับอากาศยานของกองทัพบกและกองทัพอากาศ […]

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

02/04/2019

ไขวิกฤต PM2.5 เชียงใหม่…แนะขยายเมือง เพิ่มพื้นที่สีเขียว

ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินค่ามาตรฐาน PM 2.5 ที่ปกคลุมที่ จ.เชียงใหม่ จนอยู่ภาวะวิกฤตต่อเนื่องร่วม 2 เดือน โดยไม่มีทีท่าว่าจะบรรเทาเบาบางลง สถานการณ์หนักหนาสาหัสถึงขนาดมองไม่เห็นแม้แต่วัดพระธาตุดอยสุเทพ สัญลักษณ์คู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ และเป็นแลนด์มาร์คของเมือง ซึ่งถือเป็นหมุดหมายแห่งการท่องเที่ยวสูงสุดของจังหวัดภาคเหนืออีกด้วย แต่วันนี้เมืองเชียงใหม่กลับจมหายไปอยู่ใต้การปกคลุมของฝุ่นละออง PM 2.5 โดยไม่รู้ว่าจะร้องหาความช่วยเหลือจากใคร วิกฤตหมอกควันในพื้นที่เชียงใหม่ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่สุขภาพประชาชนเท่านั้น แต่กำลังทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจโดยรวมให้ค่อยๆ ย่อยยับด้วย ดังนั้นคำถามใหญ่ในวันนี้จะทำอย่างไรให้คนที่อาศัยอยู่ในเชียงใหม่ได้อากาศบริสุทธิ์กลับคืนมา รศ.ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชี้แนะการแก้ไขปัญหาไว้อย่างน่าคบคิดว่า สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ที่ จ.เชียงใหม่ เกิดมาจาก 4 ปัจจัยร่วมกัน คือ 1.แหล่งกำเนิดที่ก่อให้เกิดมลพิษฝุ่นละออง มีสาเหตุหลักจากการเผาในที่โล่ง 2.สภาพอากาศฝนตกน้อยอากาศแล้งเป็นตัวการทำให้เกิดฝุ่นละออง ยิ่งช่วงที่ผ่านมาอากาศร้อนที่กดทับชั้นบรรยากาศทำให้ฝุ่นควันสะสมในพื้นที่ ประกอบกับในช่วงสภาพอากาศในฤดูหนาวที่ชั้นความเย็นกดต่ำทำให้ฝุ่นไม่สามารถลอยสูงหรือระบายออกได้ 3.สภาพพื้นที่ภูเขาสูงโอบล้อมเป็นหุบเขา และ 4.จำนวนพื้นที่สีเขียวของเชียงใหม่นับวันน้อยลงไปเรื่อยๆ จนน่าเป็นห่วง “หากเปรียบเทียบปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 กรุงเทพมหานครกับเชียงใหม่ ปัญหาย่อมแตกต่างกัน เริ่มที่แหล่งกำเนิดของฝุ่นละอองในเชียงใหม่ ต้นกำเนิดจากการเผาในที่โล่งและมักมาจากจังหวัดข้างเคียงอื่นๆ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน คือ เมียนมา […]

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

26/03/2019

แก้ PM2.5 เมืองด้วย ‘ป้ายรถเมล์อัจฉริยะ’ เตือนภัยฝุ่น-ระบายอากาศ

ดูเหมือนคนกรุงกรุงเทพมหานคร (กทม.) จะเริ่มเบาใจลงกับปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 หลังจากฝุ่นพิษทยอยเข้าปกคลุมเมืองมาตั้งแต่ปลายปีต่อเนื่องจนถึงเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ดี นั่นไม่ได้หมายความว่า กทม.จะปลอดฝุ่นตลอดไป ทางคณะแพทยศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ร่วมกับ สำนักวิจัยนวัตกรรมเมืองอัจฉริยะ (SCIRA) จึงได้เปิดตัว “โครงการออกแบบป้ายรถเมย์อัจฉริยะเตือนภัยฝุ่น” เมื่อวันที่ 14 มี.ค. 2562 ที่ผ่านมา โดยหวังใช้นวัตกรรมมาช่วยแก้ไขปัญหานี้ ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดี สจล. ระบุว่า แม้คุณภาพอากาศของกรุงเทพฯ จะดีขึ้น แต่ก็ใช่ว่ามลพิษฝุ่นละออง PM2.5 จะหมดไป ทาง สจล.จึงจะหาทางแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ต่อไป เพราะคาดการณ์ว่า วิกฤตฝุ่นละออง PM2.5 ในประเทศไทยจะทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นทุกปี สำหรับ โครงการออกแบบป้ายรถเมย์อัจฉริยะเตือนภัยฝุ่น ที่ทาง สจล.นำเสนอ เป็นนวัตกรรมที่มีแนวคิดมาจากการลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์ PM2.5 ในช่วงที่คุณภาพอากาศของ กทม.กำลังดีขึ้น ซึ่งจากการสำรวจพบว่า แท้ที่จริงแล้วปัญหาฝุ่น PM2.5 นั้นไม่เคยหายไปไหน แต่พวกมันไปกระจุกตัวรวมกันอยู่เป็นจุดๆ โดยเฉพาะป้ายรถเมล์ที่ตั้งอยู่บริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้าและริมถนนที่มีการจราจรหนาแน่น เนื่องจากบริเวณเหล่านั้นอากาศไม่ถ่ายเท ทั้งยังมีควันดำจากไอเสียรถยนต์ผนวกฝุ่นเพิ่มเติมเข้าไปอีก […]

เกษมะณี วรรณพัฒน์

เกษมะณี วรรณพัฒน์

22/03/2019

ฝุ่นพิษ 9 จังหวัดภาคเหนือยังเกินค่ามาตรฐาน เอลนีโญซ้ำเติม อุทยานฯสแกนพื้นที่ระวังไฟป่า

สถานการณ์ฝุ่นควันภาคเหนือยังอยู่ในขั้นวิกฤต มีค่าฝุ่นละอองเพิ่มขึ้นในทุกพื้นที่ พบจุดความร้อนเสี่ยงไฟป่าเพิ่มขึ้น 3,891 จุด อุทยานฯ ระดมเจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า สถานการณ์หมอกควันฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 ในพื้นภาคเหนือ ในช่วงที่ผ่านมาพบว่า มีค่าฝุ่นละอองเพิ่มขึ้นในทุกพื้นที่ บางจุดเกินมาตรฐานผิดปกติและกินเวลายาวนานนั้น โดยมีปัจจัยหนุนของปรากฏการณ์เอลนีโญ ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่าจะยังมีผลต่อเนื่อง ถึงเดือน เม.ย. และคาดว่าจะทำให้ปริมาณฝนต่ำกว่าปกติ อีกทั้งอากาศร้อนรุนแรงขึ้นกว่าทุกปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ วิกฤตดังกล่าวยังเกิดจากปัญหาเชื้อเพลิงสะสมมากกว่าทุกปีส่งผลให้มีจุดความร้อน (Hotspot) เสี่ยงไฟป่าเพิ่มขึ้น และยังพบว่ามีการเผาวัชพืชในบางพื้นที่ รวมถึงพบว่ายังมีการเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรจากฝั่งเมียนมา ซึ่งก็ได้มีการการประสานความร่วมมือในการแก้ปัญหาอย่างใกล้ชิด “ปกติในพื้นที่ภาคเหนือควรจะมีฝนตกลงมาบ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่มีเลย จึงได้ประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ ผู้บริหารท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ติดตามตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานในการแก้ไขปัญหาหมอกควัน โดยเน้นย้ำในมาตรการระยะสั้นระยะกลางและระยะยาว ซึ่งระยะเร่งด่วนคือ ระวังไม่มีมีการเผาป่า นอกจากนี้ยังได้ให้ทางออกประชาชนว่า นอกจากเผาแล้วยังสามารถนำวัสดุไปใช้ทำปุ๋ยชีวภาพซึ่งรัฐจะเข้าไปช่วยส่งเสริมได้ สาเหตุจากเรื่องนี้จึงมีแนวโน้มดีขึ้น” นายประลอง กล่าว นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า พบจุดความร้อนเสี่ยงไฟป่าเพิ่มขึ้นโดยช่วงตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. […]

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

21/03/2019

‘อินเดีย’ ครองแชมป์โลกมลพิษทางอากาศ ‘จีน’ ร่วงอันดับหลังรัฐบาลเดินหน้าเข้ม

กุรักราม (Gurugram) เมืองฮับด้านอุตสาหกรรมไฮเทคของอินเดีย ตั้งอยู่ห่างจากกรุงนิวเดลีไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 30 กิโลเมตร เป็นเมืองที่ครองแชมป์มีมลพิษทางอากาศเป็นอันตรายร้ายแรงที่สุดในโลก ขณะที่ เมอร์เซอร์ (Mercer) บริษัทให้คำปรึกษาด้านทรัพยากรบุคคลชั้นนำของโลก เปิดเผยผลการจัดอันดับเมืองน่าอยู่ที่ประชากรมีคุณภาพชีวิตดีที่สุดในโลก ประจำปี 2019 เมื่อเร็วๆ นี้ โดยยกให้กรุงเวียนนา ของประเทศออสเตรีย ครองแชมป์อย่างเหนียวแน่นต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 (การจัดอันดับข้อมูลของเมืองใหญ่ทั่วโลก 231 แห่ง) กรีนพีช (Greenpeace) และแอร์วิชวล (AirVisual) บริษัทวัดค่าฝุ่นละอองในอากาศได้เปิดเผยการจัดอันดับเมืองที่มีค่ามลพิษทางอากาศสูงที่สุดในโลกประจำปี 2018 โดยพบว่า กุรักราม (Gurugram) เมืองที่เป็นฮับด้านอุตสาหกรรมไฮเทคของอินเดีย ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากกรุงนิวเดลีไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 30 กิโลเมตร เป็นเมืองที่ครองแชมป์มีมลพิษทางอากาศเป็นอันตรายร้ายแรงที่สุดในโลก ผลสำรวจที่มีการเก็บข้อมูลคุณภาพอากาศจากกว่า 3,000 เมืองทั่วโลก ระบุว่า กุรักรามมีค่าเฉลี่ย PM2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอนซึ่งเป็นต้นตอของปัญหาสุขภาพมากมาย อยู่ที่ 135.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) และในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคมปี 2017 ดัชนีคุณภาพอากาศของเมืองนี้ยังเคยทะลุ 200 มคก./ลบ.ม. […]

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

18/03/2019
1 2 3 5