ทช.การันตีทะเลภูเก็ตปลอดภัย ยืนยันน้ำทะเลเปลี่ยนสีไร้การปนเปื้อน

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จัดแถลงข่าวรายงานผลการติดตามการเกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสีบริเวณหาดกะตะน้อย จ.ภูเก็ต ชี้เกิดจากการสะพรั่งของแพลงก์ตอนพืช ยืนยันไม่กระทบสิ่งแวดล้อม

นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เปิดเผยว่า ภายหลังสังคมออนไลน์เผยแพร่คลิปวิดีโอน้ำทะเลหาดกะตะน้อย จ.ภูเก็ต เปลี่ยนสีเป็นสีเขียวเรืองแสงอย่างผิดปกติ และมีการแสดงความคิดเห็นว่าเกิดจากการปนเปื้อน ทาง สวพ.ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปติดตามตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค.2559 จนถึงปัจจุบัน พบว่าเกิดจากการสะพรั่งของแพลงก์ตอนพืช

“การสะพรั่งของแพลงก์ตอนพืชหลายชนิดเกิดจากปริมาณธาตุอาหารในน้ำสูงและมีแสงแดด ถือเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติและจะเกิดขึ้นระยะสั้นจากนั้นเข้าสู่สภาวะปกติ ยืนยันว่าไม่พบรายงานว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำ หรือการท่องเที่ยวแต่อย่างใด”นายปิ่นสักก์ กล่าว

นายปิ่นสักก์ กล่าวอีกว่า ตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา สวพ.ได้ตรวจวัดคุณภาพน้ำทะเล ประกอบด้วย ค่าความเป็นกรด-ด่าง ปริมาณออกซิเจนละลายน้ำ ความเค็มและสารอาหาร รวมทั้งทำการจำแนกองค์ประกอบของแพลงก์ตอนพืช โดยผลการวิเคราะห์พบว่าน้ำทะเลที่มีสีน้ำตาลล้อมเขียวเกิดจากแพลงก์ตอนพืชกลุ่มไดโนแฟลกเจลเลต โดยวันที่ 22 ม.ค.มีความหนาแน่นประมาณ 3 หมื่นเซลล์ต่อลิตร และลดลงเหลือ 1,000 เซลล์ต่อลิตร ในวันที่ 10 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจะเฝ้าติดตามและตรวจสอบจนกว่าเซลล์จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน 500 เซลล์ต่อลิตร

นอกจากนี้ จะรวบรวมตัวอย่างน้ำทะเลเพื่อนำมาวิเคราะห์องค์ประกอบชนิดของแพลงก์ตอนพืชบริเวณหาดตะกะน้อย จ.ภูเก็ต และวิเคราะห์คุณภาพเพื่อเทียบเคียงค่ามาตรฐานน้ำทะเล พร้อมทั้งจัดประชาสัมพันธ์เผยแพร่หากพบว่ามีแนวโน้มที่รุนแรงจะแจ้งประกาศเตือน