บทเรียนภัยพิบัติโลก น้ำมันรั่ว 4 ล้านบาร์เรล ‘บีพี’ สู่ ‘พีทีทีจีซี’ – คำถามถึงบทบาท รบ.ไทย

… ทีมข่าวต่างประเทศ สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม

“ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง” คือคำพิพากษาของ คาร์ล บาร์บิเออร์ ผู้พิพากษาประจำเขตสหรัฐ ต่อเหตุการณ์น้ำมันหลายล้านบาเรลรั่วลงในอ่าวเม็กซิโก เมื่อวันที่ 20 เม.ย.2553 ซึ่งนับเป็นภัยพิบัติด้านสิ่งแวดล้อมครั้งเลวร้ายที่สุดของประวัติศาสตร์ ที่เกิดจากความบกพร่องของ “บีพี” บริษัทน้ำมันสัญชาติอังกฤษ

“บีพีควรรับผิดชอบต่อเหตุแท่นขุดเจาะน้ำมันดีพวอเตอร์ ฮอไรซอน ระเบิด จนทำให้น้ำมันรั่วไหลในอ่าวเม็กซิโกตลอดเวลานานร่วม 3 เดือน” ผู้พิพากษารายนี้ ระบุ

ค่าเสียหายถูกตีมูลค่าเป็นเงินกว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือร่วมๆ 7 แสนล้านบาท

ก่อนหน้านี้ประมาณเดือน ก.ค.2558 “บีพี” ยินยอมจ่ายค่าปรับเป็นเงินกว่า 1.87 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อยุติคดีความกับรัฐบาลกลางสหรัฐ (กระทรวงยุติธรรม) และรัฐสหรัฐ 5 แห่ง ได้แก่ รัฐอะลาบามา ฟลอริดา หลุยเซียนา มิสซิสซิปปี และเท็กซัส ซึ่งเป็นโจทก์ร่วม

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอของ “บีพี” จำเป็นต้องรอการอนุมัติจากศาลก่อนจึงจะดำเนินการจ่ายเงินได้ ความรับผิดชอบดังกล่าวจึงยังคาราคาซังมาจนถึงศาลมีคำพิพากษาล่าสุด

เงินจำนวน 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐตามคำพิพากษา เป็นเงินที่ “บีพี” ต้องจ่ายเพิ่มเติมจากที่เคยจ่ายไปแล้ว 43,800 ล้านดอลลาร์ หรือ 1.5 ล้านล้านบาท สำหรับคดีแพ่งและค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาดภายหลังเกิดเหตุ จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 11 ราย และประเมินกันว่ามีน้ำมันดิบกว่า 4.2 ล้านบาร์เรล รั่วไหลสู่อ่าวเม็กซิโกเป็นเวลานาน 87 วัน

นั่นคือ ราคาที่ “บีพี” ต้องจ่าย

นั่นคือ บทบาทของรัฐบาลกลาง และรัฐบาลท้องถิ่น ที่พยายามพิทักษ์ผลประโยชน์ชาติ

กลับมายังประเทศไทย เหตุการณ์น้ำมันรั่วครั้งประวัติศาสตร์ที่ จ.ระยอง เมื่อวันที่ 27 ก.ค.2556 ซึ่งเป็นความผิดพลาดของ บริษัท พีทีทีโกลบอล เคมิคอล (พีทีทีจีซี)

จนถึงวันนี้ นอกจากจะยังไม่มีความชัดเจนว่าปริมาณน้ำมันที่รั่วไหลลงสู่ทะเลมีเท่าใด กลับพบว่าผู้เสียหายคือชาวบ้าน ต้องเป็นผู้ทวงถามความรับผิดชอบจากบริษัทเอกชนเอง

“บริษัทที่ก่อปัญหาจ่ายค่าตกใจเราแค่ 3 หมื่นบาทแล้วก็จบ บางคนก็ยังไม่ได้ เขารับผิดชอบแค่นี้” ชาวประมงเรือเล็กพื้นบ้าน ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง ระบุ

อีกเพียง 3 เดือน ก็จะครบรอบ 3 ปี ของความเสียหาย ชาวบ้าน 429 ชีวิต กำลังจดจ่ออยู่กับคำพิพากษาคดีแพ่ง

ส.รัตนมณี พลกล้า ทนายความและผู้ประสานงานมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน ระบุว่า ในวันที่ 20 เม.ย.นี้ ศาล จ.ระยอง ได้นัดสืบพยานโจทก์ในคดีแพ่ง และจะสืบพยานไปตลอดเดือน เม.ย.คือในวันที่ 20 22 27 และ 29 โดยสมาคมประมงพื้นบ้านบ้านเรือเล็ก จ.ระยอง พร้อมชาวบ้าน เรียกร้องค่าเสียหายรวม 400 ล้านบาท

“หากศาลสืบพยานโจทก์เสร็จสิ้นทันเดือน ก.ค. คาดว่าน่าจะมีคำพิพากษาในคดีแพ่งออกมาได้ในเดือน ก.ย.นี้” ทนายชาวบ้านรายนี้ คาดการณ์

สำหรับคดีเรียกร้องความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำมันรั่ว จ.ระยอง มีอีก 2 คดี ที่ต้องติดตาม หนึ่งคือคดีทางปกครอง ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนการตอบโต้เอกสารระหว่างโจทก์และจำเลย ส่วนอีกหนึ่งคดีคือคดีแพ่ง ซึ่งสภาทนายความเป็นแม่งานหลัก ขณะนี้ใกล้จะสืบพยานเสร็จสิ้นแล้ว

เมื่อรัฐบาลไทยทำตัวเป็นเพียง “คนกลาง” ชาวบ้านก็ต้องดิ้นรนกันเอาเอง