บิ๊กเคมี ‘ซินเจนทา’ รุกตลาด ‘พม่า’ กล่อมเกษตรกรใช้ ‘สารอารักขาพืช’ ถูกวิธี

บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเคมีเกษตร ‘ซินเจนทา’ บุกประเทศพม่า อบรมการใช้สารเคมีแก่เกษตรกร นำร่องย่างกุ้ง-รัฐฉาน เฉียด 500 ร้านค้า

ซินเจนทา บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านสารเคมีกำจัดศัตรูพืชและเมล็ดพันธุ์พืช ร่วมกับศูนย์พัฒนาปุ๋ยเพื่อการเกษตร (IFDC) และองค์กรเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศแห่งสหรัฐอเมริกา (USAID) จัดโครงการอบรมการใช้สารอารักขาพืชปลอดภัยให้แก่เกษตรกรชาวเมียนมา ภายหลังรัฐบาลเมียนมายกระดับเกษตรกรให้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อเปิดพื้นที่เพาะปลูก และเพิ่มอัตราการนำเข้าเครื่องมือการเกษตร

นายเบญจรงค์ วังคะฮาด ผู้จัดการฝ่ายดูแลติดตามผลิตภัณฑ์ บริษัท ซินเจนทา ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจากความตระหนักว่าสาธารณรัฐเมียนมาเป็นประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ในอาเซียน รองจากประเทศอินโดนีเซีย คือมีพื้นที่ราวๆ 678,500 ตารางกิโลเมตร ในจำนวนนี้เป็นพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 18% ของพื้นที่ทั้งหมด มีประชากรประมาณ 54 ล้านคน ส่วนใหญ่ดำรงชีวิตเกี่ยวพันกับภาคการเกษตร

นายเบญจรงค์ กล่าวว่า อุปสรรคสำคัญที่ทำให้กำลังการผลิตด้านการเกษตรของเมียนมา ไม่ประสบความสำเร็จด้านรายได้จากการส่งออกสินค้าเกษตรมากนัก เป็นเพราะปัจจัยด้านการเข้าถึงเทคโนโลยีการผลิต ระบบการชลประทาน เมล็ดพันธุ์ ตลอดจนความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้สารอารักขาพืช เพื่อช่วยเพิ่มผลผลิตในการเพาะปลูก

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่ออบรมการใช้สารอารักขาพืชอย่างปลอดภัยให้แก่เกษตรกร ตั้งแต่การเลือกซื้อ การจัดเก็บ การใช้ ไปจนถึงการจัดการกับบรรจุภัณฑ์ โดยมีซินเจนทาเป็นวิทยากรหลัก เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สารอารักขาพืชและเมล็ดพันธุ์ แก่ผู้ค้าปลีกธุรกิจผลิตภัณฑ์เกษตรในเมียนมา เนื่องจากโดยธรรมชาติของเมียนมา ร้านค้าปลีกนับเป็นแหล่งข้อมูลให้ความรู้แก่เกษตรกร

นายเบญจรงค์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ทีมของซินเจนทาได้ลงพื้นที่เพื่อสำรวจปัญหาและความต้องการของเกษตรกร เพราะเมียนมาถือเป็นพื้นที่ใหม่ที่ต้องมีการรวบรวมข้อมูล โดยพื้นที่นำร่องหลักคือเมืองย่างกุ้ง และรัฐฉาน ซึ่งภายหลังการสำรวจพื้นที่พบว่าเกษตรกรของเมียนมาขาดความเข้าใจ เกี่ยวกับการเลือกเมล็ดพันธุ์ให้เหมาะสมกับสภาพภูมิศาสตร์ ภูมิอากาศ โรคพืช และแมลงศัตรูพืช การใช้สารอารักขาพืชที่ถูกต้อง การจัดเก็บ และการจัดการกับบรรจุภัณฑ์หลังการใช้ รวมถึงการสวมอุปกรณ์ป้องกันขณะฉีดพ่นหรือใช้สาร

“เราตั้งเป้าอบรมผู้ประกอบการในย่างกุ้ง 180 ร้าน และที่รัฐฉาน 300 ร้าน โดยในพื้นที่เขตย่างกุ้งนั้นเป็นพื้นที่สำคัญในการเพาะปลูกข้าว ส่วนในพื้นที่รัฐฉานเป็นพื้นที่เพาะปลูกพืชไร่ ซึ่งมีข้าวโพดเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ” นายเบญจรงค์ กล่าว

อนึ่ง จากนโยบายการเปิดประเทศเพื่อต้อนรับการลงทุนของบริษัทข้ามชาติในทุกมิติ ทำให้เมียนมามียอดจำหน่ายสินค้าในกลุ่มเทคโนโลยี อุปกรณ์การเกษตร และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เข้าไปจำหน่ายต่อเนื่อง โดยเมียนมามีสินค้าค้าส่งออกสำคัญคือ ข้าว ข้าวโพด ผัก ยางพารา และไม้เนื้อแข็งส่งออก ขณะเดียวกันปัญหาสำคัญยังเป็นเรื่องของการเข้าถึงตลาดกลาง การจัดจำหน่ายสินค้า ระบบชลประทาน และการเข้าถึงองค์ความรู้ เพื่อยกระดับการพัฒนาระบบการผลิตของภาคการเกษตร