หวั่นร่วม TPP เอื้อต่างชาติฟ้องรัฐบาลไทย ‘วรศักดิ์’ เปิดแนวคิดจีน ยอมสละ สวล.แลกเงิน

เครือข่าย FTA Watch หวั่น “สมคิด” พาไทยเข้าร่วม TPP เปิดช่องทุนข้ามชาติฟ้องรัฐบาลไทย ด้านทนายชาวบ้าน เปิดข้อมูลกรรมการสิทธิฯ พบทุนไทยรุกรานเพื่อนบ้านอื้อ ขณะที่ ผอ.ศูนย์จีนศึกษา จุฬาฯ เปลือยวิธีคิดจีน ยอมเสียสละสิ่งแวดล้อมแลกเศรษฐกิจ

น.ส.กรรณิการ์ กิจติเวชกุล ผู้ประสานงานเครือข่าย FTA Watch กล่าวในงานเสวนาเรื่องทุนข้ามพรมแดน … ความเสี่ยงกินรวบฐานทรัพยากร ? ซึ่งจัดขึ้นโดยชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.2559 ตอนหนึ่งว่า ในขณะที่ร่างรัฐธรรมนูญไม่เอื้อต่อการปกป้องทรัพยากร แต่ความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (TPP) ที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เตรียมนำประเทศไทยเข้าร่วมนั้นเป็นสิ่งที่น่ากลัวกว่า เพราะมีการกำหนดไว้ว่าหากรัฐบาลไทยออกกฎระเบียบที่ไปกระทบต่อกำไรของบริษัทที่จะมาลงทุน บริษัทเหล่านั้นสามารถฟ้องร้องรัฐบาลไทยได้

น.ส.กรรณิการ์ กล่าวว่า เดิมทีหากทุนต่างชาติต้องการฟ้องร้องรัฐบาลไทยจะต้องใช้กลไกอนุญาโตตุลาการ และยังสามารถเอาคำวินิจฉัยของอนุญาโตตุลาการมาให้ศาลไทยชี้ขาดได้อีกครั้ง แต่หากไทยเข้าร่วม TPP แล้ว กลไกอนุญาโตตุลาการถือเป็นที่สิ้นสุด จะไม่สามารถนำมาให้กระบวนการยุติธรรมไทยชี้ขาดได้อีก

“อย่างกรณีเหมืองทองคำที่คณะรัฐมนตรีสั่งปิด หากบริษัทแม่ต้องการฟ้องจะต้องร้องต่ออนุญาโตตุลาการ และถ้าอนุญาโตฯ วินิจฉัยคือรัฐบาลไทยผิดเพราะกระทบต่อกำไรของเขา ไทยก็สามารถเอาคำวินิจฉัยนั้นเข้าสู่ศาลปกครองเป็นผู้ชี้ขาดได้อีกครั้ง ซึ่งศาลไทยอาจดูบริบทว่ารัฐมีหน้าดูแลประชาชน ดังนั้นจึงมีสิทธิปิดเหมือง” น.ส.กรรณิการ์ กล่าว

น.ส.กรรณิการ์ กล่าวอีกว่า ในช่วงที่ผ่านมามีคดีเช่นนี้เพิ่มขึ้นจำนวนมาก และกว่า 90% เป็นนักลงทุนสหรัฐอเมริกาและยุโรป ไล่ฟ้องประเทศกำลังพัฒนา ส่งผลให้หลายประเทศต้องสูญเสียงบประมาณเพื่อชดใช้ให้กับนักลงทุนข้ามชาติเหล่านี้

นายรัชวิชญ์ ปิยะปราโมทย์ ผู้อำนวยการสำนักยุโรป กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า สำหรับข้อตกลง TPP นั้นยังไม่ได้ถูกเปิดเผยทั้งหมด แต่จากการศึกษาพบว่ามีมิติที่กว้างและลึกกว่าที่ FTA มีอยู่ โดยประเด็นที่น่าเป็นห่วงคือข้อกำหนดที่มากกว่า FTA ทั้งการเปิดเสรีการค้าบริการ คุ้มครองการลงทุน ทรัพย์สินทางปัญญา ยา สิทธิในพันธุ์พืช แรงงาน สิ่งแวดล้อม หรือการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นหัวข้อหลักของมาตรฐานเราที่ต้องปรับ

“สิ่งหนึ่งที่อยากจะชี้คือ การเปิดเสรีในอาเซียนเรามีแนวทางปฏิบัติที่จะให้สิทธิด้วยกันเองมากที่สุด แต่เมื่อมีอยู่ 4 ประเทศที่เข้าไปอยู่ใน TPPและจำเป็นต้องให้สิทธิสมาชิกใน TPP มากกว่า จึงเป็นคำถามว่าอาเซียนด้วยกันหรือประเทศไทยเองจะทำอย่างไร สำหรับผลกระทบต่างๆ เรากำลังศึกษากันอยู่ เราเองก็รอ รธน.ฉบับใหม่ ที่จะเปิดให้ผู้มีส่วนได้เสียได้เข้ามามีส่วนร่วมออกเสียงและเสนอแนะ ก่อนที่สมาชิกดั้งเดิมของข้อตกลง TPP จะเปิดรับสมาชิกใหม่ ก.พ. 2561” นายรัชวิชญ์ กล่าว

น.ส.ส.รัตนมณี พลกล้า ผู้ประสานงานมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน กล่าวว่า จากข้อมูลการตรวจสอบของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) พบ 3 ประเทศ ได้แก่ เมียนมา ลาว และกัมพูชา ได้รับความเดือดร้อนจากโครงการของกลุ่มทุนไทย ไม่ว่าจะเป็นการสร้างโรงไฟฟ้า การซื้อไฟฟ้า การทำเหมืองทองแดง เหมืองลิกไนต์ การทำกิจการโรงน้ำตาล

นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาแล้วพบว่าประเทศไทยไม่มีกฎหมายควบคุมการลงทุนในต่างประเทศแต่อย่างใด และเมื่อทุนไทยไปละเมิดในต่างประเทศ เขาสามารถมาฟ้องร้องในประเทศไทยได้ แต่ก็ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าผู้ละเมิดเป็นคนไทยจริงถึงจะเอาผิดได้ ซึ่งในทางปฏิบัติเป็นเรื่องยากเพราะหากทุนไทยจดทะเบียนเป็นบริษัทเมียนมา ลาว กัมพูชา ก็ไม่ถือว่าไม่ได้เป็นคนไทย นั่นจึงเป็นเรื่องยาก

ผศ.วรศักดิ์ มหัทธโนบล ผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับใดที่สนับสนุนเสรีนิยมใหม่ และเอื้อประโยชน์ต่อนายทุนได้สะใจเท่าฉบับนี้

ผศ.วรศักดิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันทุนจีนได้ข้ามพรมแดนมาสู่ประเทศไทยโดยเริ่มจากเกษตรกรรมเพียงเพื่อตอบสนองการบริโภคของตัวเอง เห็นได้จากการเช่าที่ดินทางภาคเหนือปลูกกล้วย ซึ่งทำให้จีนได้ผลผลิตโดยไม่มีต้นทุนสิ่งแวดล้อมคือจะใช้สารเคมีอย่างไรก็ได้

“ทุกวันนี้ประเทศจีนมีปัญหาสิ่งแวดล้อม ในเมืองใหญ่ๆ เต็มไปด้วยหมอกพิษ แต่รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมของจีนกลับบอกว่าเพื่อความเจริญทางเศรษฐกิจเราจำเป็นต้องเสียสละสิ่งแวดล้อม” นักวิชาการรายนี้ระบุ

ผศ.วรศักดิ์ กล่าวอีกว่า หากทุนจีนเข้ามาในประเทศไทยเขาก็สามารถเสียสละสิ่งแวดล้อมได้ เพราะไม่ใช่
สิ่งแวดล้อมของเขา ฉะนั้นรัฐบาลต้องรู้เท่าทันจีนคือทำอย่างไรไม่ให้ไทยได้รับผลกระทบจากทุนจีน โดยเฉพาะเมื่อประกาศนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ และมีข้อยกเว้นทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ)