เปิดข้อเสนอคนภาคตะวันออก “แผนพัฒนาพลังงานชาติ PDP 2024”

เครือข่ายพลังงานภาคประชาชนเดินหน้าจัดเวทีรับฟังความเห็นประชาชนต่อ “ร่างแผนพัฒนาพลังงานชาติ PDP 2024” เวทีแรกในภาคตะวันออก วันนี้ หวังสะท้อนความเห็นจาก “ภาคส่วนที่ถูกรัฐเมินในกระบวนการรับฟังทางการ”

สรุปข้อเสนอ “ต้องมีอธิปไตยทางพลังงาน-เพิ่มสัดส่วนโซลาร์-ลดระบบรวมศูนย์-ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม-มีระบบประเมินผลกระทบมิติสุขภาพ” 

ประกาศเดินหน้าจัดเวทีรับฟังประชาชนทุกภาคภายในสิ้นเดือนหน้า (ก.ค.)

(ภาพ : Epigram)

เวทีแรก รับฟังเสียงคนภาคตะวันออก

“จากกรณีที่สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน กำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2567-2580 (Power Development Plan: PDP 2024) ผ่านระบบออนไลน์ www.eppo.go.th และ Facebook page: EPPO Thailand ในวันที่ 17 มิ.ย. 2567 สำหรับภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และวันที่ 19 มิ.ย. 2567 สำหรับภาคใต้และภาคเหนือ

แต่การรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวกลับไม่มีช่องทางให้ประชาชนจากภาคตะวันออกเข้าร่วม ทั้ง ๆ ที่ภาคตะวันออกเป็นภาคที่มีกำลังการผลิตไฟฟ้ามากที่สุดในประเทศ โดยมีกำลังผลิตติดตั้งถึง 16,254.54 เมกะวัตต์ จาก 49 โรงไฟฟ้า มากกว่าภาคกลางที่ตามมาเป็นอันดับ 2 ที่มีกำลังผลิต 12,807.46 เมกะวัตต์

นอกจากนั้นในอนาคตภาคตะวันออกกำลังจะมีโรงไฟฟ้าจากก๊าซฟอสซิลซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าเอกชนขนาดใหญ่เพิ่มเข้ามาอีก 3 โรง ตามสัญญาในระบบที่มีข้อผูกพันอยู่แล้ว และยังจะมีท่าเรือ LNG Terminal 3 อีกในอนาคต

วันนี้ (18 มิ.ย. 2567) เครือข่ายภาคสังคมประชาชนด้านพลังงาน JustPow ซึ่งเป็นการรวมตัวกันขององค์กรที่ทำงานด้านข้อมูล องค์ความรู้ การสื่อสารในด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับแสงสุรีย์พาวเวอร์ กลุ่มพลังงานสะอาดระยอง และเครือข่ายขับเคลื่อนค่าไฟฟ้าที่ยุติธรรม ร่วมกันจัดเวทีเสวนา “PDP2024 รับฟังกันแบบใดห์ : เสียงคนตะวันออกอยู่ตรงไหนในสมการ?” เพื่อให้ประชาชนจากภาคตะวันออกร่วมกันเสนอความเห็นและร่วมกันกำหนดอนาคตทิศทางพลังงานไทยด้วยตัวเอง โดยมีภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม วิชาการ และกลุ่มประชาสังคมจาก ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง และปราจีนบุรีเข้าร่วมเสวนา” JustPow รายงาน

(ภาพ : JustPow)

ข้อเสนอ “ลดการรวมศูนย์-ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม-เพิ่มอธิปไตยด้านพลังงาน”

กัญจน์ ทัตติยกุล เครือข่ายเพื่อนตะวันออก เสนอในเวทีว่าแผนพีดีพีใหม่จะต้องลดผลกระทบที่จะเกิดกับสิ่งแวดล้อม ลดการรวมศูนย์ และทำให้พื้นที่ต่าง ๆ มีอธิปไตยทางพลังงาน 

“ภาคตะวันออกก่อนแผนพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ Eastern Seaboard เคยมีโครงสร้างเศรษฐกิจและรายได้ที่สมดุลย์ มีการกระจายตัวการค้าและบริการ เกษตรกรรม และอุตสาหกรรม ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์เท่า ๆ กัน แต่ผ่านไปเพียงสามสิบปี ภาคอุตสาหกรรมขยายตัวเกือบ 80 เปอร์เซ็นต์กินภาคอื่น ๆ ไปหมด 

จากการที่ภาคอุตสาหกรรมกระจุกตัวอยู่ตะวันออกเป็นจำนวนมากทำให้ต้องใช้พลังงานมากก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง สร้างผลกระทบต่อพื้นที่ และปัจจุบันการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมก็กำลังเติบโตเกินขีดจำกัด 

แผนพีดีพีที่กำลังดำเนินการอยู่จึงควรคำนึงถึงการลดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศ และให้กระบวนการการจัดทำแผนต้องลดการรวมศูนย์ และให้พื้นที่ต่าง ๆ มีอธิปไตยทางพลังงาน โดยเฉพาะการสนับสนุนให้เกิดการใช้พลังงานหมุนเวียนมากขึ้น” กัญจน์ กล่าว   

(ภาพ : JustPow)

“ยกระดับโซลาร์เซลล์ให้ประชาชนเข้าถึงได้”

ณรงค์ชัย เหมสุวรรณ ทีมเกาะจิก รีชาร์จ สเตชั่น ยกตัวอย่างความสำเร็จของการประยุกต์ใช้โซลาร์เซลล์ระบบไฮบริดที่มีแบตเตอรี่สามารถใช้งานในชุมชนโฮมสเตย์ได้ซึ่งเกิดจากรวมพลังงานของคนรุ่นใหม่กับประสบการณ์ของคนรุ่นเก่า นอกจากนี้ยังยกตัวอย่างมาตรการทางการเงินการสนับสนุนค่าใช้จ่ายโซลาร์เซลล์จากต่างประเทศซึ่งเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้คนหันมาใช้โซลาร์เซลล์มากขึ้น

“ปัจจุบันประเทศไทยมีไฟฟ้าสำรองมากจนพอจะขายต่อได้ แต่ทำไมค่าไฟฟ้ายังแพงและทำให้ประชาชนต้องแบกค่าใช้จ่ายส่วนนี้ เพราะฉะนั้นเสนอว่าในแผนพีดีพี รัฐควรสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงโซลาร์เซลล์ได้ง่ายขึ้นและถูกลง โดยเฉพาะกลุ่มคนด้อยโอกาสที่เข้าไม่ถึงไฟฟ้าพื้นฐาน” มลลักษณ์ สุขพลี กลุ่มรักษ์คลองมะเดื่อ กล่าว

(ภาพ : JustPow)

“เพิ่มมิติสุขภาพ”

สมพร เพ็งค่ำ สถาบันพัฒนาระบบการประเมินผลกระทบโดยชุมชน เสนอให้เอาประเด็นเรื่องสุขภาพเข้าพิจารณาแผนพีดีพี เพราะที่ผ่านมาประเด็นเรื่องสุขภาพของคนในพื้นที่ไม่เคยอยู่ในกระบวนการพิจารณาในแผนพัฒนาพลังงานเลย 

“ชาวบ้านตะวันออกใช้เวลากว่า 10 ปีในการติดตามและประเมินผลกระทบทางสุขภาพจากการพัฒนาโรงไฟฟ้า ตั้งแต่โรงไฟฟ้าถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ จนมีหลักฐานประจักษ์แล้วว่ากระทบต่อสุขภาพของประชาชนอย่างกว้างขวาง

แม้ว่าจะกระทบต่อสุขภาพและวิถีการใช้ชีวิตของประชาชนในพื้นที่แต่การต่อสู้กับการก่อสร้างโรงไฟฟ้าระดับโครงการในพื้นที่ต่าง ๆ ให้ยุติลงไม่ใช่เรื่องง่าย หน่วยงานรัฐและผู้ประกอบการมักอ้างว่าแก้ไขอะไรไม่ได้ เพราะถูกกำหนดไว้แล้วในแผนพีดีพีที่ผ่านมา 

เพราะฉะนั้นประชาชนจึงต้องสนใจแผนพีดีพีและเข้ามีส่วนในการตัดสินใจว่า จะให้โรงไฟฟ้าที่จะส่งผลกระทบสุขภาพของประชาชนให้เกิดขึ้นในพื้นที่หรือไม่” สมพร กล่าว

(ภาพ : JustPow)

เวทีต่อไป “เชียงใหม่-ทั่วประเทศ”

เครือข่ายภาคสังคมประชาชนด้านพลังงาน JustPow และองค์กรเครือข่ายต่าง ๆ ระบุว่าเวทีที่ภาคตะวันออกนี้เป็นเวทีแรกของการจัดซีรีย์ “เอายังไงดีกับแผนพีดีพี 2024” โดยหลังจากนี้จะมีการเดินสายจัดเวทีทั่วประเทศทุกภูมิภาคเพื่อระดมความเห็นต่อร่างแผน PDP และจัดทำเป็นรายงานเพื่อเป็นข้อเสนอต่อภาครัฐ โดยครั้งต่อไปจะจัดขึ้นในภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 28 มิ.ย. 2567 ตามด้วยภาคใต้ที่จังหวัดสงขลาในวันที่ 2 ก.ค. 2567 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จังหวัดอุบลราชธานี 13 ก.ค. 2567 ภาคตะวันตกที่จังหวัดสมุทรสงคราม 25 ก.ค. 2567 และสุดท้ายที่กรุงเทพมหานครฯ ในวันที่ 31 ก.ค. 2567

(ภาพ : JustPow)