สำรวจ ‘คลองแสนแสบ’ คลองที่ใครก็ว่า ‘แสบ’ สมชื่อ

… ศิริวรรณ หมินหมัน /สิริกานต์ เทพสอน

เมื่อพูดถึงคลองในกรุงเทพมหานคร (กทม.) รายชื่อแรกๆ ที่นึกถึงก็คงเป็น “คลองแสนแสบ” เพราะเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันคนกรุงมาโดยตลอด

คลองแสนแสบ นับเป็นคลองขุดที่มีความยาวที่สุดในประเทศไทย โดยมีความยาวเกือบ 90 กิโลเมตร เชื่อมต่อระหว่าง กทม.กับแม่น้ำบางปะกง ซึ่งสามารถแบ่งคลองออกเป็น 2 ช่วงใหญ่ๆ คือ 1.คลองแสนแสบช่วงต้น เริ่มจากจุดเชื่อมคลองมหานาคไปจนถึงหัวหมาก 2.คลองแสนแสบช่วงปลาย เริ่มต้นจากหัวหมากออกไปสู่แม่น้ำบางปะกง

มีโอกาสล่องเรือสำรวจสถานการณ์คลองแสนแสบ พบว่าแสบสมชื่อ โดยลงเรือจากท่าเรือผ่านฟ้าลีลาศ มุ่งหน้าสุดสายที่ท่าเรือวัดศรีบุญเรือน ใช้เวลาร่วมๆ 1 ชั่วโมง

สิ่งที่เห็นคือสภาพน้ำเน่าเสียส่งกลิ่นเหม็นอย่างรุนแรง สองฝั่งคลองเต็มไปด้วยขยะหลากหลายประเภท มีปลาลอยคอตายตลอดทาง ชุมชนทั้งสองด้านแออัดและส่วนใหญ่นิยมทำการค้า มีการทิ้งขยะลงในคลอง กำแพงรอบข้างถูกพ่นสีไม่เว้นแม้แต่กำแพงวัด

หากต้องการยกระดับคลองแสนแสบให้เป็นเส้นทางคมนาคมและแหล่งท่องเที่ยวตามที่ผู้บริหารกทม.และรัฐบาลมีความพยายาม จำเป็นต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเหล่านี้โดยด่วน

“ที่เลือกใช้เรือด่วนก็เพราะราคาไม่แพงและสะดวกรวดเร็ว เนื่องจากเราเงินเดือนน้อยจึงต้องประหยัด จึงแทบจะไม่มีทางเลือกอื่นเลย” หนึ่งในผู้โดยสารเรือด่วนคลองแสนแสบ เปิดใจ

ผู้โดยสารรายเดียวกันนี้ บอกว่า ไม่อยากจะพูดถึงเรื่องน้ำเน่าเสียแล้ว เพราะมันก็ส่งกลิ่นเหม็นแบบนี้มาตลอด ไม่เคยมีอะไรเปลี่ยนแปลง ไม่ว่ารัฐบาลไหน หรือผู้ว่าฯ กทม.คนไหน คลองแสนแสบก็อยู่ในสภาพเดิม ไม่พัฒนา

ปัจจุบัน คลองแสนแสบถูกใช้เป็นเส้นทางคมนาคม มีเรือให้บริการตั้งแต่เวลา 05.30-20.30 น. ในวันจันทร์-ศุกร์ ส่วนเสาร์-อาทิตย์ จะให้บริการถึง 19.00 น.เท่านั้น โดยมีเรือแล่นทั้งหมด 2 สาย ประกอบด้วย 1.สายคลองแสนแสบ-ภูเขาทอง มีท่าเทียบเรือทั้งหมด 6 ท่า ตั้งแต่ผ่านฟ้าลีลาสไปสิ้นสุดที่ท่าเรือประตูน้ำ 2.สายคลองแสนแสบ-นิด้า ซึ่งมีท่าเทียบเรือทั้งหมด 20 ท่า เริ่มจากท่าเรือประตูน้ำ ไปจนถึงวัดศรีบุญเรือน

อย่างไรก็ตาม ด้วยปัญหามลพิษทางน้ำ ทำให้ผู้ที่สัญจรไปมาได้รับความเดือดร้อนอย่างรุนแรง

ธวัชชัย เกิดรวย อายุ 72 ปี ชาวบ้านที่อยู่ในละแวกคลองแสนแสบ เล่าว่า ปัญหาน้ำเน่าเหม็นในคลองแสนแสบนั้น มีมายาวนาน ไม่ว่าจะมีนโยบายหาเสียงเพื่อพัฒนาแก้ไขปัญหานี้กี่ครั้งก็ยังคงแก้ไขไม่ได้ กลิ่นเหม็นได้กลายมาเป็นความเคยชินของชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงกับริมคลอง

“กลิ่นเหม็นจะค่อยข้างรุนแรงระหว่างคลองเจ้าคุณสิงห์และบริเวณหน้าวัดเทพ จากการปล่อยน้ำเสียผ่านท่อระบายน้ำจนทำให้น้ำมีกลิ่น เกิดฟอง จนเป็นสาเหตุทำให้บางพื้นที่ปลาตายจนลอยขึ้นมาให้ผู้คนพบเห็นอยู่บ่อยครั้ง ในขณะที่ก็ต้องยอมรับว่าชาวบ้านริมคลองก็ปล่อยน้ำทิ้งลงในคลองมากเช่นกัน”คนริมคลองแสนแสบ ระบุ

สมโภชน์ เมืองจันทร์ เจ้าหน้าที่เก็บค่าโดยสารเรือ เล่าว่า การสัญจรทางเรือปัจจุบันถือว่ากำลังไปได้ด้วยดี ผู้โดยสารมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน เรือแต่ละลำก็จะวิ่งได้หลายรอบมากขึ้น ส่วนสภาพน้ำในคลองถือเป็นเรื่องปกติที่ส่งกลิ่นเหม็น โดยเฉพาะช่วงที่เรือแล่นสวนกัน

ศ.กิตติคุณ ธงชัย พรรณสวัสดิ์ นักวิชาการสิ่งแวดล้อม อดีตอาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิพากษ์ว่า ปัญหาน้ำเสียในคลองแสนแสบไม่ได้มาจากน้ำในโรงงานหรือบ้านเรือนเพียงอย่างเดียว แต่มาจากประเภทขยะที่ทิ้งลงในแม่น้ำด้วย เช่น เนื้อสัตว์ ที่หากทิ้งลงน้ำก็จะทำให้น้ำเน่าได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ ที่ผ่านมา กทม.ยังไม่มีมาตรการควบคุมปัญหาขยะ และท่อระบายน้ำที่ใช้ใน กทม.ก็ยังเป็นแบบเก่า คือไม่มีการแยกระหว่างน้ำฝน กับน้ำเสีย ดังนั้นเมื่อฝนตกลงมาก็จะพาเอาน้ำเสียจากท่อระบายน้ำไหลลงสู่คลองด้วย ซึ่งหากแก้ไขเรื่องท่อระบายน้ำโดยวิศวกรที่รู้จริง จะช่วยลดปัญหาน้ำเสียได้ระดับหนึ่ง

“ปัญหาน้ำเสียในคลองแสนแสบ เชื่อว่าหากทางกทม.กล้าที่จะทุ่มงบประมาณก็สามารถแก้ไขได้ เนื่องด้วยเทคโนโลยีสมัยนี้มีการพัฒนาไปมากแล้ว” ดร.ธงชัย กล่าว

จะเห็นได้ชัดว่าปัญหาน้ำเสียในคลองแสนแสบไม่ได้เกิดจากชุมชนริมคลองเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีอีกหลายๆ ส่วนที่ทำให้เกิดปัญหาน้ำเสียขึ้น และจากการพูดคุยกับชาวบ้านรวมถึงผู้ใช้เรือโดยสารคลองแสนแสบ ต่างยืนยันตรงกันว่าสภาพน้ำแย่มาก และแนวโน้มการเน่าเสียเพิ่มมากขึ้นโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 10 พ.ย.2558 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติกรอบวงเงินเพื่อฟื้นฟูคลองแสนแสบจำนวน 7,000 ล้านบาท โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องการร่นระยะเวลาการฟื้นฟูให้แล้วเสร็จภายในปี 2560 จากเดิมกำหนดแล้วเสร็จปี 2563

ทั้งนี้ ใช้งบกรุงเทพมหานคร (กทม.) ดำเนินการประมาณ 6,800 ล้านบาท และงบของกรมเจ้าท่าประมาณ 70 ล้านบาท ในการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (ซีซีทีวี) รวมทั้งได้ตั้งคณะกรรมการกำกับแผนปฏิบัติการขึ้นมาดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

ออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมช.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า โครงการนี้จะพัฒนาท่าน้ำในคลองแสนแสบให้ดีขึ้น จะมีการพัฒนาเส้นทางจักรยานริมคลอง ปรับภูมิทัศน์สองฝั่งคลองให้ดีขึ้นตลอดเส้นทางคลองแสนแสบประมาณ 72 กิโลเมตร ซึ่งอยู่ในพื้นที่ กทม. ประมาณ 45.5 กิโลเมตร ที่เหลืออยู่ในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา

งบประมาณจำนวนมหาศาล 7,000 ล้าน มากเกินพอสำหรับพลิกฟื้น “คลองแสนแสบ” ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ได้แต่หวังว่ารัฐบาลและ กทม.จะไม่ “ละเลงงบละลายแม่น้ำ” อย่างที่ถูกสังคมปรามาสและจับตาอยู่ในขณะนี้