จุฬาฯ วิจัย ‘ปะการัง’ พันธุ์อึดทนฟอกขาว ทช.คาดฝนมาเร็วอาจช่วยฟื้นตัวได้ 100%

ทีมคณะวิทยาศาสตร์จุฬาฯ เดินหน้าวิจัยสาหร่าย-ปะการัง ทนทานสภาวะฟอกขาว เชื่อเป็นความหวังฟื้นฟูอ่าวไทย-อันดามันอย่างยั่งยืน ด้าน ทช.ชี้ปีนี้ฝนเข้าเร็ว ปะการังมีสิทธิฟื้นตัวมากถึง 100%

รศ.ไทยถาวร เลิศวิทยาประสิทธิ หัวหน้าภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวในเวทีเสวนาวิชาการ “การฟอกขาวของปะการังและวิธีการฟื้นฟู” เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2559 ว่าจากการทดสอบสายพันธุ์ของสาหร่ายขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในเนื้อเยื่อของปะการัง (ซูแซนเทลลี) เบื้องต้นที่เกาะแสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ทั้งในห้องปฏิบัติการและภาคสนาม พบว่ามีความเป็นไปได้ที่จะใช้ซูแซนเทลลีในการฟื้นฟูปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวทั้งในฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน

สำหรับซูแซนเทลลีดังกล่าว เป็นสาหร่ายสายพันธุ์ที่นำมาจากดอกไม้ทะเล ซึ่งเมื่อนำมาทดสอบพบว่าสามารถทนต่อน้ำทะเลในอุณหภูมิสูงได้ เป้าหมายต่อไปจึงคาดว่าน่าจะนำไปใช้ฟื้นฟูปะการังที่ฟอกขาวให้กลับคืนสู่ปกติได้เร็วขึ้น ใช้ในการอนุรักษ์ปะการังกลุ่มเสี่ยงสูญพันธุ์ รวมถึงเพาะพันธุ์ปะการังและสัตว์ทะเลไม่มีกระดูกสันหลังชนิดอื่นให้ทนทานต่อการฟอกขาว โดยขณะนี้ต้องทำการเพิ่มปริมาณการทดสอบ และความหลากหลายของชนิดพันธุ์ จึงจะสรุปได้ว่าสามารถนำไปแก้ไขปัญหาได้อย่างแท้จริง

“ปกติปะการังกับซูแซนเทลลีจะอยู่ร่วมกันอยู่แล้ว เป็นความสัมพันธ์แนบแน่นที่ขาดกันไม่ได้ ซึ่งการค้นพบในครั้งนี้ไม่ได้ใช้การตัดต่อพันธุกรรมใดๆ เป็นเพียงความรู้พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์จากการสังเกตว่าในอุณหภูมิน้ำที่เท่ากัน แต่ปะการังกลับไม่ได้เกิดการฟอกขาวทั้งก้อน เป็นเพราะความหลากหลายของซูแซนเทลลีบนปะการัง” รศ.ไทยถาวร กล่าว

รศ.สุชนา ชวนิชย์ รองผู้อำนวยการ ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ในส่วนของงานวิจัยการเพาะขยายพันธุ์ปะการังที่เกาะแสมสาร ทั้งในระบบเพาะพักและปล่อยลงสู่ทะเล ซึ่งได้เริ่มทดลองครั้งแรกตั้งแต่เมื่อปี 2549 โดยศึกษาปะการังไปแล้วจำนวน 8-9 ชนิด พบว่าประสบผลสำเร็จ และตั้งเป้าหมายที่จะสามารถฟื้นฟูปะการังในธรรมชาติจากการฟอกขาว รวมถึงนำองค์ความรู้ที่ได้ไปใช้เป็นแนวทางหนึ่งในการจัดการระบบนิเวศปะการังอย่างยั่งยืน

“ปะการังก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความพยายามในการอยู่รอด ซึ่งเราได้ทำการเพาะเลี้ยงเป็นเวลา 2 ปีในสภาวะที่กดดัน เมื่อปล่อยลงสู่ทะเลปะการังเหล่านี้ก็จะมีความแข็งแรงทนทาน โดยในพื้นที่ทดลองที่เกาะแสมสารเราได้ทำการปล่อยลงทุกปี ปีละ 200-300 ก้อน ซึ่งก็สามารถอยู่รอดได้จนถึงปัจจุบัน และยังพบว่ามีความสามารถในการปล่อยไข่และสเปิร์มเพื่อออกลูกหลานได้แล้วเช่นกัน” รศ.สุชนา กล่าว

นายนิพนธ์ พงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าวว่า ปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวในปีนี้กระจายพื้นที่กว้างระดับโลก โดยในประเทศไทยประสบปัญหาคลอบคลุมทุกจังหวัด แต่โชคดีว่าปีนี้อุณหภูมิน้ำทะเลลดลงรวดเร็วเนื่องจากฤดูฝนที่เข้ามาเร็ว ทำให้มีโอกาสที่ปะการังจะฟื้นตัวได้มาก และอาจมีสิทธิฟื้นตัวถึง 100%

นายนิพนธ์ กล่าวอีกว่า สาเหตุของการเกิดปะการังฟอกขาวในระดับโลก นอกจากเรื่องของอุณหภูมิน้ำทะเลแล้ว ยังมีปริมาณแสงอาทิตย์ที่ส่องลงไปเป็นปัจจัยเสริมให้เกิดการฟอกขาวอย่างเต็มที่ ซึ่งปริมาณแสงแดดที่มากเกินพอจะทำลายเนื้อเยื่อและสร้างความเสียหายให้กับปะการัง ทั้งนี้สิ่งที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกำลังศึกษาจะเป็นแนวทางในการต่อต้านปรากฏการณ์ฟอกขาว แต่ยังเป็นงานเบื้องต้นที่คาดว่ายังจะต้องพัฒนาต่อไปอีก