กรมประมงปล่อยปลาล้านตัวแก้วิกฤตปลาแม่โขงสูญพันธุ์ นักวิชาการเตือนระวังเสียมากกว่าได้

กรมประมงเริ่มดำเนินโครงการฟื้นฟูทรัพยากรประมงน้ำจืดในแม่น้ำโขงโดยการปล่อยพันธุ์ปลาท้องถิ่น 1 ล้านตัว เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนของชาวประมงริมฝั่งโขงจากการสูญเสียทรัพยากรสัตว์น้ำในแม่น้ำโขง อันเป็นผลมาจากความผันผวนรุนแรงผิดฤดูกาลของระดับน้ำในแม่น้ำโขง แม้ว่าจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์โครงการดังกล่าวจากนักวิชาการสิ่งแวดล้อมและคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) ถึงความเหมาะสมและผลกระทบเพิ่มเติมต่อระบบนิเวศที่อาจเกิดขึ้นของโครงการ เมื่อวันที่ 7 กันยายน นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง ได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิด “โครงการฟื้นฟูทรัพยากรกรมประมงและระบบนิเวศจากผลกระทบภัยแล้งในแม่น้ำโขงและแม่น้ำสาขาโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน” ที่วัดหายโศก อ.สังคม จ.หนองคาย เพื่อช่วยเหลือชาวประมงในพื้นที่ 7 จังหวัดริมแม่น้ำโขงในภาคอีสาน หลังจากได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มชาวประมงเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ถึงผลกระทบต่อการประกอบอาชีพประมงและสภาพเศรษฐกิจชุมชนจากปัญหาการขึ้นลงอย่างผิดปกติของแม่น้ำโขง นายอดิศรกล่าวว่า ตั้งแต่กรมประมงรับทราบถึงความเดือดร้อนของกลุ่มชาวประมงในแม่น้ำโขงจากวิกฤตแม่น้ำโขงผันผวน ทางกรมได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ให้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาและให้ให้คำแนะนำเพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกรในเบื้องต้นอย่างเร่งด่วนทันที พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงระดับน้ำและผลกระทบต่อพันธุ์ปลาธรรมชาติในแม่น้ำโขงอย่างใกล้ชิด โดยในเบื้องต้น กรมประมงได้ปล่อยลูกพันธุ์ปลาพื้นถิ่น 3 สายพันธุ์ ได้แก่ ปลาตะเพียนขาว ปลาตะเพียนทอง และปลากาดำ ที่ได้จากการเพาะฟักด้วยชุดเพาะฟักไข่ปลาแบบเคลื่อนที่ จำนวน 1 ล้านตัวลงสู่แม่น้ำโขงในพื้นที่นำร่องที่ ตำบลสังคม อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย เพื่อเป็นการบรรเทาปัญหาทรัพยากรประมงในแม่น้ำโขงร่อยหรอ นอกจากนี้ นายอดิศรกล่าวว่า เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ที่ผ่านมา กรมประมงยังได้ร่วมหารือกับเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนลุ่มน้ำโขง 7 จังหวัดภาคอีสาน เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชุมชนชาวประมงริมฝั่งแม่น้ำโขง ซึ่งจากการหารือดังกล่าว […]

Avatar

ปรัชญ์ รุจิวนารมย์

08/09/2019

รายงานชวนช็อค! พบมหันตภัยโลกร้อนซ่อนใต้มหาสมุทร ปรากฏการณ์สัตว์อพยพครั้งมโหฬาร

แม้ที่ผ่านมาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสภาวะโลกร้อนจะปรากฏจนเป็นที่รับรู้โดยทั่วไป แต่สิ่งที่ตาเราเห็นและสัมผัสได้ในขณะนี้ อาจเทียบไม่ได้กับขนาดของอภิมหาผลกระทบที่กำลังเกิดขึ้น และถูกซุกซ่อนอยู่ใต้ผืนน้ำที่มองไม่เห็น มหาสมุทร ถือเป็นแหล่งอาศัยขนาดใหญ่ที่สุดของสิ่งมีชีวิตบนโลก เป็นบ้านของพืชและสัตว์หลายพันล้านชีวิต คิดเป็นสัดส่วนมากที่สุดท่ามกลางบรรดาสิ่งมีชีวิตในโลก อย่างไรก็ตามด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สิ่งมีชีวิตเหล่านี้กำลังกระเสือกกระสนดิ้นรนเอาตัวรอดอยู่ภายใต้มหาสมุทร และผู้คนที่ต้องพึ่งพามันก็ต้องเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นกัน ข้อมูลอันน่าตกใจได้รับการเปิดเผยผ่านรายงานสืบสวนชิ้นล่าสุด “Ocean Shock: The planet’s hidden climate change” โดย ทอมสัน รอยเตอร์ส ซึ่งผู้สื่อข่าวและช่างภาพของรอยเตอร์ส ได้ทำการรวบรวมข้อมูลเป็นเวลากว่า 1 ปี เพื่อเปิดเผยมหันตภัยใต้ผืนน้ำครั้งนี้ รายงานชิ้นนี้ระบุว่า ในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา มหาสมุทรมีอุณหภูมิอุ่นขึ้นอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน กระแสน้ำเกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งแม้ว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ส่วนใหญ่จะเห็นได้จากส่วนที่ปรากฏอยู่บนผิวน้ำ ในส่วนที่ตาเราเห็น แต่ปรากฏการณ์โลกร้อนที่ซ่อนอยู่ใต้ผื้นน้ำ ได้สร้างผลกระทบอันมหาศาลกับสิ่งมีชีวิตที่อยู่ภายใต้ นั่นคือ “ปรากฏการณ์อพยพย้ายถิ่นฐานใต้น้ำครั้งมโหฬาร” รายงานระบุว่า เมื่อน้ำทะเลอุ่นขึ้น เหล่าปลาและสัตว์ทะเลอื่นๆ ได้อพยพย้ายถิ่นฐานจากจุดเส้นศูนย์สูตร ไปยังส่วนที่ใกล้ขั้วโลกมากขึ้น เพื่อเสาะหาอุณหภูมิที่เหมาะสมในการอยู่อาศัย ซึ่งจำนวนสิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการอพยพอันมหึมาในครั้งนี้ อาจทำให้ผลกระทบจากโลกร้อนที่เราเห็นบนผืนดินดูจะลีบเล็กลงไปเลยทีเดียว ข้อค้นพบอันสำคัญที่รายงานชิ้นนี้ได้ทำการรวบรวม อาทิ การที่นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบว่า โดยทั่วไปแล้วการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ จะทำให้ปลามีการอพยพย้ายถิ่นฐาน มากกว่าสัตว์บนผืนดิน ถึง 10 เท่า […]

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

01/11/2018

ไม่หยุดประมงผิดกฎหมายในปี 2048 จะไม่มีปลา (ทูน่า) ให้จับอีกต่อไป

แม้เส้นกราฟความต้องการสินค้า และอาหารทะเลจากทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศร่ำรวยจะทะยานสูงขึ้นอย่างมาก และไม่หยุดยั้ง แต่เม็ดเงินตอบแทนสำหรับธุรกิจประมงไม่ได้คืนกลับสู่ครอบครัวชาวประมงในปริมาณที่เป็นธรรม ซ้ำร้ายกลับสร้างความต้องการ (demand) ที่เร่งเร้าให้ธุรกิจประมงเข้มข้นมากยิ่งขึ้น ใช้วิธีการทำประมงที่ผิดกฎหมายมากขึ้น เดินเรือไกลออกจากชายฝั่งทะเลบ้านตัวเองมากขึ้น เพียงเพื่อหวังว่า ‘อย่างน้อยที่สุด’ จะได้ปลาในปริมาณเท่าเดิม “มันยากมากที่จะทำงานเพื่อให้พอเลี้ยงลูกและเมีย” คือเสียงของ ราอูล โกเมซ (Raul Gomez) ชาวประมงชาวฟิลิปปินส์ ในบทความสารคดี ‘They are taking out a generation of tuna’: overfishing causes crisis in Philippines[1] (‘พวกเขากำลังทำให้การแพร่พันธุ์ทูน่าสูญหาย’: วิกฤตประมงในฟิลิปปินส์) โดยโจนาทาน วัตส์ (Jonathan Watts) บรรณาธิการข่าวสิ่งแวดล้อมโลก สำนักข่าว The Guardian บทความสารคดีชิ้นนี้ วัตส์ต้องการฉายภาพธุรกิจประมงผิดกฎหมายสีเทา ทั้งประเด็นจำนวนประชากร และสายพันธุ์ของปลาทูน่าในประเทศฟิลิปปินส์ที่ลดลงอย่างน่าใจหาย ประเทศที่ส่งออกทูน่าอันดับสองของโลก การบังคับใช้กฎหมายสากลโลก และในประเทศ สภาพชีวิตแรงงานทาสเบื้องหลังมันช่างตลกร้ายเกินบรรยาย สถานการณ์วิกฤตทูน่าในฟิลิปปินส์ ในรายงาน From […]

ณิชากร ศรีเพชรดี

ณิชากร ศรีเพชรดี

01/09/2018

ประกาศราชกิจจาฯเพิ่มชื่อสัตว์ป่าคุ้มครองใหม่ ทส.ขึ้นบัญชีปลาน้ำจืด-ปลาทะเล รวม 12 ชนิด

ประกาศราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 3 ก.ค.2561 กฎหมายลูกกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เพิ่มบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองใหม่จำพวกปลาน้ำจืดและปลาทะเลอีก 12 ชนิด พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้ลงนามกฎกระทรวง กำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2561 ในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 135 ตอนที่ 46 ก โดยให้เหตุผลในการประกาศว่า โดยที่ในปัจจุบันปลาน้ำจืดและปลาทะเล 12 ชนิด เป็นสัตว์ป่าที่มีจำนวนลดลงมาก และยังไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย ประกอบกับประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่า และพืชป่าที่ใกล้ศูนย์พันธุ์ ((Convention on International Trade in Endangered Species of Wild Fauna and Flora หรือเรียกโดยย่อว่า ไซเตส (Cites)) จึงมีพันธกรณีที่จะต้องปฏิบัติตามอนุสัญญาที่กำหนดให้ประเทศสมาชิกต้องมีมาตรการในการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าอย่างเหมาะสม จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ สำหรับเนื้อหากฎกระทรวง ระบุว่า อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 วรรคหนึ่ง และมาตรา […]

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

09/07/2018

‘ไทย’ เจ๋ง! กล้านำเข้าปลาดิบจากทะเล ‘ฟุกุชิมะ’ ชาติแรกของโลก – รัฐมั่นใจไม่ปนเปื้อนสารเคมี

ภาคประชาชนร่อนแถลงการณ์วอนรัฐปกป้องคุณภาพชีวิตคนไทย จี้เปิด 12 รายชื่อร้านอาหารนำเข้าปลาฟุกุชิมะ หากไม่ทำตามเจอฟ้องศาลแน่ เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เจแปนไทม์ รายงานว่า จัดหวัดฟุกุชิมะ ประเทศญี่ปุ่น สามารถส่งออกปลาดิบมาขายที่ประเทศไทยได้เป็นประเทศแรก ภายหลังหลังประสบปัญหาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ระเบิดจนสารเคมีรั่วไหลจากเหตุแผ่นดินไหวขนาด 9.0 เมื่อปี 2554 โดยปลาที่ประเทศไทยนำเข้าได้กระจายขายอยู่ในร้านอาหารญี่ปุ่น 12 ร้าน ในกรุงเทพมหานคร (กทม.) ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 2 มี.ค.2561 นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ได้ออกแถลงการณ์คัดค้านการนำเข้าปลาจากฟุกุชิมะ และเรียกร้องให้คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) คุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค ด้วยการสั่งให้เปิดเผยรายชื่อบริษัทตัวแทนผู้นำเข้า และเปิดเผยรายชื่อ 12 ร้านอาหารญี่ปุ่นที่ใช้ปลานำเข้าจากฟุกุชิมะ นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้ อย.สั่งให้ร้านอาหารแสดงฉลากหรือข้อมูลหน้าร้านให้ชัดเจนว่าใช้ปลานำเข้าจากฟุกุชิมะ เพื่อให้ผู้บริโภคได้ใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจก่อนเข้าใช้บริการ ซึ่งหากยังเพิกเฉยทางสมาคมฯ อาจใช้สิทธิทางศาลในการฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป “หลายประเทศยังคงมีคำสั่งระงับการนำเข้าผลิตภัณฑ์จากฟุกุชิมะ แต่มีการผ่อนผันเป็นบางกรณี หรือมีคำสั่งเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์ส่งออกจากฟุกุชิมะ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย แคนาดา เยอรมนี ฝรั่งเศส อังกฤษ เนเธอร์แลนด์ จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ […]

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

07/03/2018

ระบบนิเวศถูกแทรกแซงด้วย ‘บุญ’ !!? โปรย ‘อาหารปลา’ ปริมาณต้องเหมาะสม

กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อีกครั้งกับท่าทีอากัปกิริยาชวนขัดหูขัดตาชาวเน็ตของ “โดนัล ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่ล่าสุดได้เรียกเสียงฮือฮาจากการให้อาหารปลาคาร์พ หรือ โคอิ (Koi) ด้วยลักษณะ “เทพรวด” รวดเดียวหมด ระหว่างเยือนประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมดังกล่าวเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่พุ่งเป้าไปที่ “การควบคุมอารมณ์” โดยลักษณะดังกล่าวถูกมองว่าสะท้อนความใจร้อนของผู้นำสูงสุดของสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ดี แม้ว่าในภายหลังจะปรากฏคำอธิบายว่าภาพที่ถูกเผยแพร่เหล่านั้น เป็นพฤติกรรมช่วงท้ายของการให้อาหารปลา โดยช่วงแรกทรัมป์ก็ได้ตักทีละช้อน เช่นเดียวกับ ชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ที่ได้เทอาหารพรวดรวดเดียวในตอนท้ายด้วยเช่นกัน จากดราม่าดังกล่าว ชวนให้สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) เกิดคำถามถึงวิธีการให้อาหารที่ถูกควร ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระบุชัดว่า วิธีการให้อาหารแบบโปรยหรือเทนั้นไม่ได้มีความแตกต่างหรือส่งผลใดๆ ต่อตัวปลา แต่ความสำคัญที่แท้จริงคือ “ปริมาณอาหาร” ที่ให้ลงไป “สิ่งที่ต้องคำนึงเวลาให้อาหารปลาคือความสมดุลระหว่างอาหาร จำนวนปลา และขนาดของพื้นที่ หากมีการให้อาหารมากเกินไปก็จะทำให้น้ำเน่าเสีย และส่งผลให้ปลาตายในที่สุด” ดร.ธรณ์ ระบุ นักวิชาการรายนี้ อธิบายว่า ปลาเลี้ยงนั้นมีหลายระดับ ซึ่งสำหรับปลาคาร์พที่มีราคาแพงนั้น คนที่เลี้ยงได้มักรู้อยู่แล้วว่าจะต้องให้อาหารปริมาณเพียงใด จึงเหมาะสมกับขนาดของบ่อ ขนาดของปลา เพราะบ่อมีขนาดเล็กและน้ำตื้น อย่างไรก็ตามตัวบ่อก็ยังมีระบบการจัดการน้ำ […]

Avatar

วีรทัศน์ อิงคภัทรางกูร

09/11/2017

‘ลุ่มน้ำโขง’ พบปลา 3 สายพันธุ์ใหม่ของ ‘โลก’ ผู้เชี่ยวชาญชี้ระบบนิเวศสมบูรณ์ – หลากหลาย

นักวิจัยค้นพบปลารากกล้วย 3 สายพันธุ์ใหม่ของโลกในประเทศไทย ระบุเป็นตัวชี้วัดความสมบูรณ์ของคุณภาพน้ำ และความหลากหลายระบบนิเวศน้ำจืด นายชวลิต วิทยานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านปลาและสัตว์น้ำจืดของไทย มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เปิดเผยกับสำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) ว่า ประเทศไทยได้ค้นพบปลารากกล้วยชนิดใหม่ 3 สายพันธุ์ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า A.thiemmedhi, A.rungthipae และ A.dialuzona โดย 1 สายพันธุ์พบได้ในแหล่งน้ำจืดและลุ่มน้ำโขง ส่วนอีก 2 สายพันธุ์สามารถพบได้เฉพาะลุ่มน้ำโขงเท่านั้น นายชวลิต กล่าวว่า ที่ผ่านมาใช้เวลาเก็บข้อมูลแหล่งน้ำในประเทศไทยและลุ่มน้ำโขงเป็นเวลา 20 ปี จนกระทั่งนำมาสู่การวิจัยเมื่อ 6 ปีที่ผ่านมา โดยจากการตรวจสอบรูปร่าง ลักษณะ และลวดลายของปลารากกล้วยที่ค้นพบผ่านการวิเคราะห์ DNA ที่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่าผลที่ได้ออกมาไม่เหมือนกับปลารากกล้วยอื่นๆ ที่เคยค้นพบ “พบว่า 3 ชนิดนี้เป็นชนิดใหม่ ซึ่งอาศัยอยู่ในแม่น้ำสายใหญ่และมีคุณภาพน้ำดีมาก โดยพบในช่วงปลายปี” นายชวลิต กล่าว สำหรับการตรวจสอบปลารากกล้วยนั้น ทีมวิจัยร่วมระหว่างนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฟลอริดา อเมริกา มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และทีมวิจัยอื่นๆ […]

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

04/11/2017

ฝนหนักเกิด ‘น้ำเบียด’ ปลาตายเกลื่อน ‘หัวหิน’ ปรากฏการณ์ธรรมชาติ-คาด 2-3 วันกลับปกติ

คพ.-ทช. ระบุสาเหตุปลาตายเกลื่อนหัวหินจาก “น้ำเบียด” หลังฝนตักหนักต่อเนื่องทำสัตว์น็อคน้ำ คาด 2-3 วันกลับเข้าสู่ปกติ สํานักจัดการคุณภาพน้ำ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 18 ต.ค.2560 ถึงกรณีเหตุการณ์ที่มีปลาทะเลตายจำนวนมากบริเวณชายหาดหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่าภายหลังประสานไปยังกองงานสาธารณสุข เทศบาลเมืองหัวหิน พบว่าได้มีซากปลาตายบริเวณบนชายหาดและในทะเลเป็นจำนวนมากในวันที่ 16 ต.ค.2560 และในวันที่ 17 ต.ค.2560 แต่มีปริมาณลดน้อยลง โดยคาดว่าน่าจะกลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติในช่วง 2-3 วันนี้ ทั้งนี้ เนื่องจากในช่วงวันที่ 16-17 ต.ค.2560 พื้นที่ อ.หัวหิน ได้มีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณน้ำจืดไหลลงสู่ทะเล ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์การณ์น้ำเบียด และมีสัตว์น้ำทะเลตายจำนวนมาก ซึ่งทางเทศบาลเมืองหัวหินได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามตรวจสอบ และจัดเก็บซากปลา ในวันที่ 17 ต.ค.2560 แต่ยังดำเนินการจัดเก็บไม่หมด ซึ่งจะทำการจัดเก็บต่อในวันที่ 18 ต.ค.2560 ด้าน ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง จ.ชุมพร กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ได้ชี้แจงว่า จากการตรวจสอบพบว่ามีสัตว์น้ำหลากหลายชนิด เช่น ปลากะเบน […]

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

18/10/2017

เปิดผลศึกษากินปลามีสิทธิโง่เหตุ ‘ปรอท’ ท่วม จังหวัดอุตสาหกรรมอ่วมสารพิษ – ไอคิวเด็กต่ำ

เปิดผลศึกษา “สารปรอท” พื้นที่ 8 จังหวัดอุตสาหกรรม พบสารพิษเกินเกณฑ์ทั้งคน-ปลา ส่งผลจากแม่สู่ลูก-ทำคนไอคิวต่ำ นายอัครพล ตีบไธสง นักวิชาการมูลนิธิบูรณะนิเวศ เปิดเผยในงานแถลงข่าวและนำเสนอผลการศึกษา “สารปรอทในปลาและร่างกายมนุษย์ ในพื้นที่พัฒนาอุตสาหกรรมและโรงไฟฟ้าของประเทศไทย ปี 2559-2560” จัดโดยมูลนิธิบูรณะนิเวศ ร่วมกับสมาคมอาร์นิก้า สาธารณรัฐเชก เมื่อวันที่ 18 ก.ย.2560 ตอนหนึ่งว่า จากผลศึกษาตัวอย่างปลาและหอยในพื้นที่ 8 จังหวัด พบว่าปลาทะเล 2 ใน 14 ตัวอย่างมีสารปรอทเกินเกณฑ์มาตรฐานปลาทะเลและอาหารทะเลของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ที่ 0.5 ppm และปลาน้ำจืด 18 ใน 25 ตัวอย่างมีสารปรอทเกินเกณฑ์มาตรฐานอาหารของ สธ.ที่ 0.02 ppm สำหรับการศึกษาดังกล่าว ได้ศึกษาในพื้นที่พัฒนาอุตสาหกรรม 8 จังหวัด ได้แก่ สมุทรปราการ สมุทรสาคร ระยอง ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา เลย ขอนแก่น และจันทบุรี […]

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

19/09/2017