ซึมเศร้า-พฤติกรรมเปลี่ยน-เครียดแทบบ้า สถานกักกันที่เรียกกันว่า ‘สวนสัตว์’ ?

… รัตนมุข อารัมภีร์ /สิริกานต์ เทพสอน

สวนสัตว์ดุสิตหรือ “เขาดิน” ที่หลายคนรู้จัก เป็นสวนสัตว์แห่งแรกในประเทศไทยที่สร้างมานานตั้งแต่ พ.ศ.2438 สมัยรัชกาลที่ 5 ปัจจุบันเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. มีนักท่องเที่ยวและทัวร์ทัศนศึกษาเข้ามาเยี่ยมชมไม่ขาดสาย

สภาพสิ่งแวดล้อมโดยรวมเป็นบรรยากาศที่สมบูรณ์ใจกลางกรุงเทพมหานคร (กทม.) ต้นไม้สูงให้ร่มเงาเย็นสบาย ใจกลางมีบ่อน้ำขนาดใหญ่ ลมพัดตลอดทั้งวัน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้ามาผ่อนคลาย ปั่นจักรยาน เช่าเรือถีบ ทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับครอบครัว

สถานที่แห่งนี้จึงเต็มไปด้วยความสุข

สัตว์หลากหลายชนิดดึงดูดความสนใจของเด็กเล็กๆ ภาพการหยอกล้อสัตว์ในกรงมีให้เห็นตลอดทาง เสียงหัวเราะดังสลับกับเสียงกดชัตเตอร์เป็นระยะๆ

อย่างไรก็ตาม จากการสังเกตพฤติกรรมนักท่องเที่ยวในสวนสัตว์ พบว่ามีการฝ่าฝืนกฎเป็นจำนวนมาก เช่น การ “ห้ามให้อาหารสัตว์” ที่สวนสัตว์ติดป้ายแจ้งไว้อย่างชัดเจนแต่นักท่องเที่ยวก็ไม่ฟัง โดยเฉพาะในกรงของลิงและค่าง หรือในหลายครั้งที่สัตว์พักผ่อนอยู่และมีป้ายแจ้งเตือนว่า “อย่ารบกวนสัตว์” แต่นักท่องเที่ยวกลับเคาะกระจก ส่งเสียงเรียก หรือแม้แต่ถ่ายรูปโดยใช้แสงแฟลช ซึ่งทำให้สัตว์แตกตื่นและนำมาสู่พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลง

สวนสัตว์สถานกักกันสัตว์ ?

“เพนกวินฮัมโบลต์” หรือ เพนกวินเปรู เป็นสัตว์ที่หลายคนอยากมาดู เพราะโดยปกติแล้วสัตว์ชนิดนี้จะอยู่ในสภาพอากาศที่หนาวเย็นหรือแห้งแล้งไปเลย สวนสัตว์ขนานนามพวกมันว่า “เพนกวินทะเลทราย” ซึ่งน่าแปลกที่มันต้องข้ามน้ำข้ามทะเลมาอยู่ที่นี่

แม้ว่า “เพนกวินทะเลทราย” จะถูกยกย่องให้กลายเป็นดาว และน่าจะเป็นสัตว์ที่พิเศษกว่าสัตว์ชนิดอื่นๆ แต่ข้อเท็จจริงที่พบในสวนสัตว์ดุสิตก็คือสถานที่ที่เลี้ยงมันกลับไม่น่ามองสักเท่าไหร่ บ่อน้ำเต็มไปด้วยตะไคร่ พื้นหินอ่อนมีคราบสกปรก

นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เจ้าสัตว์ตัวน้อยดูไม่ร่าเริงเหมือนอย่างที่เราเห็นในรายการสารคดี

อีกหนึ่งชนิดที่น่าสนใจคือสัตว์กินเนื้ออย่าง “สุนัขจิ้งจอก” ซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่จำกัดด้วยข้อจำกัดของสวนสัตว์ กรงที่คับแคบแตกต่างกับธรรมชาติของสัตว์นักล่าที่ต้องมีอาณาเขตกว้างขวางในการหาเหยื่อ

สุนัขจิ้งจอกมีพลังงานในตัวเยอะ และธรรมชาติของสัตว์จะขยับตัวหรือทำกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งโดยมีเป้าหมายเพื่อเผาพลาญพลังงาน สัตว์จะไม่ทำอะไรโดยเปล่าประโยชน์ ด้วยลักษณะรูปร่างที่ควรจะตัวเล็กกว่าหมาบ้านทั่วไป แต่สุนัขจิ้งจอกในสวนสัตว์กลับ “อ้วนกลม” ผิดรูปผิดทรง

ภายในสวนสัตว์นั้นยังมีสัตว์อีกหลากหลายชนิดหลายประเภท อย่างเช่น หมีหมา สิงโตขาว เสือโคร่ง กวาง ฮิปโปโปเตมัส ยีราฟ ม้าลาย อูฐิ ค่าง 5 สี ลิง งู จระเข้ ซึ่งแน่นอนว่าสัตว์ทุกตัวจะอาศัยอยู่คือกรง หรือสถานที่ที่จำกัด

พฤติกรรมเปลี่ยน-สัตว์เครียดแทบบ้า

มีโอกาสใช้เวลาร่วมวันในการสำรวจ “พฤติกรรมสัตว์” ในกรงเหล่านั้น พบว่าบางตัวที่มีพฤติกรรมที่แปลกแตกต่างจากตัวอื่นๆ ตัวอย่างเช่น “หมีควาย” ที่เดินส่ายหัวซ้าย-ขวา ตลอดเวลา หรือสัตว์อีกหลายชนิดที่เดินไป-มา เป็นเส้นตรงในระยะทางสั้นๆ อย่างไม่มีจุดหมายเป็นเวลานาน

ดร.จันทร์เพ็ญ ศรลัมพ์ อาจารย์ประจำสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพและทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเชี่ยวชาญเรื่องพฤติกรรมสัตว์ อธิบายว่า พฤติกรรมดังกล่าวเป็นการเผาผลาญพลังงานของสัตว์ด้วยการขยับส่วนใดส่วนหนึ่งซ้ำๆ อยู่อย่างนั้น แต่ด้วยพื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัดจึงไม่สามารถออกกำลังได้เต็มที่

“สัตว์ที่ถูกขังในกรงค่อนข้างที่จะต่างจากสัตว์ที่อาศัยตามธรรมชาติอย่างสิ้นเชิง สภาพแวดล้อมจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมของสัตว์ รวมถึงการกระทำของนักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวชมสวนสัตว์ แล้วปฏิบัติต่อสัตว์แบบไม่ถูกวิธี อย่างเช่น ตะโกนใส่สัตว์ ไล่สัตว์ ซึ่งการกระทำเหล่านี้จะทำให้สัตว์ตกใจและจดจำ เกิดเป็นสภาวะความเครียดจนทำให้มีอาการหงอยเหงา ซึมเศร้า ไม่กินอาหาร และจะเป็นที่มาของโรคต่างๆ ได้”อาจารย์จันทร์เพ็ญ ระบุ

สอดคล้องกับสิ่งที่ นพ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ คุณหมอนักอนุรักษ์ เจ้าของรางวัลลูกโลกสีเขียวปี 2550 ที่เคยให้สัมภาษณ์ไว้กับหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ว่า พฤติกรรมการทำอะไรซ้ำซากๆ เป็นอาการของโรคที่เกิดขึ้นจากความเครียดเพราะถูกจำกัดบริเวณ โดยความเครียดเหล่านั้นจะขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ จนสัตว์แทบจะมีอาการบ้า

คุณหมอรังสฤษฎ์ อธิบายว่า อาการเช่นนี้มักจะเกิดขึ้นกับสัตว์ที่เป็นนักล่า เพราะตามธรรมชาติของสัตว์กลุ่มนี้จะมีพื้นที่หากินที่กว้างใหญ่มหาศาล ดังนั้นเมื่อถูกจำกัดในสวนสัตว์ที่มีพื้นที่ไม่เพียงพอ

“สวนสัตว์ไม่จำเป็นต้องมีสัตว์ครบทุกชนิด ควรคำนึงถึงความเหมาะสม ถ้าพื้นที่ไม่พอก็ไม่ควรนำสัตว์จำพวกนี้มากักขัง” นพ.รังสฤษฎ์ ระบุ พร้อมทั้งเสนอว่า สวนสัตว์ควรดูแลสัตว์กลุ่มนักล่าให้ดีที่สุด และเมื่อสัตว์เหล่านี้ตายไปก็ไม่ควรนำเข้ากลับมาอีก

เป็นไปในทิศทางเดียวกับผลการศึกษาของ มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ที่พบว่า สัตว์ขั้วโลกที่นำมาจัดแสดงทั่วโลกเกือบทั้งหมดเป็นโรคเครียดหรือป่วยทางจิต และมีพฤติกรรมซ้ำซาก อันเนื่องมาจากความไม่เหมาะสมของสิ่งแวดล้อม

มุมมองของนักท่องเที่ยวอย่าง สุรชัย ยงสุพมงคล สะท้อนข้อเท็จจริงจากประสบการณ์ตรง เขาบอกว่ามีโอกาสได้มาเที่ยวเขาดินเมื่อ 2 ปีก่อน ซึ่งเมื่อกลับมาอีกครั้งก็พบว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ทั้งเรื่องสัตว์ พฤติกรรมสัตว์ และสภาพแวดล้อม

อยู่ที่แคบช่วงจัดแสดง สวนสัตว์ปิดได้พักผ่อน

พิทักษ์ อุ่นซ้อน รักษาการแทนผู้อำนวยการสวนสัตว์ดุสิต ชี้แจงว่า การดูแลสัตว์ในแต่ละวันจะมีเจ้าหน้าที่และแพทย์คอยดูแล และเฝ้าดูสัตว์อย่างใกล้ชิด หากสัตว์ตัวไหนป่วยก็จะมีการติดตามอาการตลอดเวลา โดยสัตว์แต่ละตัวจะมีการแบ่งเวลาเป็นรอบๆ สำหรับออกมาโชว์นักท่องเที่ยว

“สัตว์จะมีที่อยู่อาศัย 2 แห่ง คือช่วงเวลาที่สวนสัตว์เปิดจะอยู่ในที่จัดแสดงอย่างที่เห็นทั่วๆ ไป แต่หลังจากที่สวนสัตว์ปิดแล้ว เจ้าหน้าที่จะพาสัตว์ไปอยู่ยังอีกที่หนึ่งซึ่งจะมีบริเวณกว้างขวางกว่าที่นักท่องเที่ยวพบเห็น” พิทักษ์ อธิบาย

รักษาการ ผอ.เขาดิน บอกอีกว่า ได้พยายามแก้ปัญหาพฤติกรรมนักท่องเที่ยวด้วยการติดกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ เพื่อตรวจจับการกระทำผิดกฎของสถานที่ หากพบผู้ใดที่ทำผิดกฎ เช่น นักท่องเที่ยวที่ให้อาหารสัตว์ ทั้งๆ ที่ติดป้ายเตือน ทางเจ้าหน้าที่จะเข้าไปตักเตือนและชี้แจงเรื่องกฎของสวนสัตว์ให้นักท่องเที่ยวได้รับทราบ

สำหรับปัญหาเรื่องรายได้ของสวนสัตว์ดุสิตที่ผ่านมา เกิดขึ้นจากสถานการณ์ทางการเมือง มีประชาชนรวมกลุ่มก่อม็อบเป็นระยะๆ ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจก็จะปิดทางเข้าสวนสัตว์ถึง 2 ประตู คือทางฝั่งหน้ารัฐสภาและหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม จึงทำให้ยอดรายได้ต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ แต่ปัจจุบันมีนิมิตหมายที่ดีที่คาดว่าจะมีแนวโน้มนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น

“จากนี้สวนสัตว์ดุสิตจะมีสวนน้ำเล็กๆ สำหรับเด็ก ตอนนี้กำลังดำเนินการทดลองระบบน้ำและไฟ คาดว่าจะเปิดให้ใช้บริการเร็วๆ นี้ และจะมีการเก็บเงินเพิ่มนอกเหนือจากราคาบัตร แต่ยังไม่ระบุราคาแน่ชัด”พิทักษ์ ระบุ

เข้าใจว่าสวนสัตว์ดุสิตพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้ความสุขแก่เด็กและนักท่องเที่ยว แต่อาจมีอุปสรรคเรื่องงบประมาณหรือสถานที่ตั้งที่ค่อนข้างจำกัด ซึ่งจากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นชัดเจนว่าถึงเวลาแล้วที่สังคมจะร่วมกันเสนอทางออก หรือทบทวนความเหมาะสมของสวนสัตว์

ไม่ใช่เพียงแต่สวนสัตว์ดุสิต หากแต่มายความรวมถึงสวนสัตว์อื่นๆ ทั่วทั้งประเทศด้วย