“บทสนทนาของเหล่านกน้ำโขง” บันทึกเพื่อนนก มิ.ย. 67

GreenShot : บ้านฉันในแม่น้ำโขงหายไปไหน (2)

ภาพและคำ โดย Chak Kineesee

นกอีแจว Pheasant-tailed Jacana (ภาพ : Chak Kineesee)

เมื่อความแห้งแล้งและความหนาวเย็นเริ่มแผ่ลงมาแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง น้ำในแหล่งน้ำต่าง ๆ ก็เริ่มลดระดับลง เป็นโอกาสเวลาที่นกกระเต็นสามารถที่จะเติมพลังงานในการเดินทาง โดยจับปลาตัวเล็ก ๆ กินเป็นอาหารบริเวณหนองน้ำ ลำห้วย ริมฝั่งแม่น้ำต่าง ๆ ระหว่างการเดินทางผ่านแต่ละพื้นที่

จนกระทั่งมาถึงเขตพื้นที่ตอนกลางของแม่น้ำโขง ที่ยังมีเกาะแก่งกลางแม่น้ำโขงเหลืออยู่มาก นกแอ่นทุ่งเล็ก Small pratincole เจ้าของบ้าน เมื่อเห็นนกกระเต็นน้อย Common Kingfisher ซึ่งเป็นเพื่อนเก่าปรากฏตัว ก็รีบดิ่งบินตรงเข้ามานกกระเต็นน้อยธรรมดา แล้วเอ่ยปากถามคำถามที่กระหายหวังที่จะได้คำตอบ

จริงหรือเปล่า ที่นกอุ้มบาตรบอกว่ามีคันดินขนาดใหญ่เท่าภูเขาขวางกั้นแม่น้ำโขงไว้

นกกระเต็นน้อยธรรมดาก็บอกว่า

ฉันเห็นเช่นนั้นเหมือนกัน ฉันพยายามที่ไปหาปลาบริเวณที่มันปล่อยน้ำออกมาและมีเสียงดังมาก ปลาก็ไม่มีและกระแสน้ำก็เชี่ยวมาก ฉันใช้เวลาอยู่ที่นั่นชั่วครู่นิดเดียว ไม่ได้สำรวจดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น

แต่ไม่เป็นไร อย่างน้อยฉันมีเพื่อนสนิทที่ศึกษาเรื่องนี้อยู่ เขากำลังตามฉันมา ขนาดของตัวเขาทั้ง ปาก เท้า ปีก และการบินร่อนแตกต่างจากเรามาก เขาชื่อเหยี่ยวทุ่ง Eastern March- Harrier เหยี่ยวทุ่งเป็นนกผู้ล่าขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง ที่ทำหน้าที่ควบคุมกฎของระบบนิเวศ ร่อนบินเก่งโดยอาศัยการยกตัวของอากาศในช่วงกลางวัน เป็นหน่วยสำรวจหลัก เขาจะรู้ข้อมูลแหล่งอาหารอยู่ที่ไหนบ้าง จำนวนเท่าไหร่ เขากำลังจะออกเดินทางตามฉันมา แล้วฉันก็จะแนะนำให้เธอรู้จักนะ

นกแอ่นทุ่งเล็ก ยิ้มรู้สึกพอใจในข้อมูลที่นกกระเต็นน้อยแบ่งปันแนะนำในเบื้องต้น แต่คำถามในใจของเธอยังไม่มีคำตอบ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับแม่น้ำโขง ทำไมมีน้ำท่วมรังและพื้นที่ในวางไข่ของพวกฉัน ที่กลางหาดทราย หาดหินกรวดกลมกลางแม่น้ำโขง ทั้งที่เป็นช่วงฤดูแล้งที่ไม่มีฝนตก 

เหยี่ยวทุ่ง Eastern Marsh-Harrier หนึ่งในสมยานามว่านักสำรวจกลางเวหาขนาดกลางได้เดินทางมา พร้อมกับความหนาวเย็นและความแห้งแล้งที่กำลังจะถูกนำมาด้วย อันเป็นช่วงเวลาน้ำในแม่น้ำและน้ำในนาข้าวเริ่มลดตัวลง ต้นข้าวในนาของชาวนากำลังออกรวงเป็นทุ่งรวงทองสีเหลือง

นกแอ่นทุ่งเล็กตั้งหน้าตั้งตารอคอยที่จะพบกับเหยี่ยวทุ่งที่กำลังจะมาถึง แต่ด้วยเหยี่ยวทุ่งมีภารกิจต้องแวะสำรวจหลากหลายระบบนิเวศ รวมทั้งเพื่อคอยเติมพลังงานในแต่ละช่วงเวลา จึงทำให้ใช้เวลาในการเดินทางค่อนข้างนานกว่านกกระเต็นน้อยธรรมดาพอสมควร

นกแอ่นทุ่งเล็ก Small pratincole (ภาพ : Chak Kineesee)

จนกระทั่งน้ำในทุ่งนาแห้ง แหล่งพลังงานในภาคพื้นดินเริ่มลดลง จึงทำให้เหยี่ยวทุ่งต้องแวะมาเติมพลังงานที่เกาะหาดกลางแม่น้ำโขง

ถึงแม้จะเป็นเพื่อนกับนกกระเต็นน้อยธรรมดาที่กินอาหารเป็นปลาเหมือนกัน แต่เหยี่ยวทุ่งจะกินปลาที่มีขนาดใหญ่กว่าปลาที่นกกระเต็นน้อยธรรมดากิน และเหยี่ยวทุ่งไม่ได้กินเฉพาะปลาเท่านั้น แต่ยังกินทั้งงู กบ หนู และนกเล็ก ๆ ด้วยในบางครั้ง จากเวลานี้ไปก็จะมีสมาชิกนกเหยี่ยวทะเลทรายเดินทางตามมาร่วมสบทบ

เมื่อเห็นเหยี่ยวทุ่งมาที่เกาะกลางแม่น้ำโขง ใช่แค่นกแอ่นทุ่งเล็ก ที่ได้แสดงความดีใจ แต่ยังมีเพื่อนๆนกอีกหลายชนิดที่อยากจะรู้เรื่องนี้ ทั้งนกหัวโตขาเหลือง Little Ringed Plover นกกระแตหาด River Lapwing นกกระแตแต้แว็ด Red-watted Lapwing นกอีแจว Pheasant-tailed Jacana  นกยางไฟธรรมดา Cinnamon Bittern ที่มากันอย่างล้นหลาม เนื่องเพราะอยากจะรู้เรื่องนี้จากเหยี่ยวทุ่ง ทุกตัวเสียงร้องดัง บางส่วนบินไปมารอบๆ

นกเป็ดพม่า Ruddy Shelduck (ภาพ : Chak Kineesee)
นกเป็ดเทา Spot-billed Duck (ภาพ : Chak Kineesee)

นกหัวโตขาเหลืองก็ชิงถามคำถามอย่างไม่รีรอ  อันเป็นคำถามเดียวกับนกกระเต็นน้อยธรรมดาและเหล่านกด้วยกันอยากจะถาม

เหยี่ยงทุ่งได้รับฟังคำถามแล้ว หยุดนิดหนึ่งเพื่อนึกถึงภาพเหตุการณ์ที่ได้หยุดเติมพลังงานบริเวณคันกั้นน้ำ ก่อนจะเอ่ยตอบ

“คันกั้นน้ำนี้คนกลุ่มหนึ่งเรียกว่าเขื่อน ตลอดเส้นทางที่เดินทางตามน้ำโขง พบว่าคันดินที่กั้นน้ำในแม่น้ำโขงไม่ได้มีเพียงแห่งเดียวแล้ว มันกำลังจะเพิ่มขึ้นปัจจุบันน่าจะมากกว่า ๑๐ แห่งแล้วมั้ง แต่ละอันมันเก็บกักน้ำไว้จำนวนมาก แต่มันก็มีช่องปล่อยน้ำออกมา น้ำไหลพุ่งออกมาแรงและเชี่ยวมาก มีเสียงดังเหมือนมีอะไรบางอย่างอยู่ข้างใน

นอกจากนี้เหยี่ยวทุ่งอธิบายสภาพพื้นที่ต่ออีกว่า

รอบ ๆ คันกั้นน้ำ ตึกที่อยู่ข้างแม่น้ำ ถนนบนคันกั้นน้ำ จะมีแสงไฟฟ้าเปิดสว่างไสวทั้งคืน เหมือนมีเฉพาะกลางวัน ที่คันกั้นน้ำบางวันมันปล่อยน้ำออกมามาก บางวันมันปล่อยน้ำออกมาน้อย ไม่รู้ขึ้นอยู่กับอะไรของมัน ฉันก็ไม่รู้เช่นกัน

เหยี่ยวทุ่งหยุดนิ่งคิดนิดหนึ่ง แล้วเอ่ยต่อว่า

ฉันก็เจอปัญหาคล้ายกับเธอนั่นแหละ แหล่งเติมพลังงานแหล่งอาหารของฉันก็หายไปหรือเปลี่ยนไปจากเดิมมาก ทั้ง หนู งู กบ เขียด ปลา ที่เคยมีอย่างอุดมสมบูรณ์ ได้หายไปเกือบหมด น้ำในนา ในหนองน้ำที่ฉันเคยแวะมันแห้งลงอย่างรวดเร็ว ทำให้การเดินทางของฉันล่าช้า รู้ไหมว่าฉันเกือบจะไม่มีอาหารที่ใช้เป็นพลังงานในเดินทางต่อลงมาทางใต้ รวมทั้งการเดินทางกลับของฉันก็คงจะเจอความลำบากจากปัญหานี้แน่

เหยี่ยวทุ่งยังมีเรื่องเล่าต่อว่า

ระหว่างทางในการเดินของฉัน ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องนี้กับนกเป็ดเทา Spot-billed Duck ที่มีเครือข่ายเหล่าเป็ดทั้งหลายบางส่วนชอบเดินทางลงใต้เป็นประจำเช่นกัน เขาน่าจะมีข้อมูลเกี่ยวกับน้ำในแม่น้ำโขงที่เปลี่ยนแปลงไปจากอดีต พวกเขาน่าจะได้ความเดือดร้อนจากเรื่องนี้เช่นกัน

จากคำบอกเล่าของเหล่าพี่น้องผองเพื่อนนกที่กินปลาและสัตว์น้ำเป็นอาหาร ต่างบอกว่า ปู ปลา กุ้ง หอย สัตว์น้ำที่เป็นอาหารของพวกเขาที่มีพอกินตั้งแต่ในอดีตกลับหายากมาก หรือหายไปเกือบหมด อาจจะเนื่องมาจากคันดินนี้หรือเปล่า ยังเป็นปัญหาที่พวกเขาพยายามต้องค้นหาคำตอบให้ได้ ทำไมคันดินนั้นมันมาปรากฏขวางลำน้ำโขงอย่างไง เมื่อไหล่คันดินนี้มันจะออกไป

เป็ดเทาบอกฉันระหว่างการเดินทางว่า เขาได้รวบรวมทีมงานเพื่อนสนิทของเขา เหล่านกเป็ดมีความสามารถพิเศษว่ายน้ำ ลอยน้ำ ดำน้ำ เพื่อที่จะสำรวจข้อมูลบริเวณคันดังกล่าวร่วมกัน ได้แก่ นกเป็ดพม่า Ruddy Shelduck นกเป็ดแดง Lesser Whistling Duck นกเป็ดปีกเขียว Common Teal นกกระสานวล Grey Heron นกยางเปีย Little Egret นกยางกรอกพันธุ์จีน Chinese Pond-Heron นกเด้าดิน Common Sandpiper ถือว่าเป็นทีมสำรวจสะเทินน้ำสะเทินบก และอากาศ  จากนี้ไปเราคงจะมีข้อมูลรู้มากขึ้นว่า คันดินนี้ มันคืออะไร เพื่ออะไร มันจะออกไปเมื่อไหร่”

บันทึกเพื่อนนก

มิถุนายน ๒๕๖๗

นกเด้าดิน Common Sandpiper (ภาพ : Chak Kineesee)
นกยางกรอกพันธุ์จีน Chinese Pond-Heron (ภาพ : Chak Kineesee)