‘บิ๊กเต่า’ กร้าวต้องยับยั้งบุกรุกป่าขั้นเด็ดขาด สั่งทวงคืนที่ดิน ‘นายทุน-ผู้มีอิทธิพล’ เป็นหลัก

กรมป่าไม้ จัดประชุมระดมความคิดจากหลายภาคส่วน ร่วมสร้างโรดแมปจัดการป่าไม้ให้ยั่งยืน “สุรศักดิ์” ย้ำ ต้องยับยั้งการบุกรุกอย่างเด็ดขาด เน้นยึดคืนผืนป่าจากนายทุนและผู้มีอิทธิพล

เมื่อวันที่ 11 ก.พ.2559 กรมป่าไม้ จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการหัวข้อ “พลิกฟื้นผืนป่า สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” โดยมีบุคลากรจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน กว่า 200 คน เข้าร่วม โดยมีเป้าหมายเพื่อจัดทำแผนโรดแมปและกำหนดแนวทางการดำเนินงานแก้ไขปัญหาป่าไม้ ทั้งภารกิจการทวงคืนผืนป่า การฟื้นฟูสภาพป่า การจัดสรรที่ดินให้ผู้ยากไร้ หรือการปฏิรูปการบริหารงานด้านป่าไม้

พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า รัฐบาลมีนโยบายในการปฏิรูปการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทรัพยากรป่าไม้ที่เป็นต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับชีวิต และการจัดสรรที่อยู่อาศัยทำกิน ตามโครงการของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) อีกทั้งนโยบายโครงการประชารัฐของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่ต้องการให้ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เดินไปด้วยกัน และมีการสนับสนุนซึ่งกันและกัน

“ขณะนี้การทำงานยังมีปัญหาเรื่องของการสร้างความเข้าใจระหว่างภาครัฐและภาคประชาชน จึงต้องแก้ปัญหาในเรื่องความขัดแย้งของพื้นที่ อย่างเช่นโครงการวันแมป ขีดแผนที่ให้เป็นเส้นเดียวกันทั่วประเทศ หรือกระบวนการอื่นๆ ที่จะสร้างความเข้าใจกันมากขึ้น เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้เรียนรู้และทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน และต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับผู้มีอิทธิพลที่บุกรุกป่า” พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าว

พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลมีความจำเป็นต้องหยุดยั้งการบุกรุกทำลายป่าอย่างเด็ดขาด เพื่อรักษาพื้นที่ป่าที่มีอยู่ในปัจจุบันให้คงอยู่ รวมทั้งมีความจำเป็นต้องยึดคืนผืนป่า โดยมุ่งเน้นการยึดคืนพื้นที่ป่าจากนายทุนและผู้มีอิทธิพลเป็นหลัก

“สำหรับประชาชนผู้ยากไร้รัฐบาลมีมาตรการผ่อนผันให้อยู่อาศัยทำกันภายใต้ คำสั่งที่ 66/2557 หรือจัดสรรให้ได้อยู่อาศัยทำกินอย่างยั่งยืนในลักษณะแปลงรวมตามโครงการ คทช.”พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าว

ด้านนายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า การจัดประชุมครั้งนี้ได้เชิญทุกภาคส่วนร่วมพูดคุย ทั้งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร หรือองค์กรที่เกี่ยวข้องเอ็นจีโอต่างๆ เพื่อร่วมระดมความคิดให้ประเทศชาติก้าวต่อไปได้ โดยมีทรัพยากรเป็นฐานความมั่นคงของประเทศ

“ที่ผ่านมาเราอาจมีการแยกกันคิดแยกกันทำ หลายอย่างจึงเกิดจากความไม่เข้าใจ แนวทางที่สำคัญในวันนี้จึงเป็นการเดินไปพร้อมกัน เช่น การบังคับใช้กฎหมาย การจัดที่ดินทำกิน หรือแม้กระทั่งการมีส่วนร่วมในการทำงานในเบื้องต้น ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญจึงได้จัดเชิญทุกภาคส่วนเข้าร่วมพูดคุยกัน ผมเชื่อมั่นว่าหลังจากนี้ไปการดำเนินงานจะบรรลุตามเป้าหมายที่ทางเราได้กำหนดไว้ เพื่อให้พื้นที่ป่าไม้ของเราเพิ่มมากขึ้น และจะไม่ให้มีการบุกรุกป่าไม้เพิ่มเติมซึ่งเราก็ได้ดำเนินการแก้ไขอย่างเคร่งครัด” นายชลธิศ กล่าว