จ่อลุยเหมืองทองคำพิจิตร ‘ดีเอสไอ’ รับเป็น ‘คดีพิเศษ’ แล้ว

“ดีเอสไอ” รับคดีชาวบ้านได้รับผลกระทบจากเหมืองทองคำ จ.พิจิตร เป็นคดีพิเศษ จ่อลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง

พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล ผู้บัญชาการสำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า ดีเอสไอจะรับเรื่องร้องเรียนของชาวบ้าน จ.พิจิตร จ.เพชรบูรณ์ จ.และพิษณุโลก ซึ่งได้รับผลกระทบจากกิจการเหมืองแร่ทองคำเป็นคดีพิเศษ โดยจะลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป

พ.ต.ท.ประวุธ กล่าวว่า ที่ผ่านมาดีเอสไอเคยตรวจสอบกรณีดังกล่าวแล้วจึงมีข้อมูลเบื้องต้นระดับหนึ่ง โดยพบว่าชาวบ้านได้รับผลกระทบโดยตรงจากกิจการเหมืองทองคำ จนทำให้มีฝุ่นหรือสารพิษต่างๆ เข้ามาในชุมชน

สำหรับการตรวจสอบแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1.กิจการภายในเหมืองทอง อาทิ ถนนสาธารณะ ศาลาประชาคม และโรงงานส่วนขยาย ซึ่งจะพิจารณารับเป็นคดีก่อน 2.ผลกระทบต่อชีวิตและร่างกาย ที่อาจต้องใช้ระยะเวลาเพราะเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน และเป็นข้อมูลเชิงวิชาการที่ต้องตรวจเทียบเคียงในหลายพื้นที่ และดูจากสภาพร่างกายของคนในแต่ละพื้นที่นำมาวิเคราะห์ อาทิ การตรวจเลือดคนในชุมชน ฯลฯ

“รอบพื้นที่เหมืองแร่ดังกล่าวไม่มีการทำฐานข้อมูลชุมชนก่อนจะทำเหมือง จึงต้องทำมีการเปรียบเทียบกับพื้นที่ที่มีโครงสร้างทางธรณีวิทยาคล้ายกันซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เลือกพื้นที่เอาไว้เรียบร้อยแล้ว”พ.ต.ท.ประวุธ กล่าว

ทั้งนี้ ช่วงเช้าของวันที่ 19 ม.ค.2559 นางธนัญธิดา ลิ้มนนทกุล พร้อมตัวแทนชาวบ้าน ได้เดินทางเข้าร้องเรียนต่อดีเอสไอ เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีมีผู้ได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองทองในพื้นที่ จ.พิษณุโลก จ.พิจิตร และ จ.เพชรบูรณ์

นางธนัญธิดา กล่าวว่า บริษัทเจ้าของสัมปทานเหมืองทองได้มีการต่อเติมโรงงานส่วนขยายเพื่อเพิ่มการผลิต โดยทางบริษัทได้ทำก่อนขออนุญาตจากกระทรวงอุตสาหกรรม และชาวบ้านไม่รู้ล่วงหน้า จึงทำให้มีการไปฟ้องร้องที่ศาลจังหวัดพิจิตรเพื่อเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง แต่สุดท้ายศาลชั้นต้นตัดสินยกฟ้อง ส่วนศาลอุทธรณ์ชี้ว่ามีมูล เรื่องดังกล่าวจึงอยู่ระหว่างการพิจารณา

นางธนัญธิดา กล่าวอีกว่า ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้กับเหมืองทองได้รับความเดือดร้อนอย่างมากจากบ่อทิ้งกากแร่แห่งที่ 2 ที่มีสารไซยาไนด์ปนเปื้อนเมื่อถูกความร้อนจะกลายเป็นมลพิษ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากชุมชนเพียง 300 เมตรเท่านั้น ทำให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและปัญหาสุขภาพของชาวบ้าน เมื่อสูดดมเข้าร่างกายในปริมาณมากจะมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงและแน่นหน้าอก

“หลังจากชาวบ้านเคยมาร้องเรียนที่ ดีเอสไอ ตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค.2558 จนถึงวันนี้มีคนตายไปแล้ว 54 ศพจากสารไซยาไนด์ ซึ่งการเดินทางมาวันนี้เพื่อขอให้ ดีเอสไอ รับเป็นคดีพิเศษเนื่องจากว่าไม่ต้องการสูญเสียคนในครอบครัวอีก นอกจากนี้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้นำศพผู้เสียชีวิต 2 รายไปชันสูตรหาสาเหตุการตายที่แท้จริง เพื่อนำไปเป็นหลักฐานในชั้นศาลแต่ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผล”นางธนัญธิดากล่าว

อนึ่ง กิจการเหมืองแร่ทองคำ 3 จังหวัด ดำเนินการโดยบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด