เหยื่อเหมืองทอง ยื่นศาลเรียกค่าเสียหาย 1.58 ล. ‘อัครา’ ซัดชาวบ้านถูกยั่วด้วยเงิน – จ่อฟ้องกลับ

ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากกิจการเหมืองทองคำ ยื่นฟ้องบริษัทอัคราฯ ต่อศาลแพ่ง เรียกค่าเสียหาย 1.58 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ด้าน ‘อัคราฯ’ ซัดกลับ ปชช.อาจถูกหลอกใช้เป็นเครื่องมือว่าจะได้เงิน 1.5 ล้าบาท

ตัวแทนชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากเหมืองทองชาตรี ต.เขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร ประมาณ 30 ราย ยื่นฟ้องบริษัทอัครา รีซอร์สเซส จำกัด เจ้าของสัมปทานเหมืองทองคำชาตรี ต่อศาลแพ่ง แผนกคดีสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2559 ในข้อหาละเมิดตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535 โดยเรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงิน 1,588,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปีนับจากวันถัดฟ้อง และค่าเสียหายที่ชาวบ้านแต่ละรายได้รับผลกระทบอีก

สำหรับการฟ้องร้องครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่มีการยื่นฟ้องคดีแบบกลุ่ม (Class action) ของชาวบ้านซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ใน ต.เขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร และ ต.ท้ายดง อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ เพื่อเรียกค่าเสียหาย อาทิ ค่ารักษาพยาบาลการเจ็บป่วยมีสารพิษในร่างกาย ค่าเสื่อมสุขภาพอนามัย ค่าใช้จ่ายเพื่อดำรงชีพในครัวเรือน และค่าขาดประโยชน์จากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ

นอกจากนี้ ในท้ายคำฟ้องยังได้ขอให้ศาลมีคำสั่งให้บริษัทอัคราฯ จ่ายเงินเข้ากองทุนเพื่อพัฒนาฟื้นฟูสภาพแวดล้อมอีกจำนวน 50 ล้านบาท เพื่อเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งไม่เกี่ยวกับค่าเสียหายที่ชาวบ้านฟ้องคดี

ทั้งนี้ ศาลจะต้องพิจารณาว่าคดีดังกล่าวสมควรเป็นคดีแบบกลุ่มหรือไม่ หรือควรเป็นการฟ้องคดีแบบปกติ โดยศาลจะทำการไต่สวนในวันที่ 8 ก.ค. 2559

นายสมชาย อามีน กรรมการสิ่งแวดล้อม สภาทนายความ ซึ่งเป็นทนายผู้ฟ้องคดี กล่าวว่า การยื่นฟ้องคดีแบบกลุ่ม คือการฟ้องคดีที่สร้างความเสียหายให้กับคนหมู่มากด้วยเหตุเดียวกันในสภาพพื้นที่เดียวกัน โดยใช้โจทก์ในการฟ้องคดีเพียง 1 คน ซึ่งในกรณีนี้คือ น.ส.สื่อกัญญา ธีระชาติดำรง แต่ผลของคดีจะผูกพันถึงสมาชิกกลุ่มที่ได้รับความเสียหายทั้งหมด

นายผดุงศักดิ์ เทียนไพโรจน์ ทนายจากสภาทนายความอีกราย กล่าวว่า ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหมืองทอง 30 ราย ที่เดินทางมายื่นฟ้องในวันนี้ เป็นตัวแทนยื่นฟ้องสำนวนของผู้เดือดร้อนจำนวน 300 ราย และคาดว่าในอนาคตจะมีการยื่นฟ้องร้องเพิ่มเติมอีก

ด้านนายเชิดศักดิ์ อรรถอารุณ ผู้จัดการฝ่ายประสานกิจการภายนอก บริษัทอัคราฯ กล่าวว่า บริษัทฯ ไม่ได้กังวลใจต่อข้อกล่าวหาที่เป็นเท็จเพราะมั่นใจในมาตรฐานการดำเนินงานตลอด 15 ปี และมั่นใจไม่ใช่สาเหตุตามที่กล่าวหา แต่กังวลใจที่ประชาชนผู้บริสุทธิ์อาจถูกหลอกใช้เป็นเครื่องมือ โดยสัญญาว่าผู้เข้าร่วมกับกลุ่มผู้ประท้วงจะได้รับเงินประมาณ 1.5 ล้านบาทจากการฟ้องร้อง ซึ่งเป็นไปไม่ได้

“บริษัทฯ ใคร่ขอใช้โอกาสนี้เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการตรวจสอบพฤติกรรมของกลุ่มผู้ฟ้องร้องดังกล่าวด้วย และบริษัทฯ จะดำเนินการตามกฎหมายต่อกลุ่มผู้ฟ้องร้องเพื่อรักษาชื่อเสียง เนื่องจากกลุ่มผู้ฟ้องได้ให้ร้ายบริษัทฯ ด้วยการให้ข้อมูลเท็จมาอย่างต่อเนื่อง”นายเชิดศักดิ์ กล่าว