อีก 84 ปีข้างหน้า น้ำท่วมมิด กทม.! ร้อนขึ้น 2 องศา 32 เขตจมบาดาล

… ปริตตา หวังเกียรติ

(คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่)

กรุงเทพมหานคร (กทม.) ติดอันดับ 1 ใน 10 เมืองของโลก ที่จะได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากสภาวะโลกร้อน ซึ่งส่งผลต่อระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น และจะเข้าท่วมหลายพื้นที่ในอนาคตอันใกล้นี้

เพื่อนร่วมชะตากรรมของกรุงเทพฯ ล้วนแล้วแต่อยู่ในทวีปเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นเมืองโฮจิมินฮ์ ประเทศเวียดนาม เมืองเซี่ยงไฮ้ เทียนจิน และกวางโจว ประเทศจีน เมืองมุมไบ และโคลคาตา ประเทศอินเดีย รวมถึงเมืองดักก้า ประเทศบังกลาเทศ

ด้วยเมืองสำคัญเหล่านี้ตั้งอยู่ในที่ต่ำ จึงยิ่งมีความเสี่ยงสูงและจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากระดับน้ำทะเลที่ค่อยๆ สูงขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมามีการพูดถึงความเสี่ยงเรื่องน้ำท่วมบ่อยครั้ง ซึ่งเป็นไปตามกระแสการตื่นตัวต่อปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางสภาวะภูมิอากาศและโลกร้อน และเป็นผลพวงจากการประชุมรัฐภาคีสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 21 (COP21) ที่จบด้วยด้วยข้อตกลงให้ทุกประเทศร่วมกัน “ลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก” เพื่อป้องกันไม่ให้อุณหภูมิโลกร้อนขึ้นเกิน 2 องศาเซลเซียส

ผลการศึกษาหลายเล่มจากหลายสำนักยืนยันตรงกันว่า หากปล่อยให้อุณหภูมิเพิ่งสูงมากกว่านั้น หายนะจากความวิปริตของสภาพอากาศ และพายุรุนแรงจะเกิดขึ้นและถี่ขึ้น ฝนจะตกและแล้งอย่างผิดปกติ น้ำทะเลจะร้อน น้ำแข็งขั้วโลกจะหลอมละลาย

Climate Central องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ได้รับความเชื่อถือจากนานาชาติ ได้เผยแพร่ “แบบจำลองน้ำทะเลท่วมเมือง” เมื่อช่วงปลายปี 2558 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Surging Seas ที่ขึ้นชื่อว่ามีความแม่นยำสูง

แบบจำลองดังกล่าว จะแสดงขอบเขตของเมืองต่างๆ รวมถึงกรุงเทพฯ ที่จะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม หากอุณหภูมิโลกเปลี่ยนแปลงไป

หากอุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นสูงถึง 4 องศาเซลเซียส ซึ่งคิดบนฐานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามระดับที่ปล่อยอยู่ในปัจจุบัน กรุงเทพฯ จะได้รับผลกระทบอย่างหนัก เหลือเพียงพื้นที่บางส่วนของเขตสัมพันธวงศ์ เขตบางรัก และเขตปทุมวัน เท่านั้น ส่วนพื้นที่อีก 47 เขต จมบาดาลหมด

ขณะที่จังหวัดโดยรอบกรุงเทพฯ ประกอบด้วย นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สมุทรสาคร สมุทรสงคราม สมุทรปราการ นครปฐม จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง โดยน้ำจะขยายวงกินพื้นที่ไปถึง จ.สุพรรณบุรี และพระนครศรีอยุธยา

แบบจำลองนี้ได้แสดงผลอีกเช่นกันว่า หากมีการร่วมมือกันระหว่างนานาชาติเพื่อควบคุมอุณหภูมิไม่ให้สูงขึ้นเกิน 2 องศาเซลเซียส ได้สำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ในระหว่างการประชุม COP 21 ความรุนแรงของน้ำท่วมกรุงเทพจะลดลงอย่างมาก

ทว่า น้ำก็ยังคงท่วมเกือบ 50% ของพื้นที่กรุงเทพฯ หลายบริเวณจะมีน้ำท่วมเป็นจุดๆ โดยบริเวณที่ค่อนข้างจะปลอดภัยอยู่ในเมืองชั้นใน ประกอบด้วย บางพลัด บางซื่อ ดุสิต บางกอกน้อย บางกอกใหญ่ พระนคร สัมพันธวงศ์ คลองสาน ธนบุรี บางคอแหลม สาธร บางรัก วัฒนา ราชเทวี ปทุมวัน พญาไท ดินแดง และป้อมปราบศัตรูพ่าย รวม 18 เขต

นอกจากนี้ แบบจำลองยังได้เปรียบเทียบผลกระทบจากโลกร้อนในกรณีที่มี และไม่มีการทำมาตรการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน

พบว่าหาก “ไม่มีการทำมาตรการ” ใดๆ เลย พื้นที่กรุงเทพฯ เกือบทั้งหมดจะถูกน้ำท่วมในปี 2100 หรืออีก 84 ปีข้างหน้า ที่จะรอดมีเหลือเพียงเขตสัมพันธวงศ์ และบางรัก และพื้นที่บางส่วนของพื้นที่เขตพระนคร ปทุมวัน ราชเทวี และป้อมปราบศัตรูพ่าย

ในทางตรงกันข้าม หาก “มีการทำมาตรการ” อย่างเข้มข้นมากที่สุด กรุงเทพฯ จะรอดจากการถูกน้ำท่วมได้พอสมควร เหลือเพียงน้ำท่วมกระจายเป็นจุดๆ ในเขตเมืองชั้นนอก เช่น หนองจอก ลาดกระบัง คลองสามวา มีนบุรี และบางขุนเทียน เท่านั้น

ภาพรวมทั่วโลก น้ำทะเลสามารถท่วมสูงถึง 8.9 เมตร หากอุณหภูมิโลกสูงขึ้น 4 องศาเซลเซียส ในขณะที่น้ำจะท่วมสูงถึง 4.7 เมตร หากอุณหภูมิโลกสูงขึ้น 2 องศาเซลเซียส

ช่วงหลายปีให้หลังเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์ได้พัฒนาขึ้นมาก ภาพความรุนแรงของน้ำท่วมจึงเริ่มเห็นชัดขึ้นกว่าในอดีต

ถึงเวลาแล้วที่ทุกภาคส่วนต้องจริงจังกับเรื่องนี้ ก่อนที่โลกจะเดินทางไปถึงจุดไม่มีวันหวนคืน

(ดูแผนที่เพิ่มเติมได้ที่: http://sealevel.climatecentral.org/)