‘วิกรม’ อ้างน้องเก็บ ‘นกเงือก’ มาเลี้ยง อุทยานฯ เชื่อไม่เจตนาครอบครอง – เอาผิดไม่ได้

ภาพจาก: เฟสบุ๊ค Vikrom Kromadit วิกรม กรมดิษฐ์

วิกรม กรมดิษฐ์ แจงภาพถ่ายคู่กับนกเงือกสีน้ำตาล ตีมึนไม่รู้มาจากไหน ด้านกรมอุทยานฯ เชื่อ ไม่มีเจตนาครอบครอง ไม่มีช่องเอาผิด

ภายหลังนายวิกรม กรมดิษฐ์ เจ้าของโครงการนิคมอุตสาหกรรมอมตะ โพสต์ภาพตัวเองนั่งอยู่บนเก้าอี้ โดยมีนกสีน้ำตาลเกาะอยู่บนพนักพิง ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Vikrom Kromadit วิกรม กรมดิษฐ์” เมื่อช่วงต้นเดือน มิ.ย.2559 ก่อนจะลบภาพดังกล่าวทิ้งไป เนื่องจากถูกสังคมออนไลน์สืบทราบว่านกตัวดังกล่าวคือนกเงือกสีน้ำตาล ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง

ล่าสุด เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.2559 นายวิกรม ได้ชี้แจงว่า ไม่เคยครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองใดๆ ส่วนนกที่อยู่ในภาพเป็นนกที่น้องชายช่วยเลี้ยงดูอยู่ เพราะบ้านของน้องอยู่ติดกับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งนกตัวดังกล่าวถูกคนงานพบข้างไร่ในสภาพที่บินไม่ได้ และก็ไม่ทราบว่ามาจากไหน น้องสงสารจึงนำมาเลี้ยงเพราะกลัวจะถูกสัตว์ป่าหรือคนฆ่าตาย และทุกวันนี้นกตัวนั้นก็ไม่ยอมไปไหน

นายวิกรม ชี้แจงอีกว่า ที่ไรบริเวณเขาใหญ่กลายเป็นเขตป่ากันชนระหว่างอุทยานกับชาวบ้าน และมีทั้งช้างป่า กระทิง กวาง เก้ง หมูป่า นกเงือกต่างๆ เป็ดป่า เข้ามาในไร่เป็นประจำ โดยเฉพาะนกเงือกอาศัยในไร่เกือบร้อยตัว เนื่องจากไม่เคยทำร้าย และมีอาหารจากต้นไม้ที่ปลูกใหม่เกือบ 10 ปี

ทางด้าน นพ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ อาจารย์แพทย์โรงพยาบาลสวนดอก คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แสดงความคิดเห็นว่า นกเงือกสีน้ำตาลในภาพน่าจะเป็นตัวเมียของ Austen’s brown Hornbill ที่พบที่เขาใหญ่เพราะปากสีอ่อนมาก โดยนกเงือกสีน้ำตาลไม่ใช่นกที่จะมาอาศัยตามชายป่า แต่จะอยู่ในป่าทึบที่มี closed canopy ที่ระดับความสูงกว่า 700 เมตร

“นักตัวนี้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง หากพบพลัดหลงมาต้องแจ้งเจ้าหน้าที่กรมอุทยาน คนทั่วไปนำมาครอบครองไม่ได้ครับ ผมเกรงว่าการที่คนมีชื่อเสียงโชว์การเลี้ยงสัตว์ป่าคุ้มครองแบบนี้ จะยิ่งทำให้ส่งเสริมกระแสการอยากมีสัตว์ป่าคุ้มครองในครอบครองบ้าง ซึ่งกลายเป็นปัญหาใหญ่ระดับโลกในปัจจุบัน” นพ.รังสฤษฎ์ กล่าว

นางเตือนใจ นุชดำรงค์ ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า กรมอุทยานฯ ไม่สามารถแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดเรื่องการครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตได้ เพราะข้อความที่บอกว่านกตัวนี้มาเองอาจสื่อได้ว่าเป็นการเจตนาไม่ครอบครอง เพราะไม่ได้นำใส่กรงกักขังหน่วงเหนี่ยว

“แม้ระหว่างที่นกตัวนี้อยู่ในบ้านไม่แจ้งครอบครองก็ไม่มีความผิด ยอมรับว่ากฎหมายเปิดช่องที่ไม่สามารถเอาผิดได้หากแจ้งความดำเนินคดี เนื่องจากพิสูจน์ได้ยากและเจ้าหน้าที่เองก็จะตกที่นั่งลำบาก เจอข้อหาฟ้องกลับจากคู่ความได้ว่าไปกลั่นแกล้งได้” นางเตือนใจ กล่าว