คาดอีก 2 ปีมูลค่าทะเลไทยทะลุ 30 ล้านล้าน ทช.ปั้นประการังพันธุ์อึด สู้วิกฤตฟอกขาว

ที่ประชุมวิทยาศาสตร์ทางทะเล เผยแผนฟื้นฟูปะการังฟอกขาว พัฒนาสายพันธุ์ “ปะการัง-สาหร่าย” ทนร้อน วางแผนทดลองฟื้นฟู 5 เกาะ เตรียมประกาศพื้นที่คุ้มครองทางทะเล 3.5 หมื่น ตร.กม.ภายใน 2570

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ร่วมกับสมาคมวิทยาศาสตร์ทางทะเล และคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดประชุมวิชาการครั้งที่ 5 ภายใต้ชื่อ “50 ปีทะเลไทย ก้าวไกลสู่ความยั่งยืน” เมื่อวันที่ 1-3 มิ.ย. 2559 พร้อมเผยผลการประชุมในประเด็นการรับมือและแก้ไขปัญหาปะการังฟอกขาว พร้อมการเตรียมประกาศพื้นที่คุ้มครองทางทะเลกว่า 35,000 ตร.กม.

ผศ.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผลประโยชน์ที่เกิดจากท้องทะเลมูลค่ามากกว่า 24 ล้านล้านบาท และคาดว่าจะมากกว่า 30 ล้านล้านบาท ภายในระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี โดยมาจาก 4 แหล่งหลัก ได้แก่ ด้านการประมง ด้านพลังงาน ด้านการขนส่ง และด้านการท่องเที่ยว ที่กำลังมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ

ผศ.ธรณ์ กล่าวว่า ในปีนี้มูลค่าของการท่องเที่ยวทางทะเลสูงถึง 2.5 ล้านล้านบาท ซึ่งมากกว่า 20% ของจีดีพี โดยปัจจุบันไทยมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกว่า 36 ล้านคนต่อปี แต่มีการทำนายไว้ว่าในอีกราว 15 ปี ประเทศไทยจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงถึง 100 ล้านคนต่อปี ซึ่งตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าไทยยังต้องพึ่งพาทะเลอีกมาก และจะเกิดผลกระทบทางทะเลที่มากขึ้นด้วย

“ขณะนี้ทะเลไทยกำลังตกอยู่ในภาวะการคุกคามที่สูง ทั้งจากปัญหาสภาวะโลกร้อน ที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว การสูญเสียทรัพยากรทางทะเล อย่างฉลามที่มีจำนวนลดลงถึง 90% ในเวลาเพียง 10 ปี หรือปัญหาขยะ ซึ่งพบว่าคนไทยทิ้งขยะพลาสติกลงทะเลมากกว่า 1 ล้านตันต่อปี เฉลี่ยต่อหัวมากเป็นอันดับ 1 ของโลก” ผศ.ธรณ์ กล่าว

ผศ.ธรณ์ กล่าวว่า การลดลงของฉลามนั้น มีฉลามหัวค้อนอยู่ในภาวะที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด โดยลดลงน้อยกว่า 95% จาก 10 ปีก่อน จึงที่ประชุมเห็นว่าสมควรพิจารณาเสนอให้เป็นสัตว์คุ้มครอง และกำหนดพื้นที่แหล่งกำเนิดฉลามให้เป็นพื้นที่คุ้มครอง รวมถึงรณรงค์ให้เลิกกินและเลิกขาย ส่วนปัญหาขยะทะเลรัฐบาลควรจัดการอย่างจริงจัง เช่น ยกเลิกการใช้ถุงพลาสติกหรือโฟมตามเกาะหรืออุทยานฯ ตลอดจนขอความร่วมมือกับผู้ประกอบการ

ผศ.ธรณ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการเกิดปะการังฟอกขาวได้ส่งผลกระทบกับการท่องเที่ยวในแนวปะการัง ซึ่งมีมูลค่าโดยตรงมากกว่าปีละ 4 หมื่นล้านบาท และนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกยังมั่นใจว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวยังจะเกิดขึ้นอีกต่อเนื่อง ดังนั้นมาตรการรับมือที่ได้ร่วมกันหาแนวทางใหม่ คือ Super Coral และ Super Algae ซึ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับสาหร่ายและปะการังเพื่อต้านทานต่อการฟอกขาว

ทั้งนี้ พื้นที่ที่จะทดลองฟื้นฟูเพื่อเป็นโมเดลจำนวน 5 แห่ง ได้แก่ เกาะมันใน จ.ระยอง เกาะง่ามน้อย จ.ชุมพร เกาะไข่ จ.พังงา เกาะราชา จ.ภูเก็ต และเกาะพีพี จ.กระบี่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ประกาศในมาตรา 17 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ.2558

“นอกจากนี้องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ได้กำหนดว่าทุกประเทศควรมีพื้นที่คุ้มครองทางทะเล 10% ของพื้นที่ทะเลทั้งหมด ซึ่งไทยมีพื้นที่ทะเล 3.5 แสน ตร.กม. แต่มีพื้นที่คุ้มครองเพียง 1.1 หมื่น ตร.กม. ที่ประชุมจึงเห็นว่าไทยควรมีเป้าหมายเพิ่มพื้นที่คุ้มครองให้ได้ 10% ภายในปี 2570 โดยนำร่องภายในปีนี้ 3 แห่ง ได้แก่ เกาโลซิน จ.นราธิวาส เกาะกระ จ.นครศรีธรรมราช และเกาะมันใน จ.ระยอง และให้ได้ถึง 10 แห่งภายในปี 2560” ผศ.ธรณ์ กล่าว

รศ.สุชนา ชวนิชย์ รองผู้อำนวยการ ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า สำหรับ Super Coral คือการเพาะเลี้ยงปะการังให้มีความแข็งแรงและทนทานที่มากขึ้น ทั้งต่อกระแสของอุณหภูมิน้ำทะเลและศัตรูตามธรรมชาติ ซึ่งจากการทดสอบที่ผ่านมาก็พบว่าปะการังที่ถูกเพาะเลี้ยงนี้มีความต้านทานต่อปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวได้ ซึ่งขณะนี้มีอยู่ประมาณ 8-9 ชนิด

“แต่ละต้นจะใช้เวลาเพาะเลี้ยง 2 ปี และต้นทุนราว 3 พันบาท แต่นับเป็นอนาคตของการปลูกปะการังทั้งหมดให้มีความคุ้มค่า ไม่ใช่ปลูกไปแล้วตายหมด ซึ่งขณะนี้เรามีกำลังการผลิต 2,500 ต้นต่อปี แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นกับงบประมาณที่จะได้รับการสนับสนุน ซึ่งเป้าหมายที่จะแก้ไขสถานการณ์ปะการังฟอกขาวอยู่ที่ 1 ล้านต้น” รศ.สุชนา กล่าว

รศ.ไทยถาวร เลิศวิทยาประสิทธิ หัวหน้าภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า สำหรับ Super Algae คือสาหร่ายสายพันธุ์พิเศษที่สามารถลงไปยึดเกาะกับปะการัง เพื่อให้รอดพ้นจากภาวการณ์ฟอกขาว เนื่องจากสาเหตุหนึ่งของการฟอกขาวก็คือการที่สาหร่ายหลุดออกมาจากปะการัง

“สาหร่ายสายพันธุ์ดังกล่าวได้สกัดออกมาจากดอกไม้ทะเล ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ทำการทดลองกับหอยมือเสือ ก็พบว่าสามารถป้องกันการฟอกขาวได้ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของโลกที่มีการใช้วิธีนี้ในการป้องกัน” รศ.ไทยถาวร กล่าว