กรมประมงปล่อยปลาล้านตัวแก้วิกฤตปลาแม่โขงสูญพันธุ์ นักวิชาการเตือนระวังเสียมากกว่าได้

กรมประมงเริ่มดำเนินโครงการฟื้นฟูทรัพยากรประมงน้ำจืดในแม่น้ำโขงโดยการปล่อยพันธุ์ปลาท้องถิ่น 1 ล้านตัว เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนของชาวประมงริมฝั่งโขงจากการสูญเสียทรัพยากรสัตว์น้ำในแม่น้ำโขง อันเป็นผลมาจากความผันผวนรุนแรงผิดฤดูกาลของระดับน้ำในแม่น้ำโขง แม้ว่าจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์โครงการดังกล่าวจากนักวิชาการสิ่งแวดล้อมและคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) ถึงความเหมาะสมและผลกระทบเพิ่มเติมต่อระบบนิเวศที่อาจเกิดขึ้นของโครงการ เมื่อวันที่ 7 กันยายน นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง ได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิด “โครงการฟื้นฟูทรัพยากรกรมประมงและระบบนิเวศจากผลกระทบภัยแล้งในแม่น้ำโขงและแม่น้ำสาขาโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน” ที่วัดหายโศก อ.สังคม จ.หนองคาย เพื่อช่วยเหลือชาวประมงในพื้นที่ 7 จังหวัดริมแม่น้ำโขงในภาคอีสาน หลังจากได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มชาวประมงเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ถึงผลกระทบต่อการประกอบอาชีพประมงและสภาพเศรษฐกิจชุมชนจากปัญหาการขึ้นลงอย่างผิดปกติของแม่น้ำโขง นายอดิศรกล่าวว่า ตั้งแต่กรมประมงรับทราบถึงความเดือดร้อนของกลุ่มชาวประมงในแม่น้ำโขงจากวิกฤตแม่น้ำโขงผันผวน ทางกรมได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ให้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาและให้ให้คำแนะนำเพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกรในเบื้องต้นอย่างเร่งด่วนทันที พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงระดับน้ำและผลกระทบต่อพันธุ์ปลาธรรมชาติในแม่น้ำโขงอย่างใกล้ชิด โดยในเบื้องต้น กรมประมงได้ปล่อยลูกพันธุ์ปลาพื้นถิ่น 3 สายพันธุ์ ได้แก่ ปลาตะเพียนขาว ปลาตะเพียนทอง และปลากาดำ ที่ได้จากการเพาะฟักด้วยชุดเพาะฟักไข่ปลาแบบเคลื่อนที่ จำนวน 1 ล้านตัวลงสู่แม่น้ำโขงในพื้นที่นำร่องที่ ตำบลสังคม อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย เพื่อเป็นการบรรเทาปัญหาทรัพยากรประมงในแม่น้ำโขงร่อยหรอ นอกจากนี้ นายอดิศรกล่าวว่า เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ที่ผ่านมา กรมประมงยังได้ร่วมหารือกับเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนลุ่มน้ำโขง 7 จังหวัดภาคอีสาน เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชุมชนชาวประมงริมฝั่งแม่น้ำโขง ซึ่งจากการหารือดังกล่าว […]

Avatar

ปรัชญ์ รุจิวนารมย์

08/09/2019

มดลูกสุดท้าย…ของสัตว์ทะเล ‘ภูเก็ต’

ภูเก็ตเดินคล้องแขนมากับการพัฒนาอุตสาหกรรมตั้งแต่ยุคแร่ดีบุก ยางพารา สวนมะพร้าว และป่าชายเลน นอกจากทรัพยากรบนดิน ภูเก็ตเริ่มขุดลึกลงไปในทะเล เริ่มมีการพัฒนาอุตสาหกรรมประมง และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว กระทั่งภูเก็ตได้ชื่อว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก เครื่องบินแลนดิ้งที่สนามบินภูเก็ตทุก 2 นาที หลังเกิดสึนามิที่ฝั่งตะวันตกของภูเก็ตในปี 2547 แนวคิดขยายการท่องเที่ยวมายังฝั่งตะวันออกของภูเก็ตจึงเริ่มต้นขึ้น แต่ด้วยสภาพภูมิประเทศของฝั่งตะวันออกคือพื้นที่ป่าชายเลน การพัฒนาการท่องเที่ยว ณ ฝั่งตะวันออกของภูเก็ตจึงเป็นการสร้างท่าเทียบเรือสำราญ ในปี 2559 รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีนโยบายผลักดันให้ประเทศไทยเป็นมารีน่าฮับ หรือศูนย์กลางธุรกิจท่าเทียบเรือสำราญของอาเซียน ด้วยการสนับสนุนทั้งภาษีและข้อกฎหมายแก่กลุ่มทุนใหญ่ บ้านอ่าวกุ้ง ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต คือ 1 ในพื้นที่เป้าหมายที่จะสร้างเป็นมารีน่า แต่ที่นี่มีแนวปะการังที่อุดมสมบูรณ์ ที่นี่มีป่าชายเลนผืนสุดท้ายของภูเก็ต ที่นี่มีผู้คนและชีวิต ภายใต้เวลาของการเดินคล้องแขนกันระหว่างเมืองกับการพัฒนาอุตสาหกรรม ผู้คนพื้นเมืองได้หายไป ป่าชายเลนผืนแล้วผืนเล่าได้หายไป กระทั่งเหลือป่าชายเลนผืนสุดท้าย ป่าชายเลนของชาวบ้านอ่าวกุ้งเป็นประหนึ่งมดลูกอนุบาลสัตว์ทะเล พวกเขาจึงลุกขึ้นมาปกปักมดลูกสุดท้ายของภูเก็ตฝั่งตะวันออกด้วยการคัดค้านโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือสำราญในชุมชน ขณะที่ลูกหลานของพวกเขา – ผู้คนตัวเล็กๆ ในภูเก็ตต้องเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานของการพัฒนาอุตสาหกรรมในระดับล่างสุด พวกเขาเป็นฟันเฟืองระดับล่างสุด เป็นพนักงานโรงแรม คนขับรถนำเที่ยว ขณะที่เมืองทั้งเมืองเริงรำในความเป็นไข่มุกแห่งอันดามัน เราจึงเห็นคนรุ่นใหม่ของภูเก็ตซึ่งส่วนมากยังชีพด้วยการเป็นพนักงานโรงแรม เริ่มพาตัวเองออกเรือไปจับปลาในทะเล บางคนบอกว่า นี่คืออาการบาดเจ็บทางมานุษยวิทยา เพราะท้องทะเลคือพื้นที่ตรวจสอบตนเอง […]

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

16/07/2019

ไม่หยุดประมงผิดกฎหมายในปี 2048 จะไม่มีปลา (ทูน่า) ให้จับอีกต่อไป

แม้เส้นกราฟความต้องการสินค้า และอาหารทะเลจากทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศร่ำรวยจะทะยานสูงขึ้นอย่างมาก และไม่หยุดยั้ง แต่เม็ดเงินตอบแทนสำหรับธุรกิจประมงไม่ได้คืนกลับสู่ครอบครัวชาวประมงในปริมาณที่เป็นธรรม ซ้ำร้ายกลับสร้างความต้องการ (demand) ที่เร่งเร้าให้ธุรกิจประมงเข้มข้นมากยิ่งขึ้น ใช้วิธีการทำประมงที่ผิดกฎหมายมากขึ้น เดินเรือไกลออกจากชายฝั่งทะเลบ้านตัวเองมากขึ้น เพียงเพื่อหวังว่า ‘อย่างน้อยที่สุด’ จะได้ปลาในปริมาณเท่าเดิม “มันยากมากที่จะทำงานเพื่อให้พอเลี้ยงลูกและเมีย” คือเสียงของ ราอูล โกเมซ (Raul Gomez) ชาวประมงชาวฟิลิปปินส์ ในบทความสารคดี ‘They are taking out a generation of tuna’: overfishing causes crisis in Philippines[1] (‘พวกเขากำลังทำให้การแพร่พันธุ์ทูน่าสูญหาย’: วิกฤตประมงในฟิลิปปินส์) โดยโจนาทาน วัตส์ (Jonathan Watts) บรรณาธิการข่าวสิ่งแวดล้อมโลก สำนักข่าว The Guardian บทความสารคดีชิ้นนี้ วัตส์ต้องการฉายภาพธุรกิจประมงผิดกฎหมายสีเทา ทั้งประเด็นจำนวนประชากร และสายพันธุ์ของปลาทูน่าในประเทศฟิลิปปินส์ที่ลดลงอย่างน่าใจหาย ประเทศที่ส่งออกทูน่าอันดับสองของโลก การบังคับใช้กฎหมายสากลโลก และในประเทศ สภาพชีวิตแรงงานทาสเบื้องหลังมันช่างตลกร้ายเกินบรรยาย สถานการณ์วิกฤตทูน่าในฟิลิปปินส์ ในรายงาน From […]

ณิชากร ศรีเพชรดี

ณิชากร ศรีเพชรดี

01/09/2018

แกะรอยแผนที่เดินเรือทั่วมหาสมุทรโลก อาณาเขตทัพเรือประมงไล่ล่าสัตว์น้ำผิดกฎหมาย

Global Fishing Watch ตรวจพิกัดมหาสมุทรโลก เผยเส้นทางเดินเรือกว่า 7 หมื่นลำ ทำประมงทั้งถูกและผิดกฎหมาย กินอาณาเขตไล่ล่าเกินครึ่งของท้องทะเล เม็ดเงินสะพัด 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี ถ้าทำผิดกฎหมายบนบก รถตำรวจ สายสืบ ชาวบ้าน หรือหน่วยงานใดก็ตาม ก็ยังพอมีโอกาสเอาสปอตไลท์ไปส่องเพื่อตรวจสอบเอาผิดได้ แต่ถ้าทำผิดกฎหมายบนท้องทะเล ไม่ว่าการใช้เครื่องมือทำลายล้างพันธุ์สัตว์น้ำไปจนถึงการใช้แรงงานทาส การตรวจสอบอาจเป็นไปได้ แต่คงยากและใช้เวลานาน เราจึงไม่เคยรู้เลยว่า กว่า 55% ของท้องทะเล (360 ล้านตารางกิโลเมตร) คือพื้นที่ทำประมงทั้งถูกและผิดกฎหมาย คิดเป็นพื้นที่มากกว่าพื้นที่เลี้ยงสัตว์บนบกกว่า 4 เท่า การตรวจสอบการทำผิดกฎหมายของเรือแต่ละลำในมหาสมุทรไม่ใช่เรื่องง่าย การทำงานที่ผ่านมาทำได้อย่างมากเพียงแค่ตรวจการเข้า-ออกของเรือบริเวณท่าเรือ ทั้งหมดนี้จึงเป็นที่มาของโครงการ Global Fishing Watch ที่ Oceana องค์กรเพื่อการอนุรักษ์ทะเลและทีมวิจัย ร่วมกับ Google และ SkyTruth องค์กรไม่แสวงกำไรที่ใช้ข้อมูลดาวเทียมตรวจสอบและป้องกันการทำลายสิ่งแวดล้อม สร้างแผนที่ “Global Fishing Watch” เพื่อตรวจสอบการเคลื่อนไหวและกิจกรรมบนท้องทะเลขึ้นมา โครงการนี้เริ่มทำข้อมูลตั้งแต่ปี 2016 เริ่มจากอุปกรณ์แสดงตัวอัตโนมัติสำหรับกิจการ (Automatic […]

ณิชากร ศรีเพชรดี

ณิชากร ศรีเพชรดี

14/06/2018

สำรวจพื้นที่นำร่องอนุบาลสัตว์น้ำ คืนความสมบูรณ์สู่ทะเลด้วย ‘บ้านปลา’

ตู้ม !! เสียงของแข็งในรูปแบบท่อทรงกลม ขนาด 40 x 80 ซม. เจาะรูด้านข้างโดยรอบ มีชื่อเรียกว่า ‘บ้านปลา’ ถูกปล่อยจากเรือประมงพื้นบ้านลงสู่พื้นน้ำบริเวณคลองลัดเจ้าไหม ปากน้ำเชื่อมสู่ทะเลอันดามัน ในพื้นที่ชุมชนบ้านมดตะนอย ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง จำนวน 80 ตัว โดยการสนับสนุนจากเอสซีจี ร่วมกับชุมชนบ้านมดตะนอย หน่วยงานภาครัฐ และภาคีเครือข่าย ภายใต้โครงการ ‘รักษ์น้ำ จากภูผา สู่มหานที’ เมื่อวันที่ 23 มี.ค.2561 ทุกคน ณ ที่นี่รู้ดีว่า ‘บ้านปลา’ ไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่ ในอดีตชาวประมงได้นำกิ่งไม้ไปสุมไว้ใต้น้ำ เพื่อให้ปลาเข้ามาหลบพักอาศัย จากหลักการล่อให้สัตว์น้ำเข้ามาอยู่อาศัยนั้น พัฒนาเป็นการนำวัสดุต่างๆ ที่หาได้ เช่น ต้นไม้ ยางรถยนต์ คอนครีต เหล็ก นำไปวางในทะเล เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย ที่หลบภัย และแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์ทะเล กลายเป็นแหล่งฟื้นฟูการทำประมงให้กับชาวประมงพื้นบ้าน ชุมชนบ้านมดตะนอย เป็นชุมชนที่ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้านเป็นหลัก มีความเข้มแข็งแต่ประสบปัญหาการทำประมงในฤดูมรสุมไม่สามารถออกเรือประมงได้ จึงจำเป็นต้องมีบ้านปลา […]

Avatar

วิมลรัตน์ ธัมมิสโร

03/04/2018

ฤดูกาลผันผวน ผลผลิตแปรปรวน วิกฤตรุมเร้า ‘เกษตร-ประมง’ ปรับตัวขนานใหญ่สู้ภัยโลกร้อน

แม้ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ จะพยายามป่าวประกาศแก่ชาวโลกว่า ปัญหา “โลกร้อน” เป็นเรื่องแต่ง และขู่จะถอนตัวจากข้อตกลงปารีสก็ตาม แต่ปรากฏการณ์ภัยพิบัติจากธรรมชาติที่หนักหน่วงมากขึ้นในรอบหลายสิบปีมานี้ ไม่อาจทำให้คนทั่วโลกคิดเป็นอื่นไปได้ แม้กระทั่งกลุ่มคนเล็กๆ ในประเทศไทย อย่างเกษตรกรรายย่อย ชาวประมงพื้นบ้าน ก็ยังสัมผัสได้ว่า โลกร้อนเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ไม่อาจมองข้าม ด้วยเหตุที่พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับความเสี่ยงและความเปราะบางของการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศทุกเมื่อเชื่อวัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพและชีวิตความเป็นอยู่อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง เมื่อปัญหาโลกร้อนจ่ออยู่ที่ปลายจมูก ทำให้ภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคมการทำงานด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ซึ่งประกอบด้วยเกษตรกรและชาวประมง ร่วมเปิดวงพูดคุยภายใต้หัวข้อ “พลังการรุกรับปรับต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศบนโลกที่เปราะบาง” เพื่อหาทางออกร่วมกันว่า คนตัวเล็กๆ อย่างพวกเขาจะดำรงชีวิตอยู่ต่อไปอย่างไรภายใต้สถานการณ์ที่เกิดขึ้น —– ประมงเมืองเพชร หันพึ่งหอยแครงมาเลเซีย —– เฉลิมเกียรติ ไกรจิตต์ ตัวแทนกลุ่มเลี้ยงหอยแครง ต.บางตะบูน อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี เล่าว่า ปัญหาจากอุณหภูมิโลกที่ค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้นส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในทะเลและบนบกโดยตรง ทำให้ผู้เลี้ยงหอยแครงต้องปรับเปลี่ยนพันธุ์หอย จากพันธุ์พื้นบ้านมาเป็นพันธุ์จากมาเลเซีย เพราะทนต่อความร้อนได้ดีกว่า ประกอบกับมีน้ำหนักและปริมาณเนื้อหอยที่มากกว่าพันธุ์พื้นบ้าน ทำให้สามารถขายได้ในราคาที่ดีกว่า เขาเล่าต่อว่า ปัจจุบันผู้เพาะเลี้ยงหอยแครง ต.บางตะบูน ต้องเผชิญกับสถานการณ์น้ำเสีย น้ำท่วม และการระบายน้ำจากชลประทาน ทั้งจากฝั่งเพชรบุรีและจาก อ.แม่กลอง จ.สมุทรสงคราม ในช่วงฤดูเก็บผลผลิตคือ ระหว่างเดือน […]

Avatar

วิมลรัตน์ ธัมมิสโร

03/01/2018

ลดพลาสติกจิ๋ว … ต่อลมหายใจท้องทะเล ‘กล่องโฟมสุดกรีน’ ทางเลือกใหม่ธุรกิจประมง

เอ็นจีโอฮ่องกง 2 กลุ่ม คือ องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล หรือ World Wildlife Fund (WWF) และ The International Solid Waste Association (ISWA) แนะอุตสาหกรรมประมงใช้กล่องโฟมรูปแบบใหม่ผลิตจากพลาสติกโพลีโพรพิลีน (Polypropylene: PP) ที่มีราคาถูก น้ำหนักเบา กำจัดง่าย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่ากล่องโฟมแบบเดิมที่ทำจากพลาสติกโพลีสไตรีน (Polystyrene: PS) กล่องโฟมทางเลือกอย่าง PP ถูกผลักดันทั้งจากนักวิชาการในประเทศและองค์กรนานาชาติในฐานะบรรจุภัณฑ์อาหารทางเลือก ให้ใช้เป็นอุปกรณ์จัดเก็บปลาในอุตสาหกรรมประมง เหตุผลหลักคือเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล เนื่องจากที่ผ่านมาขยะโฟมและพลาสติกประเภทใช้แล้วทิ้งจำนวนมหาศาลจะลอยตัวอยู่บนผิวน้ำ เมื่อถูกกระแทกจะแตกตัวกลายเป็นอนุภาคเล็กๆ ที่เรียกว่า “ไม่โครพลาสติก” และเป็นอันตรายต่อสัตว์ทะเลในที่สุด “เราจะเห็นกล่องโฟมจำนวนมากลอยคออยู่กลางทะเล แม่น้ำ โดยเฉพาะอ่าวอาเบอร์ดีน ซึ่งโฟมเหล่านี้มีคุณสมบัติเบา แตกหักง่าย และยิ่งทำให้การจัดเก็บขยะทะเลประเภทนี้เป็นไปได้ยากขึ้น เพราะฉะนั้นวิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นคือการพัฒนาโฟมทางเลือกที่เล็ก เบา และง่ายต่อการเก็บกวาด” Patrick Yeung Chung-wing หัวหน้าโปรเจ็คต์ WWF กล่าว อย่างไรก็ตาม คุณสมบัติของ PP ยังไม่สามารถตอบโจทก์เรื่องสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมบูรณ์แบบ […]

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

28/11/2017

‘อินโดฯ’ ฉีดยาแรงล้อมคอกจับปลา ‘ล้างทะเล’ รัฐบาลยั่งยืน … ประมงพื้นบ้านย่ำแย่

“อินโดนีเซีย” ได้รับการยกย่องให้เป็นประเทศส่งออกปลาทูน่าที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และประเทศเดียวกันนี้กลับมีกฎเกณฑ์ในการควบคุมการทำประมงน้อยที่สุดแห่งหนึ่งของโลกด้วยเช่นกัน การทำประมงในอินโดนีเซียตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ค่อนข้างเป็นไปอย่าง “อิสระ” จึงส่งผลให้เกิดการทำลายล้างทะเลอย่างรุนแรง เช่น ไม่มีการกำหนดโควต้าในการจับปลาทุกสายพันธุ์ เป็นเหตุให้ เต่า ฉลาม โลมา และปลาสายพันธุ์อื่นๆ ที่ใกล้จะสูญพันธ์ถูกล่าอย่างมหาศาลและต่อเนื่อง ด้วยความอิสระเช่นนี้ นำมาซึ่งการลักลอบเข้ามาทำประมงของประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจากข้อมูลพบว่ามีเรือมากกว่า 5,000 ลำ คิดเป็นมูลค่าราว 2.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ในปี 2015 ภายใต้การนำของ โจโก วิโดโด ประธานาธิบดีป้ายแดงในขณะนั้น ได้ออกกฎหมายใหม่สั่งห้ามและควบคุมไม่ให้เรือประมงผิดกฎหมายจากต่างประเทศเข้ามาทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU) ในน่านน้ำอินโดนีเซีย หนึ่งในมาตรการภายใต้กฎเหล็กฉบับนี้ก็คือ การขึ้นทะเบียนชาวประมงท้องถิ่นกว่า 6 ล้านคน และออกคำสั่งห้ามขนถ่ายสินค้าทางทะเล ซึ่งสร้างผลกระทบต่อการประกอบอาชีพของชาวประมงพื้นบ้านเป็นอย่างมาก จอห์นนี แลงเกนแฮม (Johnny Langenheim) คอลัมนิสต์และนักทำสารคดี ผู้ติดตามประเด็นสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ระบุว่า แม้กฏหมายฉบับดังกล่าวจะเป็นที่จับตาว่าจะส่งผลต่อการทำประมงขนาดเล็กอย่างไร แต่กฎหมายฉบับนี้ก็ได้รับการยอมรับจากนานาชาติว่าเป็นก้าวสำคัญของประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งจะทำให้มีชาวประมงท้องถิ่นถูกกฏหมายเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม เม็ดเงินจากชาวประมงท้องถิ่นจำนวนกว่า 6 ล้านคน […]

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

31/07/2017