‘คนบันเทิง’ ขยับพิทักษ์ผืนป่า จ.น่าน “โจอี้บอย-สุหฤท” ประเดิมเงินทะลุ 1 ล้าน

… สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม

นับเป็นปรากฏการณ์ใหม่ในแวดวงอนุรักษ์ที่เกิดขึ้นกับ จ.น่าน พื้นที่ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงว่ามีกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่อยู่เบื้องหลังการถางป่าเพื่อปลูกข้าวโพด

ความคิดเห็นในลักษณะไม่พึงพอใจของประกอบกับภาพถ่ายภูเขาหัวโล้นถูกนำมาเผยแพร่และส่งต่อกันผ่านสังคมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ร้อนถึงพ่อเมืองน่านอย่าง สุวัฒน์ พรมสุรรณ ผวจ.น่าน ที่ต้องออกมาตอบโต้ผ่านสังคมออนไลน์เช่นกัน

“ผมและผู้บัญชาการดิ๊ก (มณฑล38) จะเป็นศัตรูกับทุกคนที่มาด่าว่าจังหวัดน่าน เอาน่านมาเป็นเครื่องมือทำเงินในการโพสต์โดยไม่มีข้อเสนอแนะว่า ต้องหรือควรทำอย่างไร หนึ่ง สอง สาม นักเลงคีย์บอร์ดทั้งหลาย ผมมีพื้นที่ให้พวกคุณปลูกป่ากว่า 500,000ไร่ คุณมาช่วยผมปลูกหน่อยครับ”

แน่นอนว่าข้อความข้างต้นตามที่ ผวจ.น่าน ระบุ ย่อมถูกส่งต่อและขยายความอีกเช่นกัน แต่ที่เรียกสร้างแรงสั่นสะเทือนจนเร้าให้สายตาหลายคู่ต้องหันกลับมาให้ความสนใจ นั่นก็คือท่าทีของ “โจอี้บอย” อภิสิทธิ์ โอภาสเอี่ยมลิขิต ศิลปินฮิปฮอปชื่อดัง

“ผมไม่ใช่นักเลงคีย์บอร์ด ไม่ใช่คนน่าน แต่ถ้าท่านผู้ว่าต้องการความช่วยเหลือ ผมและคนอีกไม่น้อยยินดีลงทั้งแรงกายแรงใจแรงเงินไปช่วยท่านนะครับ ขอเพียงท่านอนุญาติ #น่านไง #ก็ไทยด้วยกัน #พวกเราว่าไง” นั่นคือข้อความที่โพสต์ไว้เมื่อวันที่ 21 เม.ย.2559

ก่อนที่วันรุ่งขึ้น “โจอี้บอย” จะโพสต์ต่ออีกว่า “นี่คือยอดเงินจากกองทุน “อย่ายอมนะ” ที่คนไทยใจบุญส่งเข้ามาให้ผมตอนน้ำท่วมไว้ซื้ออุปกรณ์ช่วยเหลือชาวบ้าน เช่น เรือยาง และยังคงเหลือเก็บไว้บริจาคทำประโยชน์ในเวลาที่สมควรเป็นเงิน 388,653 บาท กับเพิ่มเงินส่วนตัวผมลงไปอีก 211,347 บาท รวมเป็นเงิน 6 แสนบาทถ้วน …”

“… เวลานี้น่าจะได้ใช้เงินจำนวนนี้เพื่อเป็นประโยชน์ ผมจึงขออนุญาตินำเงินจำนวนนี้ของทุกคนไปซื้อต้นกล้าเพื่อแจกจ่ายในการเพาะปลูกป่า ผมเข้าใจดีว่ามันต้องใช้องค์ความรู้มากมายในกระบวนการเพื่อให้ต้นไม้เติบโตเป็นป่ารวมทั้งการดูแลต่อๆ มา ไม่ใช่แค่ซื้อต้นกล้าแห่กันมาปลูกปักลงไปเสร็จแล้วก็แล้วกัน …”

“… แต่นี่คงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเล็กๆ เท่าที่พวกผมพอจะทำได้เพื่อป่าไม้ของเรา เพื่อเมืองไทยของเรา และตอบแทนแผ่นดินในฐานะครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีนที่ได้เข้ามาพึ่งร้อนพึ่งหนาวใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารบนแผ่นดินของในหลวงร่วมกับทุกคน”

ในวันเดียวกัน สุหฤท สยามวาลา เจ้าพ่อเด็กแนวและอดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ได้โพสต์ข้อความส่วนตัวผ่านเฟซบุ๊กว่า ขอบริจาคเงิน 5 แสนบาท ไปร่วมปลูกป่าที่เคยเป็นไร่ข้าวโพดพร้อมขอให้ผู้ว่าฯ ช่วยหาเงินบริจาค รวมถึงรับสมัครแนวร่วมเพื่อให้ได้พื้นที่คืน แต่หากหาไม่ได้ก็ไม่ควรทำเพราะจะเปล่าประโยชน์

สุหฤท ระบุว่า ยินดีจะช่วยเหลือทั้ง ผู้ว่าฯ จ.น่าน และโจอี้ บอย แต่ขอเสนอแนวทางแก้ปัญหา เช่น ควรสำรวจจำนวนป่าที่หายไปเป็นไร่ข้าวโพดและเป็นที่ที่จัดเตรียมไว้ให้หรือไม่ เหลืออีกกี่ไร่ที่ถูกทำลาย รวมถึงให้คนที่ได้ประโยชน์จากไร่ข้าวโพดเข้ามามีส่วนร่วมในการฟื้นฟู อยากให้แก้กฎหมายการปลูกข้าวโพดในพื้นที่ป่าและดูแลชาวนาที่ปลูกข้าวโพดเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว หาแนวทางว่าสามารถนำเข้าข้าวโพดจากต่างประเทศทดแทนได้หรือไม่ ขณะเดียวกันเสนอให้ ผู้ว่าฯ กทม.แบ่งงบประมาณจากการสร้างถนนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา มาปลูกป่า เป็นต้น

เช่นเดียวกับ “ฟอร์ด” – สบชัย ไกรยูรเสน นักร้องชื่อดัง ที่โพสต์ข้อความถึง ผวจ.น่าน และตั้งคำถามว่า “ปลูกอีก ตัดอีก ก็ต้องปลูกอีกๆๆๆ ไหวไม๊ครับเพื่อนๆ คนละไม้ละมือได้อยู่น่า …” และอีกข้อความว่า “ปลูกเลยครับท่าน ผมไปช่วยแน่นอน แต่ต้องปลูกจริงๆ นะครับ เฮ้ออออ แล้วนายทุนเขาจะยอมเหรอครับ”

“แทค” – ภรัณยู โรจนวุฒิธรรม นักแสดงชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันว่า “ผม ดารา ประชาชน ทุกคนก็อยากปลูกนะครับท่าน แต่ขอถามหน่อย ต้นไม้บ้านท่านใครตัดไป? และปล่อยให้เป็นแบบนี้ได้ยังไง ?

ขณะที่ “เล็ก” – ฝันเด่น จรรยาธนากร นักแสดงอีกราย ที่โพสต์รูปภาพตัวเองยืนชูป้ายว่า “เราอยากปลูกป่า” พร้อมทั้งประกาศรวมกลุ่มทำกิจกรรม เพื่อให้เกิดการปลูกป่าที่ยั่งยืน

ทั้งหมดเป็นความเคลื่อนไหวของคนในวงการบันเทิง ซึ่งประกาศตัวพร้อมให้การสนับสนุน ผวจ.น่าน

ล่าสุด ผวจ.น่าน ได้โพสต์ข้อความอีกครั้ง เมื่อวันที่ 24 เม.ย.2559 ว่า “จังหวัดน่านเปิดช่องทางรับข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะต่างๆ ของทุกคน ทุกฝ่าย ทั้งชาวน่านและชาวจังหวัดอื่นๆ มาร่วมแลกเปลี่ยนแบ่งปันข้อมูลร่วมกัน เพื่อพลิกฟื้นผืนป่าน่านให้ยั่งยืนตามแนวทาง “ประชารัฐ” ผมขอให้พวกเราทุกคนมาร่วมแสดงความคิดเห็นในเพจนี้ครับ”

สำหรับเพจดังกล่าวมีชื่อว่า “พลิกฟื้นคืนผืนป่าน่าน”

น่าสนใจว่าปรากฏการณ์นี้จะถูกขยายวงต่อจนกลายมาเป็นกระแสที่คนในสังคมสนใจพร้อมๆ กันหรือไม่ เพราะหากเป็นไปได้ นี่น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการพลิกฟื้นผืนป่า จ.น่าน ให้เขียวชอุ่มอีกครั้ง