ศาลฎีกาพิพากษาเอกชนปล่อยโคบอลต์ 60 รั่ว สั่ง ‘กมลสุโกศล’ จ่าย 6 แสน – สิ้นสุดคดียาว 15 ปี

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามอุทธรณ์ สั่งบริษัทกมลสุโกศล จ่ายค่าเสียหาย 6.4 แสน พร้อมดอกเบี้ยปีละ 7.5% แก่เหยื่อทั้ง 14 ราย ถือเป็นการจบคดีที่ใช้เวลาต่อสู้ยาวนานถึง 15 ปี

เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.2559 ศาลแพ่ง (รัชดา) อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีรังสีโคบอลต์-60 รั่วไหลเมื่อปี 2543 โดยพิพากษายืนตามศาลศาลอุทธรณ์ให้จำเลยที่ 1 คือบริษัทกมลสุโกศล อิเล็คทริค จำกัด จ่ายค่าเสียหายจากการกระทำอันเป็นเหตุให้บุคคลอื่นได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิตและร่างกาย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 640,276 บาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ.2543 ให้แก่ผู้ได้รับความเสียหายจำนวน 11 ราย

สำหรับคดีดังกล่าว ผู้เสียหายจำนวน 12 ราย นำโดย น.ส.จิตราภรณ์ เจียรอุดมทรัพย์ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง บริษัทกมลสุโกศล อิเล็คทริค จำกัด บริษัท กมลสุโกศล จำกัด นางกมลา สุโกศล กรรมการผู้จัดการบริษัท น.ส.เลียบ เธียรประสิทธิ์ กรรมการบริษัท และนายเชวง สุวรรณรัตน์ ผู้จัดการฝ่ายเครื่องมือแพทย์ เป็นจำเลยที่ 1-5 ตามลำดับ ต่อศาลแพ่ง เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 2544

ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นผู้ครอบครองเครื่องฉายรังสีโคบอลต์-60 โดยขาดความระมัดระวังในการใช้และจัดเก็บ ทำให้เกิดความเสียหายต่อผู้ได้รับสัมผัส โดยฟ้องเรียกค่าเสียหายรวมเป็นเงิน 109,264,360 บาท แต่ศาลแพ่งได้พิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชดเชยค่าเสียหายทั้งสิ้น 640,276 บาท จากนั้นในวันที่ 20 ต.ค.2552 ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายกฟ้องในส่วนของโจทก์ที่ 4 ส่วนโจทก์อื่นๆ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น

อย่างไรก็ตาม โจทก์ยังไม่เห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในบางประเด็น จึงได้ยื่นฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 2552

นายสุรชัย ตรงงาม ทนายความมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW) กล่าวว่า คำพิพากษาดังกล่าวนับเป็นเรื่องที่น่าเสียดายในหลายประการ เพราะสุดท้ายค่าเสียหายก็ไม่สามารถเยียวยาความเสียหายได้ครบถ้วน และระยะเวลาของคดีที่เนิ่นนานก็ไม่อาจตอบสนองผู้เสียหายได้เต็มที่ สุดท้ายแล้วหลักการที่ผู้ก่อมลพิษต้องเป็นผู้จ่ายก็ยังไม่บรรลุในสังคมไทย

“แม้ว่าจะวินิจฉัยว่ามีความผิด แต่คำพิพากษานี้ไม่ได้ก่อให้เกิดบทเรียนแก่ธุรกิจเอกชน ว่าควรจะต้องระมัดระวังในการปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ ไม่ได้เป็นบรรทัดฐานใดเลย” ทนายความคดีดังกล่าว ระบุ

อนึ่ง เมื่อเดือน ก.พ. 2543 ได้มีบุคคลเก็บเอาแท่งโคบอลต์-60 ที่ใช้ในเครื่องฉายรังสีทางการแพทย์ ซึ่งเสื่อมสภาพและถูกทิ้งไว้ในบริเวณลานจอดรถเก่ารกร้างที่ไม่มีเครื่องหมายและรั้วกั้น นำไปขายให้ร้านรับซื้อของเก่าในซอยวัดมหาวงศ์ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ โดยเจ้าของร้านและลูกจ้างได้ทำการตัดแยกชิ้นส่วนโลหะ ทำให้กัมมันตภาพรังสีแพร่ออกมาส่งผลกระทบต่อสุขภาพของบุคคลที่ทำงานและพักอาศัยในบริเวณดังกล่าว

ทั้งนี้ ผู้เสียหายจำนวน 12 ราย จึงได้ฟ้องสำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ ต่อศาลปกครอง ข้อหาละเมิดจากการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ โดยศาลปกครองกลางวินิจฉัยว่าผู้ถูกฟ้องคดีละเลยการปฏิบัติหน้าที่ในการควบคุมดูแลการเก็บรักษาวัสดุกัมมันตภาพรังสี และการจัดการให้เกิดความปลอดภัยแก่ประชาชน จึงพิพากษาให้ชำระค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ฟ้องคดีทั้ง 12 ราย รวมเป็นเงิน 5,222,301 บาท ต่อมาศาลปกครองสูงสุดก็ได้พิพากษายืนตาม