เริ่มย้ายแล้ว! เสือโคร่ง ‘วัดป่าหลวงตาบัว’ อส.ผนึกกำลัง 2,000 นาย – คาด 1 สัปดาห์เกลี้ยง

กรมอุทยานฯ สนธิกำลังตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง กว่า 2,000 นาย ปฏิบัติการเคลื่อนย้ายเสือโคร่ง “วัดป่าหลวงตามหาบัว” 137 ตัวแล้ว คาด 1 สัปดาห์แล้วเสร็จ

เมื่อวันที่ 30 พ.ค.2559 นายอดิศร นุชดำรงค์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อส.) นำเจ้าหน้าที่จากสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ทีมสัตวแพทย์ อส. เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร จ.กาญจนบุรี ฝ่ายปกครองทหาร พล.ร.9 ตชด.ที่ 13 ร่วมปฏิบัติการเข้าดำเนินการขนย้ายเสือโคร่งที่เหลืออีกจำนวน 137 ตัว ออกจากวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน จ.กาญจนบุรี เพื่อนำไปดูแลรักษาที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าของ อส.ต่อไป

นายอดิศร กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้ทำหนังสืออย่างเป็นทางการแจ้งเจ้าอาวาสวัด เพื่อขอยกเลิกการฝากเลี้ยงเสือโคร่งของกลางและขอความร่วมมือให้ส่งมอบเสือโคร่งทั้งหมดให้ อส. โดยนัดหมายในการส่งมอบและเริ่มขนย้ายตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค.เป็นต้นไป จนกว่าจะเสร็จสิ้นจำนวน 137 ตัว

“อส.ได้จัดเตรียมสัตวแพทย์และนักวิชาการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งกรงคอกสำหรับเสือโคร่งของกลางไว้พร้อมแล้ว โดยจะนำเสือโคร่งทั้งหมดไปเลี้ยงดูที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง และสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน จ.ราชบุรี ซึ่งคาดว่าจะขนย้ายเสือโคร่งได้วันละประมาณ 20 ตัว ใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ ทั้งนี้หากเกิดการต่อสู้ขัดขวางหรือไม่ปฏิบัติตามจะมีความผิดและถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย” นายอดิศร กล่าว

นายอดิศร กล่าวอีกว่า ในกรณีที่มีมวลชนขัดขวางเจ้าหน้าที่ ทาง อส.ได้สนธิกำลังตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองกว่า 2,000 นาย ร่วมปฏิบัติการเพื่อดำเนินการให้ลุล่วง

ด้านนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดี อส. กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์เสือโคร่งของกลางที่ฝากเลี้ยงไว้ชั่วคราวที่วัดหลวงตาบัว พบว่าทางวัดได้ฝ่าฝืนคำสั่งห้ามของ อส. ที่ไม่อนุญาตให้นำเสือออกจากกรงเลี้ยงเพื่อมาให้นักท่องเที่ยวสัมผัส ถ่ายรูป ป้อนอาหาร และเดินจูง โดยพบว่าทางวัดมีการเก็บเงินจากนักท่องเที่ยว ถือเป็นการแสวงหาประโยชน์จากทรัพย์สินของทางราชการโดยไม่ได้รับอนุญาต และเจตนาจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบและข้อกฎหมาย นอกจากนี้การดำเนินการของทางวัดดังกล่าวเป็นการเสี่ยงต่ออันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยว