4 ข้อวิพากษ์-5 ข้อเสนอ “วินโพรเสส” จาก สส.ระยอง ถึงรัฐบาลเศรษฐา

ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สส.ระยอง เขต 4 พรรคก้าวไกล นำเสนอถอดบทเรียนทวงการบ้านรัฐบาล 1 เดือนหลังโรงงานวินโพรเสสไฟไหม้วันนี้ (31 .. 2567) 

4 ข้อวิพากษ์การประเมินผล 1 เดือนหหลังนายกฯ เศรษฐาลงพื้นที่และสั่งการแก้ปัญหา กับข้อสรุปแทบไม่เห็น Action ที่เป็นรูปธรรมอะไรเลย

พร้อม 5 ข้อเสนอน่าสนใจที่รวมถึงประเด็นงบประมาณการจัดการกากการชดเชยเยียวยาการดำเนินคดีผู้บริหารวินโพรเสสและคำถามตัวโตเรื่องส่วยขนกาก

(ภาพ : ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ)

4 ข้อวิพากษ์การประเมินผล 1 เดือนหลังนายกลงพื้นที่สั่งการ

สรุป 1 เดือนที่ผ่านมา หลังจากนายกรัฐมนตรีลงไปสั่งการ มีอะไรเป็นไปตามที่ทางนายกรัฐมนตรีได้บอกบ้าง

1. สั่งการให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดูแลและควบคุมสถานการณ์การปะทุและเหตุเพลิงไหม้จนเข้าสู่ภาวะปกติ และจัดทำแผนเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์

หลังนายกสั่งวันที่ 12 พฤษภาคม เกิดไฟไหม้ซ้ำที่โกดัง 3 ตรงกองอลูมิเนียมดรอสที่ผมมีความกังวล หลังจากดับไปแล้วกว่า 15 วัน ซึ่งเหตุผลในการที่ไฟปะทุครั้งนี้ก็ยังไม่มีใครตอบได้ ว่าทำไมมันถึงได้ปะทุติดขึ้นมาอีกครั้ง ผ่านไป 1 เดือนหลังเกิดเหตุ สาเหตุของเพลิงไหม้ก็ยังไม่รู้ ควันของอลูมิเนียมดรอสก็ยังคงลอยออกมาทุกวัน จนถึงวันนี้ยังคงมีอุณหภูมิสะสมเป็นกองลาวาที่อยู่ใต้อลูมิเนียมดรอสอยู่ข้างใต้ ยังคงมีความเสี่ยงอยู่ ชาวบ้านก็รับกลิ่นเหม็นอยู่ทุกวัน เห็นได้ว่าการควบคุมสถานการณ์การปะทุให้เข้าสู่ภาวะปกติไม่รู้ว่าจะเสร็จสิ้นลงเมื่อไหร่

2. ทางนายกรัฐมนตรีได้มีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบลงทะเบียนที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดระยองศูนย์ดำรงธรรมอำเภอบ้านค่ายองค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัวองค์การบริหารส่วนตำบลบางบุตรเพื่อเป็นข้อมูลในการชดเชยและเยียวยาตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

แต่ข้อมูลเท่าที่รับทราบในการประชุมกรรมาธิการ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดระยองกับศูนย์ดำรงธรรมอำเภอบ้านค่ายมีผู้มาลงทะเบียนชดเชยเยียวยารวมแล้ว 0 คน มีที่อบตบางบุตรและอบต. หนองบัวรวมกันประมาณ 700 คนจากประชากรทั้งสิ้น 4,000 กว่าคน

ที่สำคัญคือ เพิ่งจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการเสร็จ และประชุมครั้งแรกไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาเอง และไม่แน่ใจว่าชาวบ้านจะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ ถึงจะได้รับเงินชดเชยเยียวยา มีการให้ทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุขไปตรวจสอบ ชาวบ้านบางคนไปสแกนปอด ก็พบว่ามีฝ้าในปอดหลังจากอยู่กับสารเคมีที่มีความระเหยออกมาเป็นเวลานาน

(ภาพ : 77khaoded)

3. ให้กรมควบคุมมลพิษและกรมโรงงานอุตสาหกรรมกำหนดจุดตรวจวัดคุณภาพชุมชนและรายงานผลให้ทราบเพื่อเฝ้าระวังสุขภาพของประชาชนเร่งนำการอันตรายในพื้นที่ไปกำจัดให้ถูกต้องและเตรียมความพร้อมในการแก้ไขปัญหาในช่วงฤดูฝนซึ่งอาจจะมีวัตถุอันตรายหรือสารเคมีรั่วไหลออกมาจากนอกพื้นที่

โดยให้กรมโรงงานกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจนรวมทั้งให้กรมโรงงานและอุตสาหกรรมจังหวัดบูรณาการตรวจสอบโรงงานประเภทนี้ทั่วประเทศจัดทำแนวทางและมาตรการไม่ให้เกิดเหตุเหล่านี้ซ้ำขึ้นอีก

1 เดือนผ่านมา สิ่งที่ดูจะเป็นรูปธรรมชัดเจนที่สุด ในพื้นที่มีการขุดบ่อรองรับน้ำฝนที่ดำเนินงานโดยทาง อบจ.ระยองมีการขุดบ่อขนาดใหญ่เพื่อรับน้ำไม่ให้น้ำที่ปนเปื้อนสารเคมีล้นทะลักไหลเข้าสู่ชุมชนแต่ก็กลายเป็นปัญหาใหม่ขึ้นมาเพราะดินที่มีการขุดขึ้นมาจากที่ดินข้างๆโรงงานเพื่อเอามาทำกั้นบ่อกลายเป็นว่าพบว่ามีสารเคมีซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นอลูมิเนียมดรอสอยู่ในนั้นแล้วพอเอาไปกองโดนฝนก็กลายเป็นว่าเกิดควันเคมีลอยออกมาจากกองดินรบกวนชาวบ้านรบกวนที่ขนาดว่าโรงเรียนบ้านหนองพะวาข้างๆโรงงานก็ยังไม่สามารถเปิดการเรียนการสอนได้เป็นปกติทั้งเด็กและครูก็มีอาการแสบจมูกเจ็บคอเรียนก็ไม่รู้เรื่องต้องเปลี่ยนไปเรียนในระบบออนไลน์

เรื่องมลพิษเรื่องคุณภาพอากาศยังขาดปัญหาด้านการประชาสัมพันธ์มากชาวบ้านก็คงยังคงไม่ทราบว่ากลิ่นที่ดมสารเคมีที่ลอยมาในอากาศถึงวันนี้และยังลอยอยู่ทุกวันนี้มีอันตรายกับตัวเองมากน้อยแค่ไหนมีการสะสมและยาวมากน้อยแค่ไหนชาวบ้านเรียกร้องขอป้ายแสดงผลตรวจสอบคุณภาพอากาศก็ยังไม่มีการดำเนินการตามที่ชาวบ้านเรียกร้อง

การขนย้าย ปัจจุบันดังที่ได้ทราบไว้ ขนออกไปได้ประมาณ 300 ตันโดยงบ CSR แล้วก็กรดกัดแก้วบางส่วน ซึ่งสารเคมีที่เหลือในโรงงานน่าจะมีปริมาณเป็นล้านลิตร ยังคงมีตกค้างอยู่อีกเยอะมาก รวมถึงอลูมิเนียมดอสที่ตอนนี้ถ้ายังไม่มีการจัดเก็บอย่างถูกต้อง ยังคงมีการกองพะเนินเป็นภูเขาอยู่อย่างนั้น ก็ไม่รู้ว่าจะปะทุซ้ำขึ้นมาอีกเมื่อไหร่ และถ้าเกิด ก็ยังไม่รู้ว่าจะขนออกไปเมื่อไร 

4. มีการสั่งการโดยนายกรัฐมนตรีให้กรมการปกครองสำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งดำเนินการหาผู้กระทำผิดดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

เมื่อ 2 วันก่อนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการจับกุมตัวนายโอภาส กรรมการผู้บริหาร ได้ที่บริษัทเอกอุทัยสาขาศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ และได้นำตัวส่งมายังสภอ.มาบตาพุด จังหวัดระยอง และ สภอ.ภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ขออายัดตัวไปเพื่อดำเนินคดีเกี่ยวกับการกระทำความผิด ในข้อหาปลอมแปลงเอกสารสิทธิ์ในพื้นที่สภอ.ภาชี ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนและขยายผลเพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ นอกจากนั้นยังมีการให้เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบว่ามีสถานที่ใดที่ใช้เก็บสารเคมีในศาสนาชนิดนี้อีกหรือไม่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชนในวงกว้าง

บทสรุปจะเห็นว่า 1 เดือนกว่า ๆ ที่ผ่านมา จากการที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่ด้วยตัวเอง ไปออกคำสั่งกับหน่วยงานราชการในกำกับของตัวเอง แทบไม่เห็น Action ที่เป็นรูปธรรมอะไรเลยครับ 

ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมครับ ถ้าเกิดเรื่องเหล่านี้มันเป็นเรื่องเร่งด่วนจริง ๆ ถ้ามันสำคัญ ก็ควรจะถูกนำไปประชุมในการประชุมครม. การขนย้ายที่ยังไม่รู้ว่าจะใช้งบประมาณอะไรในการขนย้ายครั้งนี้ ทั้งที่เพิ่งอนุมัติงบปี 67 ไปต้องทำเอกสารไปของบกลางซึ่งเอกสารก็ตอนนี้ไม่แน่ใจว่าเรียบร้อยถึงไหนแล้ว

แผนการขนย้าย จัดการปลายทาง รวมถึงวิธีการขนย้าย และการประชาสัมพันธ์ก็ยังไม่ชัดเจน ทั้งที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมเป็นผู้ที่ปล่อยปละละเลยให้โรงงานนี้มีการเปิดทำการมาได้ 10 กว่าปีแล้ว และไม่ใช่แค่ที่ระยองทีเดียว อย่างน้อย ๆ ในเครือของวินโพรเสสก็มีบริษัทอุทัยที่มีอยู่ในอีกหลายพื้นที่ และยังไม่รู้ว่ามีอีกกี่ที่มีปัญหา ในเขตพื้นที่ของผม มีปัญหาของกรมโรงงานอุตสาหกรรมและโรงงานอีกหลายเรื่องอย่าง เช่น เมื่อครั้งที่มีกรณีเครนถล่มที่ ซินเคอหยวน จริงๆเรื่องนี้ทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเองก็เคยมาตอบกระทู้ผมเกี่ยวกับปัญหาที่ผมกังวลในห้องกระทู้เกี่ยวกับโรงงานนี้มาแล้ว ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร มีการละเว้นจงใจการละเลยการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ชุติพงศ์ กล่าว

(ภาพ : ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ)

5 ข้อเสนอ

ผมขอเสนอและข้อเรียกร้องไปต่อรัฐบาลให้มีการแก้ไขปัญหาให้มีประสิทธิภาพ ป้องกันไม่ให้ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นอีก โดยข้อเสนอของผมคือ

1. ถ้าทางท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ อย่างที่ท่านได้มีการเอ่ยปากมาด้วยตัวเอง ก็ขอให้ท่านเร่งอนุมัติงบกลางในกรอบเวลาฉุกเฉินเร่งด่วนครับ แล้วก็ให้มีการจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นสะสมมาเป็น 10 ปีนี้ให้มันจบลงสักที ไม่ใช่สั่งอย่างเดียว ท่านต้องมีการดำเนินการตามกระบวนการด้วย

2. ขอพูดถึงทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม จริงๆแล้วผมทราบดีครับว่าวินโพรเสสไม่ได้เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลชุดนี้ แต่ว่าตอนนี้ท่านเป็นรัฐเป็นรัฐมนตรีอยู่ครับ แล้วท่านมีอำนาจในการบริหารจัดการสถานการณ์และแก้ไขปัญหาไฟไหม้เป็นเดือนผ่านมา รูปธรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ในการแก้ปัญหายังไม่มีอะไรชัดเจน ผมก็อยากจะเรียกร้องให้ท่านเร่งพิจารณาทำสิ่งที่ท่านทำได้ภายใต้กรอบกฎหมาย และนำเสนอแผนงบประมาณเข้าสู่ครม เพื่อให้มีการอนุมัติงบเพื่อการแก้ไขปัญหาครั้งนี้ เพราะว่าทางท่านนายกรัฐมนตรีมีการสั่งการแล้ว ผมไม่คิดว่าท่านคงจะสั่งแล้วก็ปฏิเสธแผนการของงบด้วยตัวท่านเองนะครับ

3. ขอให้เร่งเยียวยาประชาชนที่รับผลกระทบให้รอบด้านอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะสิ่งแวดล้อมและสุขภาพครับ ไม่ว่าจะเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากควันพิษ หรือผมก็ต้องการความคิดผ่านไปแล้ว 1 เดือนเพิ่งตั้งกรรมการเสร็จเมื่อไหร่ชาวบ้านได้รับการชดเชยเยียวยาอันนี้ชาวบ้านก็ฝากเป็นคำถาม

(ภาพ : ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ)

4 . รัฐบาลควรจะมีแนวทางและมาตรฐานรวมถึงแผนในการกวดขันโรงงานลักษณะนี้ได้แล้วครับ เราเองคาดหวังว่ามันจะเป็น case study กรณีศึกษาที่ทำให้เกิดการยกระดับแผนการบูรณาการด้านมาตรการการแก้ไขปัญหาทั้งหมดอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงผมขอย้ำข้อเรียกร้องเดิมที่มีการแถลงข่าวไปแล้วว่า อยากให้ทางรัฐบาลเร่งรัดในการผลักดันกฎหมาย PRTR เพื่อควบคุมการ เพื่อมีการเปิดเผยผู้ครอบครองบัญชีวัตถุอันตรายและสารเคมีให้กับประชาชนได้รับทราบ เพราะว่ามันจะนำไปสู่ความโปร่งใส และง่ายต่อการตรวจสอบเวลาเกิดเหตุอะไร ไม่ใช่มาปล่อยให้เกิดเหตุแล้วไม่รู้ว่าต้องใช้สารเคมีอะไร ดับอะไรบ้างเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องฝากไปอย่างรัฐบาล

5. ข้อสุดท้ายครับ เป็นการอัพเดทสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจากการจับกุมตัวทางคุณโอภาส บุญจันทร์ กรรมการบริหารบริษัทวินโพรเสส ในวันที่มีการจับกุมตัวครั้งล่าสุดนี้ และมีการอายัดตัวไปไว้ที่สภอ.มาบตาพุด ผมทราบว่าเป็นการจับกุมตัวร่วมกันของทางกรมโรงงานและทางตำรวจ สภอ.มาบตาพุด เรื่องนี้เป็นที่สนใจของสังคมมาก 

เท่าที่ทราบในสื่อมวลชนได้มีการเผยแพร่แล้วว่า แฟ้มเอกสารที่มีการจับกุมไปทั้งหมดมีอยู่ประมาณ 1,112 แฟ้ม เท่าที่มีการระบุได้ ในภาพถ่ายระบุว่ามีทั้งบัญชีลูกค้า มีทั้งบัญชีของบริษัทที่มีการขนของ มีทั้งที่มาที่ไป บัญชีรายรับรายจ่าย ไปจนถึง เท่าที่เห็นนะครับ เพราะว่าผมมีทีมงานเข้าไปด้วยเหมือนกัน มีบัญชีของบริษัทซึ่งกองเป็นกองใหญ่มาก 

ผมอยากเรียกร้องให้ทั้งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและกรมโรงงานมีการเปิดเผยว่ามีสารเคมีอะไรบ้างที่ทางบริษัทและอุทัยถือครองอยู่ ซื้อมาจากไหน ขนถ่ายกันมาได้ยังไง ลักลอบเอาเก็บได้อย่างไร ผ่านสายตาของตำรวจมากมายมาได้อย่างไร เพราะการขนของออกจากบริษัทวินโพรเสสไปไว้ที่บริษัทที่รับไปกำจัดยังโดนจับโดยตาชั่งทางหลวงได้ ผมไม่เชื่อว่าการขนส่งเคมีเป็นแสนๆล้านล้านตันที่ผ่านมาจะไม่มีใครรับรู้อะไรเลย ต้องขอตั้งคำถามดังๆว่าเรื่องนี้มีปัญหาเรื่องส่วยเข้ามาเกี่ยวข้องหรือเปล่า ถึงทำให้เรื่องนี้เงียบไปอย่างยาวนานนับ 10 ปี

ผมคิดว่าหลักฐานจำนวนมาก น่าจะอยู่ในมือของหน่วยงานที่เข้าไปทำการจับกุมครั้งนี้ ทั้งทางตำรวจและทางกรมโรงงาน จึงขอเรียกร้องไปยัง 2 หน่วยงานให้มีการเปิดเผยเอกสาร โดยเฉพาะข้อมูลสำคัญที่ประชาชนคนรับรู้ แล้วก็ขอฝากไปยังสื่อมวลชน ถ้ามีโอกาสได้พบกับทางกรมโรงงานหรือทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นทางผบ.ตรซึ่งได้มีการสั่งการมาครับ ไม่กี่วันที่ผ่านมาได้มีการส่งทางผู้ช่วยผบ.ตรมาลงพื้นที่ร่วมกับผมในพื้นที่โรงงาน หรือทาง สภอ.มาบตาพุดอยากจะให้มีการเปิดเผยจริงๆครับว่าเอกสารเหล่านั้นมีอะไรบ้างประชาชนควรได้รับรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้เพราะว่าตอนนี้ถ้าเกิดมันมีเรื่องที่มากกว่าสารเคมีกลายเป็นว่าเรื่องที่เกี่ยวข้องอื่นๆมาเกี่ยวข้องแล้วที่ประชาชนควรรับทราบแล้วผมจะตามติดเรื่องนี้ต่ออย่างต่อเนื่อง

เบื้องต้นมีประมาณเท่านี้ กับการตามการบ้านจากทางรัฐบาล โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ลงพื้นที่ไปถึงหน้างานมีคำสั่งการออกมาแล้วแต่ไม่มีความคืบหน้าใด ๆ เลย ทั้งที่เป็นถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีสส.ระยอง พรรคก้าวไกล กล่าว

ดูการแถลงฉบับเต็ม

(ภาพ : ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ)