ตึงเครียด! ชาวแม่สายเผชิญหน้าเอกชน เฝ้าระวังผู้รับเหมาขุดเจาะ ‘บ่อบำบัด’ พิพาท

ชาวบ้านบ้านเหมืองแดง ต.แม่สาย กว่า 150 คน เฝ้าระวังผู้รับเหมาเดินหน้าโครงการบ่อบำบัดน้ำเสีย หลังพบรถแบ็คโฮเข้ามาในจุดก่อสร้าง ทั้งที่ข้อพิพาทอยู่ในชั้นศาลปกครองสูงสุด

ภายหลังนายชุติเดช มีจันทร์ นายอำเภอแม่สาย รับปากชาวบ้านบ้านเหมืองแดง ในนามกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย ว่าจะรอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) มาเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยข้อพิพาทกรณีการสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียของเทศบาล ต.แม่สาย ซึ่งชาวบ้านขอให้ย้ายจุดก่อสร้างเนื่องจากพื้นที่โครงการอยู่ประชิดแม่น้ำสายซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักของชุมชน

ล่าสุด ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 14 มิ.ย.2559 พบว่ามีรถแบ็คโฮของบริษัทเอกชนได้เข้ามาดำเนินการในพื้นที่โครงการ ส่งผลให้ชาวบ้านบ้านเหมืองแดงประชาสัมพันธ์ผ่านเสียงตามสายในหมู่บ้านและรวมตัวกันกว่า 150 คน ออกมาสังเกตการณ์ พร้อมทั้งเรียกร้องให้ผู้รับเหมาหยุดดำเนินการ

ตัวแทนผู้รับเหมาชี้แจงว่า ได้ประชุมร่วมกับหน่วยราชการ อ.แม่สาย เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.2559 ณ ที่ว่าการอำเภอ โดยได้รับคำยืนยันว่าสามารถขุดเจาะและดำเนินโครงการได้ แต่เมื่อชาวบ้านคัดค้านจึงหยุดดำเนินการ

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านบ้านเหมืองแดง ได้เดินทางเข้าไปร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตะเวนชายแดน สภ.แม่สาย และกองกำลังผาเมือง อ.แม่สาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ชี้แจงว่าไม่มีอำนาจสั่งการให้เอกชนหยุดดำเนินโครงการ แต่ก็ได้ส่งกำลังเข้ามาสังเกตการณ์ในพื้นที่ก่อสร้าง ขณะที่ตัวแทน อ.แม่สาย ยื่นข้อเสนอให้ชาวบ้านแยกย้ายกลับบ้าน แต่ชาวบ้านไม่ยินยอมสลายตัวจนกว่ารถแบ็คโฮและคนงานบริษัทรับเหมาจะย้ายออกจากพื้นที่พร้อมกัน

ทั้งนี้ พื้นที่ก่อสร้างโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียของเทศบาล ต.แม่สาย เป็นพื้นที่ราชพัสดุซึ่งอยู่ติดกับโครงการชลประทานเชียงรายเหมืองแดง โดยใช้งบประมาณ 260 ล้านบาท ในพื้นที่ 19 ไร่

อนึ่ง ก่อนหน้านี้ชาวบ้านกว่า 100 คน ได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อ นายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ ผวจ.เชียงราย ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรม จ.เชียงราย เพื่อขอความเป็นธรรมและคัดค้านการประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจ ซึ่งจัดขึ้นโดยจังหวัด เนื่องจากเห็นว่าสัดส่วนกรรมการไม่เหมาะสม เพราะมีตัวแทนชาวบ้าน 1 ราย ขณะที่ตัวแทนราชการ 15 ราย

สำหรับ ข้อพิพาทในโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียฯ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด และ กสม.เตรียมลงพื้นที่ไกล่เกลี่ยในวันที่ 26 มิ.ย.นี้

นายจัตุรวิชช์ ดอกไม้ ประธานกลุ่มอนุรักษ์ฯ เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ตั้งแต่ปี 2552 ที่ชาวบ้านทราบข่าวว่าจะมีโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียของเทศบาล ต.แม่สาย มาสร้างในพื้นที่ประชิดกับแม่น้ำสาย ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักที่หล่อเลี้ยงชาวบ้าน ต.แม่สาย มาโดยตลอด ชาวบ้านก็เริ่มมีความกังวลเรื่องมลพิษ ความสกปรก กลิ่น และการปนเปื้อนในแหล่งน้ำ

“ที่สำคัญคือบริเวณที่จะก่อสร้างนั้นเป็นจุดที่น้ำไหลบ่าลงสู่แม่น้ำสายในช่วงหน้าน้ำ หากมีบ่อบำบัดน้ำเสียพื้นที่ 19 ไร่ เกิดขึ้น ก็เท่ากับจะเป็นสิ่งกีดขวางทางน้ำไหล ส่งผลให้ชาวบ้านไม่ต่ำกว่า 4 ชุมชน ใน ต.แม่สาย จะได้รับผลกระทบเรื่องน้ำท่วมอย่างแน่นอน”นายจัตตุรวิชช์ กล่าว

ประธานกลุ่มอนุรักษ์ฯ รายนี้ กล่าวอีกว่า ตั้งแต่ปี 2552 จนถึงปัจจุบัน เทศบาลได้พูดถึงโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียแห่งนี้เพียง 2 ครั้งเท่านั้น ครั้งแรกช่วงค่ำของวันที่ 29ม.ค.2552 ซึ่งมีการเรียกประชุมชี้แจงตามปกติ แต่จู่ๆ ช่วงท้ายนายกฯ เทศมนตรีก็แจ้งว่าจะมีการก่อสร้างโครงการ ซึ่งครั้งนั้นมีชาวบ้าน 3 ราย ยกมือคัดค้าน จากนั้นอีก 4 ปี คือช่วงต้นปี 2556 เทศบาลก็จัดเวทีประชาคมหมู่บ้านในเรื่องอื่นๆ แต่พอจะจบก็มีการนำเอาเรื่องบ่อบำบัดฯ เข้ามาชี้แจงว่าจะเริ่มก่อสร้างเพราะได้รับงบประมาณแล้ว

“จากนั้นชาวบ้านก็รวบรวมรายชื่อยื่นให้เทศบาลทบทวนโครงการ ซึ่งนายกฯ ก็รับปากว่าจะไม่เดินหน้าต่อ แต่กลับพบว่ายังมีการขายซองประมูลให้ผู้รับเหมาอยู่ และระหว่างนั้นผู้รับเหมาก็จะเข้ามาขุดในพื้นที่ ชาวบ้านก็ขัดขวาง นายอำเภอก็เรียกกองช่างมาคุยและรับปากจัดเวทีสาธารณะให้ ซึ่งชาวบ้านก็ใช้ทุกช่องทางที่มีในการคัดค้านและได้ยื่นศาลปกครอง และกสม.ในท้ายที่สุด”นายจัตุรวิชช์ กล่าว