5 เสียง “คนเล็ก เปลี่ยนโลก”

[Green Advertorial]

บทสนทนาว่าด้วยคนเล็ก เปลี่ยนโลก” 2567 จากคนเล็กใน 3 ชุมชนที่กำลังอยู่ในวิถีเปลี่ยนโลกอย่างมีนัยสำคัญ หนึ่งเกษตรกรศรีสะเกษกับวิถีเกษตรอินทรีย์ หนึ่งชาวเกาะ .ตราดกับวิถีอนุรักษ์ปะการังแหล่งท่องเที่ยว และหนึ่งชาวสวนสุพรรณบุรีกับวิถีรักษ์หญ้าแฝกอนุรักษ์ดินและน้ำ

กับมุมมองน่าสนใจ จากมุมมองคนรุ่นใหม่และนักผลิตสารคดีวรรณสิงห์ ประเสริฐกุลและ นักเขียนนักข่าวสิ่งแวดล้อม อดีตบรรณาธิการนิตยสารสารคดี อดีตผู้บริหารฝ่ายข่าวไทยพีบีเอส-PPTV และเจ้าของผลงานหนังสือประวัติศาสตร์สิ่งแวดล้อมไทย The Lost Forest “วันชัย ตันติพิทยาพิทักษ์

จากเวทีเสวนาชุมชนต้นแบบกับการจัดการทรัพยากรสู่ความยั่งยืนในงานประกาศและมอบรางวัล “รางวัลลูกโลกสีเขียวและรางวัลหญ้าแฝกสถาบันลูกโลกสีเขียว ปตท. ประจำปี 2567

จันทรา หาญสุทธิชัย

คนเล็กศรีสะเกษ กับวิถีเปลี่ยนโลกเกษตรอินทรีย์

ชุมชนผักไหมเราทำเกษตรอินทรีย์มาหลายปี เราลองผิดลองถูก คนทำเกษตรในชีวิตไม่ค่อยจะเชื่ออะไร ต้องได้ทำด้วยตัวของเราเอง เรียนรู้ทุกอย่าง มีการทำข้อมูล จดทุกปี ลงทุนอะไรไปเท่าไร ผลเป็นไง จากกลุ่มเล็ก ๆ 9 คนในปี 2541 ตอนเริ่มต้น เรามีระบบการตรวจสอบของกันเองเรามี 17 หมู่บ้านนะคะ หมู่ 1 ดูหมู่ 17 หมู่ 8 ดูหมู่ 2 ตรวจสอบกันเองดูแลกันเอง

ปัจจุบัน เราส่งพืชทุกตัวเราส่งนอกนะคะ EU/NOP ค่ะ ล่าสุดที่ประสบความสำเร็จ ถั่วเหลืองเรากำหนดราคาเองล่าสุดขายได้ 52 บาท ราคาตลาดกิโลละ 18 บาทเพราะว่าถั่วเหลืองเราเป็นถั่วเหลืองอินทรีย์ เพราะฉะนั้นมันเป็นความภูมิใจของชุมชนผักไหม ปีที่ผ่านมามีคณะดูงาน 2500 กว่าคน 31% กลับไปทำต่อ คือเราเป็นพี่เลี้ยงแล้วก็ติดตามเขาด้วยว่าเขามาดูงานเราแล้วเขากลับไปทำต่อไหม

ความยากคือการเปลี่ยนความคิดคน ตอนแรกก็ไม่มีใครเชื่อ เราก็พิสูจน์ด้วยการทำให้เขาเห็นและอยากเข้ามาร่วมเอง เพราะผลผลิตเราขายได้ราคาดีกว่า พอเขาเห็นก็อยากทำ เราก็บอกถ้าจะทำต้องมีกฎกติกาแล้วก็ตั้งกฎเลยว่าจะต้องเป็นนาดำนะ ต้องเป็นแถวเป็นแนว ต้องไม่ใส่ปุ๋ยเคมี ต้องเป็นปุ๋ยอินทรีย์ ต้องมีน้ำหมัก ต้องเข้ามาสู่กระบวนการโรงเรียนชาวนาตามศาสตร์พระราชา 8 ขั้นตอน

เราได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียวปี 2556 มันเป็นแรงกระเพื่อมเราเป็นแรงเสริมพลังเรา ว่าเรายังทำได้เราต้องดูแลเรื่องของดินน้ำป่าให้มีชีวิต หนุนกันเสริมกัน เชื่อมต่อเรื่องของเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่เป็นจำนวน 15,000 ไร่

มันยากมากนะคะ ผลพลอยได้ที่เริ่มจากการทำเกษตรอินทรีย์ก็คือเรื่องของการดูแลป่าน้ำมีชีวิตเพื่อให้ดินน้ำ เป็นป่าช้าแต่เราใช้ชื่อว่าป่าวัฒนธรรมเพื่อให้ชื่อมันฟังดูไม่น่ากลัว ราว 3,000 กว่าไร่

ตอนนี้ เราอยากได้เครื่องจักรกลที่มาช่วยทุ่นแรง เพราะเดิมเราใช้ระบบธนาคารแรงงาน คือจะเวียนกันช่วยกัน วันนี้คนนี้ดำ พรุ่งนี้คนนี้ดำ แล้วก็เวียนกัน เราจะแบ่งกลุ่มเป็นกลุ่มละ 60 กลุ่มละ 40 เพราะของเรามี 300 กว่าเรือนที่ทำเกษตรอินทรีย์ เครื่องจักรกล เราก็มีแล้วแต่มันยังไม่ครอบคลุมก็กำลังพยายามบริหารจัดการกันอยู่

หน่วยงานภาครัฐหากจะหนุนเสริม ก็อยากจะบอกว่ามันมีหลายพื้นที่นะคะที่เขาต้องการการช่วยเหลือ เราสำเร็จแล้ว แต่เราก็ยังมีเรื่องอื่นที่ยังที่ต้องไปหนุนเสริมกันต่อ แต่การจะโดนเสริมต่อหรือแบบไหนยังไงเนี่ยหน่วยงานภาครัฐน่าจะเจาะลึกตรงนั้น

ในอนาคตขั้นต่อไปเราอยากให้ชุมชนผักไหมเป็น Green Smart City เป็นเมืองสีเขียวที่มีทุกอย่างสมบูรณ์ ก็อยู่ในฝันของเรา และอยากให้เป็นไปได้จริงเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

จันทรา หาญสุทธิชัย ชุมชนตำบลผักไหม อ.ห้วยทับทัน จ.ศรีษะเกษ เจ้าของรางวัลลูกโลกสีเขียว ครั้งที่ 22 ประเภทสิปปนนท์ เกตุทัต รางวัลแห่งความยั่งยืน กล่าว

ชุมชนตำบลผักไหมช่วยกันดูแลรักษาป่าริมห้วยทับทัน ทำให้ยังคงสภาพเป็นป่าริมน้ำผืนใหญ่ที่สุด เพิ่มและขยายพื้นที่ป่าเข้าไปในหมู่บ้าน โดยฟื้นฟูและรักษาที่ป่าช้า ป่าดงปู่ตา และทำเลเลี้ยงสัตว์ ปลูกไผ่เพิ่มเติมบริเวณแนวเขตรอบป่าชุมชนเป็นแหล่งอาหารให้กับชุมชน ส่งเสริมกการปลูกป่าครอบครัวตามหัวไร่ปลายนาในโครงการธนาคารต้นไม้ พัฒนาและยกระดับสู่การเป็นเกษตรอินทรีย์ทั้งตำบล เพื่อลดการใช้สารเคมีและการปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อม ข้าวหอมมะลิของชุมชนได้รับการรับรองมาตรฐานทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนี้ยังเพิ่มการปลูกพืชหลังนา ได้แก่ถั่วเขียว และกระเจี๊ยบ สร้างรายได้ตลอดทั้งปี การรวมกลุ่มอาชีพและวิสาหกิจชุมชนหลากหลาย เพิ่มโอกาสทางการตลาดและความเข้มแข็งด้านเศรษฐกิจชุมชน พัฒนาระบบการผลิตสู่การเป็นเกษตรอัจฉริยะ สร้างแรงจูงใจให้เยาวชนคนรุ่นใหม่กลับบ้าน ผลการรู้คุณค่า การรักษาและเกี้อกูลกันของชุมชนได้สร้างสมดุลและความยั่งยืนแก่ธรรมชาติสิ่งแวดล้อม

นพดล สุทธิธนกูล

คนเล็กชาวตราด กับวิถีเปลี่ยนโลกอนุรักษ์ปะการัง

ในกลุ่มมีประมาณ 13 คนที่ดูแลเรื่องท้องทะเลที่เกาะหมากอยู่ เกาะหมากก็เป็นเกาะเล็ก ๆ มีประชากรราว 530 คน เรายึดกิจกรรมฟื้นฟูดูแลธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฟื้นฟูปะการัง หญ้าทะเล นอกจากนี้ก็ดูแลพวกสัตว์ทะเลหายากด้วยตอนมันเกยตื้นหรือมันป่วย บนฝั่งเราก็ดูแลเรื่องชายหาด เรื่องขยะในตำบลด้วย

สิ่งที่กลุ่มเราทำค่อนข้างยากเพราะมันต้องมีอุปกรณ์ ต้องมีคนที่มีความรู้ความสามารถ น้ำตรงนี้ก็ลึกราว 25-30 เมตร ต้องอุปกรณ์พร้อมชุดพร้อม ชุดผมชุดเดียวก็แสนกว่าบาท มีทั้งหมด 15 ชุด กลุ่มเราออกเองหมด ใช้ทั้งดูแลและให้เช่าท่องเที่ยว

เราดำกันทุกอาทิตย์ เช็คทุกอย่างปะการัง สัตว์หายาก เรามีพื้นที่หญ้าทะเล 14-15 ไร่ แนวปะการังมีอีก 4 พันไร่ ใช้จิตอาสาและต้องมีใจที่แข็งแรงมาก แต่ทำไมผมถึงเข้ามาทำเรื่องนี้ได้ เพราะว่าผมเกิดที่นี่แล้วเห็นว่าเมื่อก่อนสิ่งแวดล้อมใต้ทะเลมันอุดมสมบูรณ์มาก แต่วันหนึ่งเมื่อ 10 ปีที่แล้วมันเกิดความเสียหายมากจากน้ำทะเล สิ่งแวดล้อม คลื่นลม ชาวประมงที่ไม่รู้เรื่องสิ่งแวดล้อม โยนสมอทิ้งปะการังหัก ระเบิดปลา แต่ตอนนี้พวกนี้ไม่มีแล้ว เพราะเราควบคุมอยู่ด้วยชุมชนเล็ก ๆ คนเล็ก ๆ

ปีที่ผ่านมาเราก็ได้รับรางวัลแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืน Top 100 ของโลกในฐานะเกาะต้นแบบด้านความปลอดภัยและการจัดการขยะ อีกรางวัลก็คือ Green destination story awards ทางด้านระบบการจัดการและการฟื้นฟู ชนะญี่ปุ่นด้วย

ส่วนตัวเราเชื่อว่าคนตัวเล็กก็เปลี่ยนโลกได้จริง เพราะผมเองก็เป็นคนตัวเล็ก เล็กสุดแล้ว เป็นคนธรรมดา แต่เป็นคนเล็กที่ใจใหญ่ สามารถทำให้ตราด เกาะหมากมีคนมาเที่ยวเยอะขึ้นและเป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

ผมคิดว่าการเปลี่ยนเราต้องเริ่มเปลี่ยนด้วยตัวเองก่อน แล้วก็จะมีคนเข้าใจเราและตามมา แต่ปัญหาที่เห็นการเปลี่ยนด้วยคนเดียว คน 2-3 คนมันทำยาก จุดนี้การสนับสนุนก็สำคัญ แต่เราที่ทำเรื่องใต้ทะเลก็คิดว่าที่การสนับสนุนจากรัฐน้อยก็คิดว่าเพราะมันต้องลงทุนเยอะ ก็คิดว่ารัฐควรมีการสนับสนุนด้านงบประมาณมากกว่านี้ เพราะตอนนี้รัฐก็มาช่วยเราเรื่องดูแลให้เรือมาใช้ ช่วยในเรื่องข้อมูล ความรู้ แต่ผมก็คิดว่าหน่วยงานอย่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เขาก็น่าจะอยากช่วยเราแต่เขาติดเรื่องค่าใช้จ่าย การเดินทางที่อยู่ที่กิน ก็ควรมีการสนับสนุนงบจากรัฐ

นพดล สุทธิธนกูล ประธานกลุ่มอนุรักษ์ปะการังเกาะหมาก อ.เกาะกูด จ.ตราด เจ้าของรางวัลลูกโลกสีเขียว ครั้งที่ 22 ประเภทชุมชน กล่าว

เกาะหมากเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชายทะเลที่ดึงดูดผู้คนทั่วโลก แต่ผลจากภาวะโลกร้อน การใช้ประโยชน์เกินขีดจำกัดของทรัพยากรธรรมชาติ และการประมงที่ผิดวิธี เป็นสาเหตุของความเสื่อมโทรม โดยเฉพาะต่อระบบนิเวศปะการังที่มีความเปราะบางและอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลง ผู้นำชุมชนที่ประกอบด้วยคนเก่าแก่ใน 5 ตระกูลใหญ่ ซึ่งได้บุกเบิกและตั้งถิ่นฐานบนเกาะแห่งนี้ รวมตัวพูดคุยหาแนวทางในการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พวกเขาเชื่อมโยงนักวิชาการและอาสาสมัครจากทั่วโลก ทดลองปลูกปะการังหลายชนิด ลองผิดลองถูกจนประสบความสำเร็จ ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจ กลุ่มอนุรักษ์ปะการังเกาะหมากจึงได้รับใบอนุญาตจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ให้ฟื้นฟูปะการังในพื้นที่เกาะหมากอย่างเป็นทางการตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เพราะประสบความสำเร็จอย่างสูงในการปลูกปะการังมากกว่า 60,000 ต้นในพื้นที่ใต้ทะเลรอบเกาะ รวมทั้งขยายผลถึงการอนุรักษ์หญ้าทะเล ส่งผลให้ความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำกลับคืนมา จนกระทั่งได้รับรางวัล Green Destination Story Awards ทางด้านระบบการจัดการและการฟื้นฟู เมื่อปี 2566 อีกทั้งยังแก้ไขปัญหาขยะ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของเมืองท่องเที่ยว โดยการเปลี่ยนขยะเป็นปุ๋ย และกิจกรรมต่าง ๆ จนติดแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืน Top 100 ของโลก ในฐานะเกาะต้นแบบด้านความปลอดภัยและการจัดการขยะ การใช้ข้อบัญญัติธรรมนูญชุมชน 8 ข้อ ที่ถือปฏิบัติร่วมกันเพื่อความยั่งยืนของชุมชนและสิ่งแวดล้อม

ทนงศักดิ์ นิลน้อย

คนเล็กชาวสุพรรณ กับวิถีเปลี่ยนโลกด้วยหญ้าแฝก

ทุกปัญหาที่เราเจอจากการทำเกษตร ไม่ว่าจะเป็นดินเสื่อมโทรม หน้าดินพังทลาย แหล่งน้ำชำรุด พังทลายจากธรรมชาติ หญ้าแฝกเป็นส่วนหนึ่งที่เอาไปใช้แก้ปัญหาได้ แต่ก่อนที่จะนำหญ้าแฝกไปใช้เราต้องรู้ก่อนว่าปัญหาของเราคืออะไร และจะใช้แก้ปัญหาอะไร

ยกตัวอย่างพื้นที่ผมที่ประสพอุทกภัยน้ำท่วมจนพืชผลทางการเกษตรเราเสียหาย ผมก็คิดว่าถ้าจะทำเกษตรต่อต้องป้องกันน้ำท่วม ทำคันล้อมรอบแปลงเพราะพื้นที่เราอยู่ใกล้แม่น้ำท่าจีน สิ่งที่เป็นปัญหาคือน้ำท่วม สิ่งที่จะแก้ปัญหาคือทำคันล้อมที่ทำจากคันดินธรรมดา เราก็เห็นว่าหญ้าแฝกที่มีรากลึกจะช่วยยึดคันดินให้มั่นคงได้ 

หลังจากทำมาเราเห็นความแตกต่างที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้วว่ามันมีความแตกต่าง บางพื้นที่ของเครือข่ายฯ ที่อยู่ทำการเกษตรในพื้นที่ลาดชันอย่างที่เชียงใหม่และน่าน สิ่งที่เป็นปัญหาคือการชะล้างและการพังทลายในช่วงหน้าฝน เราก็นำหญ้าแฝกมาใช้ ก็เห็นผลว่ามันช่วยได้จริง แต่คนใช้หญ้าแฝกจะต้องยืนอยู่บนความอดทน ดูแลหญ้าแฝก เพราะถ้าเราไม่ดูแลรักษาให้ดี ให้เขาติดต้น แตกกอ ประโยชน์ที่เขาจะให้ก็จะน้อยมาก

ต้องเข้าใจว่าครับงานหญ้าแฝกไม่ใช่งานเชิงวิชาการนะครับ แต่มันเป็นงานเชิงปฏิบัติแล้วก็นำมาเขียนเป็นวิชาการ พวกเราเกษตรกรที่ใช้ประโยชน์ วันที่จะเลิกใช้หญ้าแฝกคือวันที่เราตายหรือว่าเราเปลี่ยนอาชีพ

ถึงเวลาแล้วครับที่ภาครัฐผู้รับผิดชอบโดยเฉพาะในเรื่องของแผนแม่บทฉบับที่ 7 เรื่องของหญ้าแฝก อย่างที่บอกครับถ้าแนวคิดเปลี่ยนยุทธศาสตร์ไม่เปลี่ยน หลายอย่างไปไม่ได้ วันนี้ถ้ายุทธศาสตร์เปลี่ยน เรามีแนวคิดที่จะเปลี่ยนการทำงานหญ้าแฝกที่พัฒนาไปแล้วก็จะไปสู่เป้าหมายในการใช้ประโยชน์อย่างแท้จริงกับเกษตรกร

ทนงศักดิ์ นิลน้อย เครือข่ายคนรักษ์แฝก ผู้มีประสบการณ์จริงจากการใช้หญ้าแฝกในการใช้แก้ปัญหาดินและน้ำในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี กล่าว

ทนงศักดิ์เรียนรู้และเข้าสู่เครือขายคนรักษ์แฝกจากประสบการณตรง หลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2544 ที่ผ่านมาส่งผลให้สวนมะม่วงนั้นเสียหายสูญเสียรายได้และต้องใช้เงินนับล้านบาทเพื่อฟื้นฟูสวนมะม่วงให้กลับมาสามารถให้ได้ผลผลิตเหมือนเดิม ทำให้เขามีแนวคิดที่จะศึกษาหาแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง เริ่มจากหาความรู้และสอบถามผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญได้แก่สถานีพัฒนาที่ดินสุพรรณบุรี จนแน่ใจว่าการอนุรักษ์ดินและน้ำเป็นวิธีที่เหมาะสมในการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยคำนึงถึงความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรดินและน้ำอย่างคุ้มค่า เพื่อก่อให้เกิดผลผลิตสูงสุดและยั่งยืน

ถ้าเรารักษาธรมชาติไม่ได้ ปากท้องไม่อิ่มแน่นอน

วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์

ผมอยากจะบอกว่า (ทุก)วันนี้มีภาพความคิดอันหนึ่งโดยเฉพาะคนเมืองที่บอกว่าปากท้องต้องอิ่มก่อนถึงจะสนใจสิ่งแวดล้อมได้ แต่หลังจากเดินทางมานานหลาย 10 ปี ชาวบ้านบอกตลอดเวลาว่า ถ้าเรารักษาธรรมชาติไม่ได้ปากท้องเราไม่อิ่ม ซึ่งมันสวนทางกับความคิดของคนเมือง

ผมคิดว่าอนาคตความคิดนี้มันจะขยายขึ้นเรื่อย ๆ คือตราบใดก็ตามหากธรรมชาติไม่ถูกรักษาอย่างจริงจัง ปากท้องไม่อิ่มแน่นอน ก่อนหน้านี้เราจะคิดแยกส่วนกัน แต่ ณ วันนี้มันไม่ใช่แล้ว 

เห็นได้ชัดเลยจากตัวอย่างชุมชนที่เห็นในวันนี้ว่าหากเขาไม่รักษาสิ่งแวดล้อม ไม่รักษาทรัพยากรธรรมชาติ เศรษฐกิจเขาก็จะไม่ดี ปากท้องเขาก็จะไม่อิ่ม มันก็ย้อนแย้งกับความคิดของชนชั้นกลางที่มองว่า ต้องปากท้องอิ่มก่อนค่อยไปดูเรื่องสิ่งแวดล้อม

อย่างชุมชนที่ปลูกข้าวอินทรีย์ก็ชัดเจนว่ารายได้ของเขาดีขึ้นจากการขายข้าวอินทรีย์ แล้วการขายข้าวอินทรีย์เนี่ยจะทำได้คุณต้องรักษาสิ่งแวดล้อม หรืออย่างคนที่ดูแลเรื่องเกาะหมากจนปะการังดี น้ำใส ก็จะมีรายได้จากการท่องเที่ยวมากขึ้น รีสอร์ตในเกาะหมากก็จะดีขึ้น สิ่งเหล่านี้ก็มาจากการรักษาธรรมชาติ ธรรมชาติดีรายได้ของคนบนเกาะก็ดีขึ้น อันนี้มันเห็นชัดเจนเลยว่าถ้าคุณรักษาธรรมชาติ เศรษฐกิจก็จะกลับมา

คนธรรมดาทุกคนเปลี่ยนโลกได้ทั้งนั้นเพราะถ้าคนไม่เปลี่ยนโลกก็ไม่เปลี่ยน เปลี่ยนได้อยู่แล้วอยู่ที่ว่าจะเปลี่ยนเมื่อไหร่ แต่ก็ต้องเริ่มที่แนวคิดก่อน อย่างการซื้อกาแฟแก้วหนึ่งเนี่ยสร้างขยะอย่างน้อยก็ 5 ชิ้นแล้ว ถ้ามีคนกินกาแฟ 5 แสนคน ขยะก็ 2.5 ล้านชิ้นแล้ว แต่ถ้าทุกคนเอาแก้วมาจากบ้านก็ลดขยะไปเป็นล้านชิ้นต่อวันแล้ว อันนี้ยกตัวอย่างให้เห็นว่าถ้าเราเปลี่ยนความคิดมันก็เปลี่ยนได้อยู่แล้ว ถ้าเราคิดว่าขยะเป็นความรับผิดชอบของตัวเองเราก็จะมีนิสัยในการลดขยะไปเองโดยอัตโนมัติ ส่วนการสนับสนุนมันก็ต้องมาจากทุกฝ่ายอยู่แล้วเราไม่ควรผลักภาระให้กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง รัฐ เอกชน ทุกคนก็ต้องช่วยกันสนับสนุนอยู่แล้ว 

ซึ่งก็ยอมรับว่าไม่ง่ายที่จะสร้างให้เกิดจิตสำนึกอย่างนี้ แต่ก็คิดว่าถ้าคนเห็นว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมมันใกล้ตัวขึ้นเรื่อย ๆ เขาก็จะรู้ว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา อย่างเช่น รู้ไหมว่าทุกครั้งที่เรากินแฮมเบอร์เกอร์เรามีส่วนในการทำลายป่าในเมียนมา จากการที่พื้นที่ป่าลดลงจากการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ แล้วเราก็กินสัตว์ ตอนนี้ทุกประเทศบริโภคเนื้อสัตว์มากขึ้น ก็ต้องเลี้ยงสัตว์เพิ่ม ต้องหาอาหารสัตว์เพิ่ม ต้องยอมรับว่าสิ่งที่เราทำทุกสิ่งทุกอย่างมันก็มีผลกระทบทั้งนั้นแหละ เราก็มีส่วนในการรับผิดชอบด้วยวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ นักเขียนสะท้อนสถานการณ์สังคมและสิ่งแวดล้อม กล่าว

(ภาพ : GreenNews)

สิ่งแวดล้อมเริ่มด้วยตัวเราได้ แต่ไม่ใช่จบแค่ที่ตัวเรา

วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล

อาชีพหลักของผมคือการทำสารคดีและหัวข้อหลักจะเกี่ยวกับสงคราม แต่ไม่นานมานี้ ราว 5-6 ปีที่ผ่านมา ผมเบนกล้องของตัวเองมาสู่ประเด็นที่ใหญ่กว่า เรื่องสิ่งแวดล้อม

จุดเริ่มต้นที่ทำให้มาสนใจเรื่องนี้มาจากการเดินทางไปที่ขั้วโลกเหนือ คนพื้นที่บนเกาะกรีนแลนด์เขาบอกว่ารู้ไหมว่าตอนนี้น้ำแข็งมันหายไปเยอะมากเมื่อเทียบกับตอนเขาเด็ก ๆ  ถ้าละลายหมดจะทำให้น้ำทะเลสูงขึ้น 7 เมตร ผมก็มาย้อนดูว่าแล้วกรุงเทพฯ ละสูงเท่าไหร่ พบว่า ต่ำมาก ไม่เกิน 10-20 เมตรจากระดับน้ำทะเล น้ำแข็งละลายโดนบ้านเราแน่ เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมเห็นว่ามันมีสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าเรื่องของมนุษย์ แต่ขณะเดียวกันสิ่งที่เรามันกระทบกับสิ่งที่ใหญ่กว่าและมาสู่กับพวกเราอย่างเลี่ยงไม่ได้ 

ประโยคที่ว่าเริ่มต้นที่ตัวเรา เราได้ยินประโยคนี้บ่อยมาก แล้วในเรื่องสิ่งแวดล้อมมันเริ่มที่ตัวเราได้ไหมและอย่างไร ส่วนตัวผมคิดว่าอาจจะไม่มีคำตอบ 100% คำตอบอาจจะเหมือนกับหลาย ๆ คำถามก็คือความสมดุลระหว่างมุมมองหลาย ๆ ด้าน 

หลังจากเบนกล้องมาสู่เรื่องสิ่งแวดล้อม ตะเวนไปทั่วโลกในพื้นที่ที่เกิดวิกฤตทางสิ่งแวดล้อม ที่ผ่านมาผมได้ไปหลายประเทศทั้งอเมริกาเห็นเรื่องการกัดเซาะและการสูญเสียแผ่นดินที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา เห็นไฟป่าที่ออสเตรเลีย เห็นภูเขาขยะที่อินเดีย การเดินทางหลายที่ทำให้เรื่องโลกร้อนที่เคยอยู่เป็นสิ่งที่เราเคยฟังมาสู่ความจริงที่เห็นด้วยตา นำมาสู่คำถามว่าเราจะสู้กับสิ่งนี้ได้ยังไง จะเปลี่ยนเรื่องนี้ได้จริงหรือ 

พอมาจุดหนึ่งเราก็คิดว่ามันก็ได้แค่ถ่ายแต่เราทำอะไรในเรื่องนี้ไม่ได้เลย ได้งานมาแต่เราก็รู้สึกสิ้นหวังเพราะได้เห็นด้วยตาตัวเองว่าโลกหายนะขนาดไหนแล้ว

พอไปเห็นในต่างประเทศมาแล้วก็เริ่มมาเห็นว่าบ้านเราก็ใช่ย่อยทั้งบ่อขยะที่นนทบุรี ไฟป่าที่เชียงใหม่ เชียงราย การมาถ่ายทำในบ้านเราทำให้เห็นในอีกแง่ว่าตรงนี้เราอาจจะทำอะไรได้ เรามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือมากกว่าแค่ถ่ายไว้ได้ เริ่มต้นที่การช่วยระดมเงินบริจาคช่วยเรื่องไฟไหม้ที่เชียงรายและเชียงใหม่ แต่พอทำไปเรื่อย ๆ ก็ถึงจุดหนึ่งเหมือนเดิมว่า สุดท้ายมันก็แก้ได้เป็นกรณี ๆ แล้วมันจะแก้อย่างยั่งยืนได้ยังไง ต่อมาก็ได้ไปเรียนต่อโทด้านหลักสูตรการจัดการขยะทางทะเล เพื่อให้เห็นว่าแล้วการแก้อย่างเป็นระบบควรเป็นอย่างไร

เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเรื่องสิ่งแวดล้อมเริ่มด้วยตัวเราได้ แต่ไม่ใช่จบแค่ที่ตัวเรา สุดท้ายมันต้องไปจบในสิ่งที่ใหญ่กว่าตัวเราให้ได้ ถ้าอยากได้ผลลักษณ์ในวงกว้างซึ่งแต่ละคนอาจจะจบไม่ต้องเหมือนกัน บางคนอาจไปจบที่สภา บางคนอาจไปจบที่ชุมชน สิ่งนี้มันเริ่มจากคนเล็ก ๆ อย่างพวกเราที่จุดประกาย แต่จุดแล้วจะต้องเอาเชื้อเพลิงไปใส่ในสิ่งที่ใหญ่กว่าเราให้ได้

ผมตอนนี้ก็อยู่ในบันไดขั้นใหม่ทำมาได้ 6-7 เดือน จากการเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในรัฐสภา

เพราะฉะนั้นเรื่องสิ่งแวดล้อมสำหรับผมก็เริ่มที่ตัวเองแต่ตอนนี้ไปจบที่สภา แต่อาจจะไม่ไปจบที่สภาก็ได้ อาจจะมีเวทีอื่นต่อก็ได้ เป็นกระบวนการที่ไปเรื่อย ๆ ของมัน ที่ไม่สามารถหยุดเรียนรู้หรือหยุดหาข้อสรุปได้ว่าสุดท้ายเราทำอะไรได้บ้าง

คำตอบที่ทุกคนควรให้กับตัวเองไม่ใช่อย่างน้อยเราทำอะไรได้บ้าง แต่เป็นอย่างมากที่สุดในเวลานั้นเราทำอะได้บ้าง

คำถามที่ว่าคนเล็กเปลี่ยนโลกได้ไหม มันไม่มีคำตอบที่ขาวดำ แต่ที่แน่นอนคือหากไม่มีคนเล็กคนน้อยมันก็จะไม่มีประกายไฟ ไม่มีแรงบัลดาลใจ มันก็ไปต่อไม่ได้ แต่ถ้าถามว่ามันเพียงพอไหมเพราะเรื่องสิ่งแวดล้อมมันต้องการการเปลี่ยนแปลงในเชิงนโยบายเยอะมาก ซึ่งถ้าคนในสังคมไม่เกิดการเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มันก็ยากที่จะเกิดผลในระดับใหญ่ 

คิดว่าคงต้องควบคู่กันไปไม่ใช่แค่คนเล็กเท่านั้นคนโตเท่านั้น ถ้ามองแค่คนเล็กก็จบแค่การใช้ถุงผ้า แต่ถ้ามองที่คนโตเท่านั้นความรับผิดชอบส่วนตัวคุณก็จะไม่มีเลยรอให้คนใหญ่คนโตขยับเท่านั้นซึ่งก็จะเป็นไปได้ยาก

ส่วนที่จะทำยังไงให้ดันให้เกิดความสำเร็จที่ใหญ่ก็ถกเถียงกันมาเยอะ หากดูที่สังคมที่เขาทำสำเร็จ สังคมเขาค่อนข้างพร้อมในการรับรู้ที่อาจมาจากความเจริญในระดับหนึ่ง อันที่ 2 คือการวางแผนในภาพรวมของภาคการเมือง ซึ่งทั้งคู่ไทยยังตามอยู่ทั้งเรื่องของสังคมที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงและภาคการเมืองที่พร้อมดันการเปลี่ยนแปลง ทำให้ประเทศเราดันเรื่องนี้ลำบาก แต่มันก็ไม่ใช่ทั้งโลกเพราะหลายประเทศเขาก็ทำสำเร็จแล้ว คิดว่าเต็ม 10 ไทยเรายังอยู่ประมาณ 1-2

ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นวิกฤตมากๆก็จริง แต่มันเป็นโอกาสให้คนรุ่นของผมหรือรุ่นเด็กกว่าผมโดยที่จะตามหาความหมายว่าเขาเกิดมาเพื่ออะไร เขาจะสามารถมีส่วนร่วมในสิ่งที่ใหญ่กว่าตัวเขาได้ไหม

มนุษย์เราเวลาบางทีเจอศัตรูที่ใหญ่มากๆ มันจะท้อแท้ก็ได้ หรือว่าจะใช้สิ่งนั้นเป็นพลังในการลุกขึ้นมาแล้วค้นพบความหมายของตัวเองว่าฉันจะร่วมมือฉันจะทำสิ่งนี้ แล้วมันจะกลายเป็นแรงผลักดันที่ยิ่งใหญ่มากๆในชีวิต ให้คุณตื่นขึ้นมาแล้วคุณอยากทำสิ่งที่คุณทำอยู่ เพราะว่ามันมีความหมายกับคุณวรรณสิงห์ ประเสริฐกุล พิธีกรและผู้ผลิตสารคดีสะท้อนสถานการณ์สังคม กล่าวในหัวข้อการบรรยายคนเล็ก เปลี่ยนโลกและผ่านเวทีเสวนาฯ

(ภาพ : GreenNews)

รางวัลหญ้าแฝกรางวัลลูกโลกสีเขียว

การหนุนเสริมคนเล็ก เปลี่ยนโลกวิถี ปตท.

วานนี้ (12 .. 2567 บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) จัดพิธีมอบรางวัลการประกวดการพัฒนาและรณรงงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ครั้งที่ 13 และพิธีมอบรางวัลลูกโลกสีเขียว ครั้งที่ 22 ภายใต้แนวคิดคนเล็กเปลี่ยนโลกที่สะท้อนพลังของคนเล็ก กว่า 7,800 คนทั่วประเทศที่สามารถเปลี่นแปลงโลกให้ยั่งยืนได้จากการมุ่งมั่นทุ่มเทดูแล รักษา ฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอันมีคุณค่า

พิธีมอบรางวัลการประกวดการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ครั้งที่ 13 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชทานโล่รางวัลแก่ผู้ชนะเลิศการประกวด ส่วนผู้ที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศและรางวัลชมเชยได้รับโล่พร้อมรับเกียรติบัตรจากองค์กรร่วมจัด อันประกอบด้วยมูลนิธิชัยพัฒนา สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) กรมพัฒนาที่ดิน และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) โดยมีผู้ได้รับรางวัลทั้งสิ้น 32 ผลงาน แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทส่งเสริมการปลูกและขยายผล 22 รางวัล และ ประเภทส่งเสริมหัตถกรรมผลิตภัณฑ์จากใบหญ้าแฝก 10 รางวัล

สำหรับพิธีมอบรางวัลลูกโลกสีเขียว ครั้งที่ 22  โดยสถาบันลูกโลกสีเขียว มีผู้ได้รับรางวัล 38 ผลงาน จาก 5 ประเภทผลงาน คือ ประเภทชุมชน ประเภทบุคคล ประเภทเยาวชน ประเภทสิปปนนท์ เกตุทัต รางวัลแห่งความยั่งยืน และประเภทงานเขียน

ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปตท. ในฐานะบริษัทพลังงานแห่งชาติ มีพันธกิจหลักในการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ควบคู่กับการดูแลสังคม สิ่งแวดล้อม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างสมดุล ภายใต้วิสัยทัศน์ “ปตท. แข็งแรงร่วมกับสังคมไทย และเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน” พร้อมทั้งให้การสนับสนุนการดำเนินการประกวดการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และสถาบันลูกโลกสีเขียวมาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี เพื่อยกย่อง เชิดชู บุคคลต้นแบบด้านการดูแลรักษาความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศ”

ปตท.ให้ความสำคัญในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด การจัดงานในปีนี้เป็นโอกาสอันดีที่เครือข่ายผู้ได้รับรางวัลทั้งสองรางวัล มีโอกาสได้มาพบปะ ร่วมแสดงความยินดี แลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมต่อยอด ขยายผลองค์ความรู้ สร้างภาคีเครือข่ายให้เข้มแข็ง สร้างผลลัพธ์ต่อคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่สังคมไทยในวงกว้าง รวมพลังทำให้โลกใบนี้น่าอยู่เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

(ภาพ : GreenNews)

รางวัลหญ้าแฝก

รางวัลการประกวดการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องจากพระราชดำริ

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงให้ความสำคัญต่อประโยชน์ของหญ้าแฝก และพระราชทานพระราชดำริให้นำหญ้าแฝกมาใช้ เพื่อป้องกันและแก้ไขการชะล้างพังททลายของดิน ตลอดจนกักเก็บความชุ่มชื้นในพื้นที่ดินแห้งแล้ง รวมถึงการนำใบหญ้าแฝกมาเพิ่มมูลค่า นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร

โครงการประกวดการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ก่อตั้งมาตั้งแต่ ..2549 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลากว่า 18 ปี โดยความร่วมมือขของ 4 องค์กรร่วมจัดได้แก่ มูลนิธิชัยพัฒนา สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) กรมพัฒนาที่ดิน และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เพื่อกระตุ้นให้เกิดการขยายผลการปลูกหญ้าแฝกและยกย่องผลงานการปลูกหญ้าแฝกให้เป็นแบบอย่างในการอนุรักษ์ดินและน้ำ ตั้งแต่ปี 2549-2567 ได้มีผู้ได้รับรางวัลรวม 522 ผลงาน

รางวัลลูกโลกสีเขียว

ปตท. ริเริ่มโครงการรางวัลลูกโลกสีเขียวขึ้นเมื่อปี 2542 เพื่อยกย่องเชิดชูบุคคล กลุ่มคน และชุมชนที่เป็นต้นแบบการอนุรักษ์ และการใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน สร้างกำลังใจให้แก่ผู้คนซึ่งได้ดูแลป่า รักษาน้ำ ปกป้องดิน คุ้มครองและดำรงไว้ซึ่งความหลากหลายของทุก ๆ ชีวิตบนโลก ที่สำคัญคือการส่งต่อและสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้คนอีกมากมาย ซึ่งเปี่ยมด้วยพลังในการสร้างและเปลี่ยนแปลงโลกนี้ให้ดียิ่งขึ้นต่อไปได้

ในปี 2553 ได้ยกระดับเป็นสถาบันลูกโลกสีเขียวและเพิ่มบทบาทงานวิชาการและจัดการความรู้ ในพื้นที่ผลงานเพื่อส่งต่อความสำเร็จของชุมชนต้นแบบ สู่การประยุกต์ใช้ และขยายผลการอนุรักษ์ในชุมชนอื่น ๆ ให้ยั่งยืนต่อไป ปัจจุบัน (2566) มีผลงานรางวัลลูกโลกสีเขียวทั้งสิ้น 842 ผลงาน ซึ่งช่วยรักษาและขยายพื้นที่ป่า สะสมกว่า 2.43 ล้านไร่ คิดเป็นศักยภาพในการกักเก็บคาร์บอน 49 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า รวมถึงมีการจัดการองค์ความรู้แล้ว 114 องค์ความรู้

Theme การจัดงานปี 2567: “คนเล็ก เปลี่ยนโลก

จากผลงานรางวัลการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และรางวัลลูกโลกสีเขียว ที่มีเครือข่ายรวมกันกว่า 7,800 คนทั่วประเทศ คือบทสะท้อนพลังของคนเล็ก ๆที่เปลี่ยนโลกให้มีความยั่งยืน นับเป็นความสำเร็จมากมายที่สามารถถอดบทเรียนมาใช้ประโยชน์ เรื่องราวและผลงานอันมีคุณค่าเหล่านี้ จะเป็นหนึ่งในการสร้างแรงบันดาลใจให้ร่วมกันเปลี่ยนโลกได้

พิธีมอบรางวัลฯ นี้ จะเริ่มต้นด้วยการบรรยายพิเศษคนเล็ก เปลี่ยนโลกโดยคุณวรรณสิงห์ ประเสริฐกุล พิธีกรและผู้ผลิตสารคดีสะท้อนสถานการณ์สังคม ต่อด้วยเวทีเสวนาชุมชนต้นแบบกับการจัดการทรัพยากรสู่ความยั่งยืนนำทีมโดย คุณวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ รองประธานกรรมการประเมินคุณค่างานรางวัลลูกโลกสีเขียว ผู้เป็นนักเขียนสะท้อนสถานการณ์สังคมและสิ่งแวดล้อม และชุมชนต้นแบบผลงานรางวัลฯ จบท้ายด้วยการมอบรางวัลการประกวดการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ครั้งที่ 13 รวม 32 ผลงาน และการมอบรางวัลลูกโลกสีเขียว ครั้งที่ 22 รวม 38 ผลงาน

หมายเหตุ รายงานข่าวชิ้นนี้ได้รับการสนับสนุนการผลิตและเผยแพร่โดย ปตท.