ร้อนอำมหิตกระทบเศรษฐกิจโลก 1,000 ล้านชีวิตอ่วม – ผลผลิตฮวบ 20%

… ทีมข่าวต่างประเทศ สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม…

องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) ร่วมกับภาคีเครือข่าย เปิดเผยผลการศึกษาเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศและแรงงาน : ผลกระทบของความร้อนต่อที่ทำงาน หรือ Climate Change and Labour : Impacts of Heat in the Workplace เมื่อวันที่ 28 เม.ย.2559

พบว่าอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศจะทำให้ประเทศหนึ่งๆ ผลผลิตจะแรงงานลดลงถึง 20% ในอีก 15 ปีข้างหน้า ซึ่งคิดเป็นความเสียหายทางเศรษฐกิจมากกว่า 2 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐ

นอกจากนี้ ในภาคการลงทุนเศรษฐกิจเกิดใหม่ซึ่งมีฐานตลาดหลักอยู่ในประเทศกำลังพัฒนา และมักพึ่งพาแรงงานเข้มข้นทำงานนอกอาคารและในภาคอุตสาหกรรมและการบริการนั้น จะเกิดการสูญเสียชั่วโมงการทำงานของแรงงานมากถึง 10% ในอีก 50 ปีข้างหน้า ส่งผลให้ประเทศหนึ่งๆ มีชั่วโมงทำงานลดลงประมาณ 4% เมื่อเทียบกับช่วงปี 2533-2543

ผลการศึกษา ระบุอีกว่า ประมาณการณ์ว่าจะมีผู้จ้างงาน แรงงาน และชุมชนในประเทศเปราะบางมากกว่า 1,000 ล้านราย ที่กำลังได้รับผลกระทบจากอากาศร้อนรุนแรงในสถานที่ทำงาน ในขณะที่ยังไม่มีนโยบายในระดับท้องถิ่นและนานาชาติเพื่อเตรียมการรับมือการสูญเสียนี้

แม้ว่าจะมีข้อตกลงปารีสในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อควบคุณอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 2 องศาเซลเซียส แต่มีการคาดการณ์ว่าโลกต้องเจออากาศร้อนจัดเช่นนี้ไปอีกทุกปี ซึ่งจะส่งผลลดผลิตผลจากแรงงาน เพราะทำงานได้น้อย เกิดปัญหาสุขภาพทางร่างกายและจิตใจ เพิ่มความต้องการของแรงงานในการพักระหว่างงานมากขึ้น เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

นอกจากนี้ การศึกษาชี้ว่า ในปี 2558 ประเทศที่เผชิญอากาศร้อนรุนแรง เช่น บังคลาเทศ จะมีรายงานการสูญเสียชั่วโมงการทำงานระหว่างวันที่ 1.4-2 % และหากอุณหภูมิร้อนขึ้นอีก 2.7 องศาเซลเซียส การสูญเสียชั่วโมงทำงานจะเกิดขึ้นถึง 10% โดยผลกระทบที่ร้ายแรงที่สุดจะเกิดกับประเทศในแถบเอเชียและแปซิฟิค ซึ่งมีประเทศไทยรวมอยู่ด้วย รวมทั้งในประเทศในแอฟริกา

อย่างไรก็ตาม การศึกษาไม่ได้ลงลึกรายละเอียดในประเทศไทย แต่ได้นำเสนอสถานการณ์ในประเทศเพื่อนบ้านเช่น ประเทศกัมพูชา ซึ่งมีแรงงาน 9.51 ล้านคนในปี 2558 มีการสูญเสียชั่วโมงทำงานระหว่างวันเพียง 1.82% ในปี 2538 จากนั้นเพิ่มเป็น 1.4-2% ในปี 2558 และประมาณการณ์กันว่าจะมีการสูญเสียชั่วโมงการทำงานอีก 4.24% ในปี 2568 6.54% ในปี 2598 และ 8.56% ในปี 2628

ขณะที่ประเทศเวียดนามซึ่งมีแรงงาน 60.55 ล้านคน มีการสูญเสียชั่วโมงทำงานระหว่างวันเพียง 0.80% ในปี 2538 เพิ่มเป็น 0.78-1.7% ในปี 2558 และมีการประมาณการณ์ว่าจะมีการสูญเสียชั่วโมงการทำงานอีก 2.08% ในปี 2568 3.44% ในปี 2598 และ 6.31% ในปี 2628

ฟิลิป เจนนิ่งส์ เลาขาธิการ UNI Global Union กล่าวว่า แรงงานที่ยากจนที่สุดมักเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด แรงงานที่เผชิญความร้อนรุนแรงต้องได้รับการเข้าถึงสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี มีเงา น้ำ ชุดป้องกัน และเวลาพักที่เพียงพอ สถานการณ์นี้เกิดขึ้นจริงกับแรงงาน เช่น ที่ทำในไร่นา เหมือง และโรงงาน

“รัฐบาลและผู้จ้างงานต้องจริงจังกับปัญหาปัญหาโลกร้อนและพัฒนานโยบายที่มีประสิทธิภาพเพียงพอในการป้องกันคนงาน” ฟิลิป ระบุ