จีนเดินหน้าผุด ‘เขื่อนปากแบง’ ฝั่งลาว กระทบข้ามแดน-จับตา ‘ชุมชนไทย’ จม

… วีรทัศน์ อิงคภัทรางกูร

หากจะพูดถึงผลกระทบจากเขื่อนกับประเทศไทย คงไม่มีที่แห่งใดชัดเจนไปกว่าพื้นที่บริเวณลุ่มแม่น้ำโขง ด้วยความยาวตลอด 4,909 กิโลเมตร พาดผ่าน 6 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เย้ายวนให้เกิดโครงการเขื่อนถึง 22 โครงการ จำนวนนี้ก่อสร้างเสร็จไปแล้ว 6 เขื่อนในประเทศจีน และอยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก 2 เขื่อนในประเทศลาว

แม้จะแล้วเสร็จไปเพียง 6 เขื่อน แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นก็มีให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วและรุนแรงขึ้นตามลำดับ ไม่ว่าจะเป็นกระแสน้ำที่ขึ้น-ลงผันผวนเหนือการคาดการณ์ ส่งผลกระทบต่อการเกษตรหนักหน่วง หรือระบบนิเวศพันธุ์ปลาที่เปลี่ยนแปลง ส่งผลกระทบต่อการประมงสาหัส ปลาบางพันธุ์อยู่ในสถานะเสี่ยงยิ่งต่อการสูญพันธุ์

แต่จะไม่มีผลกระทบใดที่ชัดเจนไปกว่าเขื่อนล่าสุดในประเทศลาว ที่จะทำให้อย่างน้อยหนึ่งชุมชนในประเทศไทยต้องจมอยู่ใต้น้ำ

เขื่อนปากแบง นับเป็นโครงการเขื่อนลำดับที่ 3 ของประเทศลาวที่กำลังจะมีการเดินหน้าก่อสร้าง ถัดจากเขื่อนไซยะบุรี และเขื่อนดอนสะโฮง

เขื่อนดังกล่าวอยู่ห่างจากตัวเมืองปากแบง แขวงอุดมชัย ประเทศลาว ประมาณ 14 กิโลเมตร และอยู่ห่างจาก อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย เพียงไม่ถึง 100 กิโลเมตร นั่นหมายความว่าพื้นที่ อ.เวียงแก่น จะตั้งอยู่ในลักษณะพื้นที่ “เหนือเขื่อน”

ข้อมูลเดียวที่ชาวบ้านสามารถหาได้เกี่ยวกับเขื่อน คือข้อมูลจากคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) ที่ระบุว่า โครงการดังกล่าวจะดำเนินการโดย บริษัทต้าถังอินเตอร์เนชั่นแนลพาวเวอร์ จากประเทศจีน และเป็นผู้ลงทุน 100% มีการลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกับรัฐบาลลาวเมื่อ 29 ส.ค. 2550 มูลค่าการก่อสร้าง 1,880 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

“เขื่อนปากแบงจะมีกำลังการผลิต 1,132 เมกะวัตต์ มีระดับกักเก็บน้ำความสูงอยู่ที่ 345 เมตร และมีขนาดอ่างเก็บน้ำความยาว 90 กิโลเมตรในฤดูแล้ง และ 136 กิโลเมตรในฤดูฝน” เอกสารสรุปข้อมูลโครงการเดือน ส.ค. 2552 ของ MRC ระบุ

ความกังวลว่าอาจทำให้น้ำท่วมและส่งผลกระทบโดยตรงมาถึง อ.เวียงแก่น และ อ.เชียงของ จ.เชียงราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่บ้านห้วยลึก ที่ตั้งอยู่ใกล้กับเขื่อนมากที่สุด และมีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางที่ 315 เมตร

นั่นเท่ากับส่วนต่างอีก 30 เมตร จะเข้าท่วมมิดชุมชนและบ้านเรือน ตลอดจนลำน้ำสาขา อย่างเช่น แม่น้ำงาว หรือแม่น้ำอิง

ทองสุข อินทะวงศ์ ผู้ใหญ่บ้านห้วยลึก ต.ม่วงยาย อ.เวียงแก่น เล่าว่า หมู่บ้านห้วยลึกเป็นหมู่บ้านเก่าแก่ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2425 ปัจจุบันมีประชากร 145 หลังคาเรือน หรือราว 620 คน โดยส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร รองลงมาคือประมงและรับจ้างตามลำดับ

แม้จะเป็นหมู่บ้านที่เสี่ยงต่อการได้รับผลกระทบข้ามแดนรุนแรงที่สุด แต่เขายืนยันว่าชาวบ้านที่นี่ไม่เคยได้รับทราบข้อมูลเรื่องเขื่อนปากแบงแม้แต่น้อย โดยเฉพาะจากภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลที่ชาวบ้านเคยทราบคือจากเครือข่ายประชาชนที่ทำงานในลุ่มแม่น้ำโขง

“ถ้าดูจากข้อมูลเดิมไม่ว่าอย่างไรเราก็ได้รับผลกระทบแน่นอน แต่ทั้งนี้ข้อมูลของตัวเขื่อนที่เรารับรู้อาจยังไม่ถูกต้อง ขณะนี้ชาวบ้านจึงอยากทราบข้อมูลของเขื่อนว่าเป็นอย่างไรและไปถึงไหนแล้ว โดยจะลองประสานกับทางอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอข้อมูลที่แท้จริงและสอบถามมาตรการรองรับผลกระทบ เพื่อให้ชาวบ้านสามารถวิเคราะห์สถานการณ์ได้ แต่เชื่อว่าหากโครงการถูกออกแบบและอนุมัติมาแล้วคงยากที่จะไปแก้ไข” ผู้ใหญ่บ้านห้วยลึก กล่าว

ทั้งนี้ จากการศึกษาผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดจากเขื่อนปากแบง โดยเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง-ล้านนา ระบุว่าแม้จะยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของเขื่อน แต่ปัจจุบันชาวบ้านทั้ง 2 อำเภอต่างประสบปัญหาระดับแม่น้ำโขงที่ขึ้นลงไม่แน่นอน โดยเฉพาะจากการระบายน้ำของเขื่อนในประเทศจีนที่ไร้การแจ้งเตือน จมพื้นที่เกษตรริ่มฝั่งรวมถึงเครื่องมือหาปลาของชาวบ้านเป็นประจำ

“เขื่อนปากแบงจะทำให้เกิดปริมาณน้ำสะสม และสร้างผลกระทบข้ามพรมแดนท้ายน้ำมาถึงประเทศไทยใน อ.เวียงแก่น และ อ.เชียงของ อย่างน้อย 11 หมู่บ้านอย่างแน่นอน” ผลการศึกษายืนยันเช่นนั้น

สำหรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากเขื่อน คือน้ำที่จะท่วมขังในพื้นที่ถาวร ชุมชนลาวอย่างน้อย 14 หมู่บ้านที่ทำการเกษตร ต้องอพยพขึ้นสู่ที่สูงเพื่อหาที่ทำกินใหม่ ทำลายทรัพยากรเพิ่มและใช้ชีวิตยากลำบากขึ้น ส่วนผลกระทบต่อการประมงและพันธุ์ปลาแม่น้ำโขง เขื่อนจะปิดกั้นเส้นทางอพยพของปลาอย่างถาวร ตลอดจนทำลายแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยของปลาอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะปลาบึกที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์มากที่สุด

นอกจากนี้ เขื่อนยังจะทำลายระบบนิเวศที่มีความหลากหลายและซับซ้อน สภาพของเกาะแก่ง คก หรือหาดทรายจำนวนมากระหว่างเมืองปากแบงถึงเชียงของจะจมอยู่ใต้น้ำ ตะกอนดินทรายที่เป็นธาตุอาหารสำคัญของแม่น้ำตอนล่างจะถูกกัก ไม่นับรวมถึงการปิดกั้นเส้นทางเดินเรือท่องเที่ยวที่สำคัญอย่างห้วยทราย-หลวงพระบาง ที่ชาวบ้านมีรายได้หลักจากนักท่องเที่ยวกว่าล้านคนต่อปี หรือการเคลื่อนย้ายอพยพแรงงานจากลาวเข้ามายังไทยเนื่องจากสูญเสียวิถีชีวิตเดิม

จีระศักดิ์ อินทะยศ ผู้ประสานงานกลุ่มรักษ์เชียงของ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่สำรวจติดตามสถานการณ์ความคืบหน้าในพื้นที่สร้างเขื่อน เมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2559 ว่าขณะนี้มีการสร้างถนนเข้าไปยังพื้นที่ก่อสร้างระยะทางประมาณ 3-5 กิโลเมตร และมีการปรับพื้นดินพร้อมตั้งอาคารที่พักคนงาน โดยคาดว่าไฟฟ้าที่จะใช้ในการก่อสร้างน่าจะมาจากโรงไฟฟ้าถ่านหินหงสา แขวงไซยะบุรี

“จากการสอบถามชาวบ้านในประเทศลาวพบว่ามีแล้ว 1 หมู่บ้าน ที่ได้รับแจ้งว่าจะต้องอพยพโยกย้ายไปอยู่ที่จัดสรรใหม่ คือบ้านลวงโต้งที่มีประชากรกว่า 70 ครัวเรือน แต่จากเส้นทางที่บริษัทแจ้งว่าน้ำจะท่วม มีผู้อาศัยอยู่ถึง 14 หมู่บ้าน” จีระศักดิ์ กล่าว

ล่าสุดในเวทีแถลงข่าวผลการดำเนินธุรกิจปี 2558 ของบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก เมื่อวันที่ 8 มี.ค. 2559 ระบุชัดว่า เขื่อนปากแบงคือเขื่อนแบบน้ำไหลผ่าน (run-of the river) โดยความร่วมมือของ 3 หน่วยงาน คือบริษัท ต้าถัง อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จากประเทศจีน ถือหุ้น 51% บริษัท เอ็กโก จากประเทศไทย ถือหุ้น 30% และการไฟฟ้าประเทศลาว ถือหุ้น 19%

เมื่อก่อสร้างเสร็จเรียบร้อย ไฟฟ้าจำนวน 912 เมกะวัตต์จะถูกส่งขายให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และอีก 100 เมกะวัตต์จะส่งให้กับรัฐลาว

“ขณะนี้ กฟผ.และรัฐบาลลาวกำลังร่วมพิจารณารายละเอียดโครงการ เพื่อทำเสนอต่อ MRC หากไม่มีอะไรผิดพลาดโครงการน่าจะเริ่มก่อสร้างได้ภายในปี 2561-2562” นิวัติ อดิเรก รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานพัฒนาธุรกิจต่างประเทศ เอ็กโก กล่าว

ด้าน สมเกียรติ เขื่อนเชียงสา ผู้ประสานงานเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง-ล้านนา กล่าวว่า อยากเสนอข้อพิจารณาต่อรัฐบาลไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ทบทวนการสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขงตอนล่างทั้งหมด เพราะเมื่อมีเขื่อนในแม่น้ำสาขาแล้วก็ควรเว้นในแม่น้ำสายหลัก เนื่องจากก่อให้เกิดผลกระทบข้ามพรมแดนที่หนัก

“ด้านของชาวบ้านไม่เคยรับรู้ข้อมูลใดๆ เลย จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของประเทศไทยช่วยติดตามและศึกษาผลกระทบ สนใจในเรื่องนี้ให้มากเพราะสิ่งที่จะเกิดขึ้นเป็นผลกระทบข้ามแดน และส่งผลโดยตรงกับประเทศไทย” สมเกียรติ กล่าว

- Advertisement -