เผยโฉม 12 อนุฯ สิทธิชุมชนฯ อรหันต์พิทักษ์สิทธิคนเล็กคนน้อย

… วีรทัศน์ อิงคภัทรางกูร

“สิทธิมนุษยชนกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างเป็นธรรม คือปัญหาที่ยืดเยื้อที่สุดในสังคมไทย” คือบทสรุปจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ภายใต้การนำของ อมรา พงศาพิชญ์ ซึ่งหมดวาระไปเมื่อวันที่ 17 พ.ย.2558 พร้อมกับผลงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงจำนวน 3,185 คำร้อง

ตลอดระยะเวลา 6 ปี ของการทำงาน ดูเหมือนว่าผลงานของ “คณะอนุกรรมการสิทธิชุมชน” ซึ่งมี นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ เป็นประธาน จะโดดเด่นจับต้องรูปธรรมได้มาก โดยเฉพาะภายหลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งนโยบายการพัฒนาได้ละเมิดสิทธิชุมชนชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

ภาระงานถูกส่งต่อมายัง วัส ติงสมิตร ประธาน กสม.คนใหม่ ขณะที่ความคาดหวังพุ่งตรงไปยัง “คณะอนุกรรมการด้านสิทธิชุมชนและฐานทรัพยากร” ซึ่งมี เตือนใจ ดีเทศน์ เป็นประธาน

“สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม” ตรวจสอบคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการด้านสิทธิชุมชนและฐานทรัพยากร จำนวน 12 ราย ซึ่งประธาน กสม.ลงนามไปเมื่อวันที่ 9 ธ.ค.2558 ประกอบด้วย เตือนใจ ดีเทศน์ อดีต สว.เชียงราย และผู้ก่อตั้งมูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา (พชภ.) เป็นประธานอนุกรรมการฯ

ขณะที่อนุกรรมการฯ อีก 10 ราย พบว่าส่วนใหญ่มาจากภาคประชาสังคมทั้งสิ้น เริ่มตั้งแต่ จำนงค์ จิตรนิรัตน์ ผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษาขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) และอดีตแกนนำเครือข่ายสลัม 4 ภาค ภาคภูมิ วิธานติรวัฒน์ ประธานสมัชชาองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และอดีตประธานมูลนิธิอันดามัน

สมเกียรติ เขื่อนเชียงสา ผู้ประสานงานเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง-ล้านนา สุมิตรชัย หัตถสาร ผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่น หาญณรงค์ เยาวเลิศ ประธานมูลนิธิเพื่อการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ

ในส่วนของนักวิชาการมี เพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์ อาจารย์ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล สมนึก จงมีวศิน นักวิชาการเครือข่ายเพื่อนตะวันออก

สำหรับบุคคลที่มาจากคณะอนุกรรมการฯ ยุค นพ.นิรันดร์ มี 3 ราย ได้แก่ ประยงค์ ดอกลำใย ประธานมูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ ที่ปรึกษาสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ หรือ สกน. และที่ปรึกษาพีมูฟ ส.รัตนมณี พลกล้า ทนายความศูนย์ข้อมูลชุมชน และ อาภา หวังเกียรติ ผู้ช่วยคณบดีวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และอีก 1 ราย คือ เจ้าหน้าที่ กสม. เป็นอนุกรรมการและเลขาธิการ

ด้วยสัดส่วนคณะอนุกรรมการฯ ส่วนใหญ่มาจาก “ภาคประชาชน” ที่บทบาทการเคลื่อนไหวเป็นคู่ขัดแย้งกับรัฐบาลหลายกรณี คำถามคือเมื่อเข้ามาดำรงตำแหน่ง อนุกรรมการฯ ใน กสม.แล้ว คณะรัฐมนตรีจะยอมรับฟังข้อเสนอ-ข้อแนะนำ-ข้อท้วงติงหรือไม่

สุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาฮิวแมนไรท์วอทช์ ประจำประเทศไทย แสดงความคิดเห็นว่า ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเลือกบุคคลมาดำรงตำแหน่งคณะอนุกรรมการฯ จากความถนัดเฉพาะด้าน ซึ่งมาจากเอ็นจีโอที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์โดยตรง

“ไม่จำเป็นต้องเกี่ยงว่าเป็นฝ่ายประชาชนหรือฝ่ายรัฐบาล คำถามที่ควรจะเป็นคือรัฐบาลจะสามารถพิสูจน์ตัวเองว่าทำงานกับคนที่มาจากเอ็นจีโอได้หรือไม่ ถ้ารัฐบาลไม่รับฟังข้อเสนอแนะหรือไม่ให้ความร่วมมือการทำงานของ กสม.ก็จะพิสูจน์ว่า ขณะนี้เราอยู่ในระบบการปกครองที่มองไม่เห็นหัวของประชาชนอยู่เลย” สุณัย ระบุ