กฟผ.ทุ่ม 5 หมื่นล้าน ลงทุนเพื่อนบ้าน ลุย ‘ถ่านหิน-โรงไฟฟ้า’ หวังโกยปีละ1,000ล.

ขอบคุณ : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

บริษัท กฟผ.อินเตอร์ เนชั่นแนล เปิดแผนการลงทุนระยะเวลา 5 ปี ทุ่มงบกว่า 5 หมื่นล้าน บุก 4 ประเทศเพื่อนบ้าน เน้นโรงไฟฟ้า-ถ่านหิน หวังกำไรปีละ 1,000 ล.

หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 20 มิ.ย.2559 เผยแพร่แผนการลงทุนของบริษัท กฟผ.อินเตอร์ เนชั่นแนล ระยะเวลา 5 ปี (2559-2563) โดย นายวัชรา เหมรัชตานันต์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กฟผ.อินเตอร์ฯ กล่าวว่า เตรียมใช้งบประมาณกว่า 5 หมื่นล้านบาท ลงทุนกิจการโรงไฟฟ้าและเหมืองถ่านหินในต่างประเทศให้มากขึ้น เพื่อผลักดันให้บริษัทเติบโตต่อเนื่องจนมีผลกำไรเฉลี่ยปีละ 1,000 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีกำไรเพียง 1 ล้านบาท

สำหรับแผนการลงทุนที่กำหนดไว้มี 5 โครงการ ประกอบด้วย 1.โครงการ โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำเงี๊ยบ 1 กำลังการผลิต 290 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ที่แขวงบอลิคำไซของ สปป.ลาว ซึ่ง กฟผ.อินเตอร์ฯ ถือหุ้นอยู่ 30% ขณะนี้อยู่ระหว่างก่อสร้างตัวเขื่อนหลักและเขื่อนรอง คาดว่าจะจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในปี 2562

2.โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนถ่านหินกวางจิ เวียดนาม กำลังการผลิต 2 หน่วย หน่วยละ 660 เมกะวัตต์ เริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบปี 2565-2566 มีมูลค่าโครงการรวม 7.5 หมื่นล้านบาท โดย กฟผ.อินเตอร์ฯ ถือหุ้นอยู่ 40%

3.โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำสาละวินตอนบน มายตง ตั้งอยู่ที่เมืองมายตง สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ขณะนี้ได้ปรับแผนโครงการแยกให้เป็น 2 เขื่อนเล็ก เพื่อลดผลกระทบกับประชาชน อยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากรัฐบาลเมียนมา หากได้รับความเห็นชอบปีนี้จะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2562 4.โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำฮัจยี ตั้งอยู่ในจังหวัดผาอัน สหภาพเมียนมา บริเวณตอนใต้ของแม่น้ำสาละวิน ขนาดกำลังผลิตรวม 1,360 เมกะวัตต์ กฟผ.อินเตอร์ฯ ถือหุ้น 36%

5.โครงการลงทุนธุรกิจเหมืองถ่านหินในเกาะกะลินมันตัง อินโดนีเซีย เพื่อจัดส่งถ่านหินป้อนโรงไฟฟ้าในเวียดนามและไทย ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจาเข้าร่วมทุน คาดจะสรุปภายในปีนี้และใช้เงินลงทุน 200-300 ล้านเหรียญสหรัฐ

“โครงการลงทุนเหล่านี้เป็นเป้าหมายสำคัญ ที่ต้องดำเนินการให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น เพราะที่ผ่านมา กฟผ.อินเตอร์ฯ เข้าไปลงทุนในต่างประเทศได้น้อยมาก โดยจะเสนอให้กระทรวงพลังงานหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อผ่อนปรนการจัดทำรายละเอียดของโครงการเป็นกรอบการลงทุนไว้ในหลักการเท่านั้น เพื่อให้การลงทุนในโครงการต่างประเทศคล่องตัวและแข่งขันกับต่างชาติได้” นายวัชรา ระบุ