“เร่งขุดบ่อดักน้ำปนเปื้อนกากสารเคมีแพร่ออกนอกพื้นที่” ไฟไหม้วินโพรเสส

คาดไฟยังกรุ่นข้างใต้ กลิ่นเคมีโชยเป็นระยะ – ปัญหาใหญ่น้ำปนเปื้อนแพร่ออกนอกพื้นที่ จังหวัดเร่งแก้ “ขุดบ่อดัก” ท่ามกลางสถานการณ์ “งบประมาณยังเป็นปัญหา”

มูลนิธิบูรณะนิเวศเตือนจับตาอีกพื้นที่เสี่ยงในอ.อุทัย อยุธยา ส่อ ซ้ำรอยกรณีไฟไหม้วินโพรเสส

นราวิชญ์ เชาวน์ดี รายงาน

(ภาพ : ZOOM Rayong)

ไม่มีควัน-คาดยังคุกรุ่นด้านล่าง

“ไม่มีกลุ่มควันขึ้นมาแล้วแต่ยังมีกลิ่นแอมโมเนียลอยออกมาเป็นระยะ ๆ” เพจข่าวในพื้นที่ “ZOOM Rayong” รายงานสถานการณ์เพลิงไหม้โรงงานเก็บกากสารเคมีอุตสาหกรรม บ.วินโพรเสส ม.4 ต.บางบุตร อ.บ้านค่าย วันนี้ (8 พ.ค. 2567) เวลา 16:50 น. 

“ยังไม่ปรากฏเปลวไฟขึ้นเพิ่มเติมแต่ยังคงมีกลุ่มควันยังปรากฏบาง ๆ บริเวณโรงงานเนื่องจากมีฝนตกลงมาตั้งแต่เช้าทำให้กองสารเคมีอะลูมิเนียมดอสที่กองอยู่ในส่วนที่หลังคาพังไม่มีสิ่งปกคลุมทำปฏิกิริยากับน้ำฝนเกิดเป็นควันสีขาวมีกลิ่นเหม็นรุนแรงงซึ่งคาดว่าน่าจะมีสารเคมีที่ไฟยังไหม้ไม่หมดตกค้างอยู่ข้างใต้” ประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง รายงานสรุปสถานการณ์ล่าสุด ในช่วงเย็นวานนี้ (7 พ.ค. 2567)

รายงานข่าวพื้นที่ระบุว่า ล่าสุด ยังคงมีการจัดเจ้าหน้าที่อาสาเฝ้าระวังอยู่หน้าโรงงาน โดยหากมีควันเกิดขึ้นก็จะสามารถใช้โซเดียมไบคาร์บอเนตในการเข้ามาถมได้ทันท่วงที

(ภาพ : กรมโรงงานอุตสาหกรรม)

หวั่นน้ำปนเปื้อนแพร่ออกนอกโรงงาน จากฝนวานนี้

รายงานข่าวเปิดเผยว่า แม้วันนี้จะไม่มีรายงานฝนตก แต่ผลพวงจากฝนตกวานนี้ยังคงส่งผลต่อการจัดการกากสารเคมีในพื้นที่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเด็นการแพร่กระจายของน้ำฝนที่ปนเปื้อนสารเคมีอันตรายจากกากไฟไหม้ออกนอกพื้นที่โรงงานที่เกิดเหตุ

ปิยะ ปิตุเตชะ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ระยอง ได้สั่งทำคันกั้นน้ำโดยใช้ทรายผสมปูนขาวมาทำเป็นคันกั้นระหว่างรั้วโกดังกับคลองสาธารณะ เพื่อไม่ให้ไหลลงมากระทบชาวบ้าน โดยขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่ามีการปนเปื้อนเกิดขึ้นในพื้นท่ีนอกโรงงาน

สำหรับมาตรการป้องกันไม่ให้น้ำภายในรั่วไหลออกนอกโรงงาน อบจ.ระยอง จะดำเนินการขุดบ่อ 3 บ่อเพื่อเป็นที่กักเก็บน้ำที่ปนเปื้อนสารเคมีไม่ให้รั่วไหลออกมานอกอาคารโดยขณะนี้กำลังดำเนินการขุดบ่อ 2 บ่อภายในบริเวณโรงงาน และประสานขอขุดเพิ่มในที่ของ เทียบ สมานมิตร เจ้าของที่ดินติดกับโรงงาน จำนวน 10 ไร่ เนื่องจากคาดว่าบ่อภายในโรงงานอาจจะไม่สามารถรองรับน้ำได้ทั้งหมด 

ภาราดร ธนะสุนทร ประธานเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) อ.บ้านค่าย จ.ระยอง กล่าวว่า สถานการณ์ในช่วงเช้าที่มีฝนตกลงมาปนเปื้อนกองกากสารเคมี ทำให้เกิดกลุ่มควันสีขาวในโรงงานฯ ส่งกลิ่นเหม็นแสบตาแสบจมูกส่งผลกระทบชาวบ้านซ้ำอีก ทำให้ชาวบ้านเกิดอาการแน่นหน้าอก แสบตา แสบจมูก หายใจไม่สะดวก ต้องรีบเผ่นหนีออกจากโรงงานฯ พร้อมไปประกาศให้ชาวบ้านรอบโรงงานฯ อพยพไปรวมตัวกันที่วัดหนองพะวาก่อนเพื่อความปลอดภัย 

“ฝนตกก็มาแล้วน้ำที่ซึมที่ออกมามีอันตรายหรือไม่มีอันตรายให้ระมัดระวัง ขณะนี้ยังไม่มีใครมาให้คำตอบชาวบ้านโดยละเอียดเท่าใดเลย ชาวบ้านยังบ่นกันไม่ค่อยมีหน่วยงานที่รับผิดชอบการย้ายกำจัดของเสียให้ไปอยู่ที่อื่น ชาวบ้านก็ต้องการเห็นการเริ่มต้นย้ายกากเคมีออกจากพื้นที่เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้” ภาราดร กล่าว

(ภาพ : กรมโรงงานอุตสาหกรรม)

ประกาศปิดโรงเรียนในพื้นที่ หวั่นผลกระทบนักเรียน

จารุวรรณ สำเร็จกิจ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดหนองพะวาออกประกาศปิดการเรียนเป็นกรณีพิเศษตั้งแต่วันที่16 -​ 24 พ.ค.นี้ โดยให้นักเรียนเรียนที่บ้านเนื่องจากยังคงมีกลิ่นเหม็นของสารเคมีลอยตามลมมาเป็นระยะ ๆ

“ด้วยเหตุการณ์ไหม้โรงงานวินโพรเสสจำกัด เลขที่ 84/1 หมู่ 4 ต.บางบุตร อ.บ้านค่าย จ.ระยอง เมื่อวันจันทร์ที่ 22 เม.ย. 2567 ปัจจุบันพบว่ายังมีการระอุของไฟในโรงงานอยู่และในวันที่ 7-8 พ.ค. 2567 ผู้บริหารคณะครูและบุคลากรทางการศึกษาได้เข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่พบว่ามีกลิ่นเหม็นของสารเคมีเป็นระยะ ๆ อีกทั้งได้มีประกาศจังหวัดระยองเรื่องเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย (อัคคีภัย) ในพื้นที่อำเภอบ้านค่าย ประกาศ ณ วันที่ 22 เม.ย. 2567 หากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงประการใด ทางโรงเรียนจะแจ้งให้ทราบโดยเร็วที่สุด” ประกาศจากโรงเรียนวัดหนองพะวา ซึ่งตั้งห่างจากโรงงานวินโพรเสสราว 20 กิโลเมตร ระบุ

สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง แจ้งว่าตั้งแต่วันที่ 4 พ.ค. 2567 เป็นต้นไป กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ยังไม่มีแผนดำเนินการลงพื้นที่ตรวจวัดคุณภาพอากาศบริเวณพื้นที่รอบโรงงาน บริษัท วิน โพรเสส จำกัด ตำบลบางบุตร อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง บริเวณชุมชนตำบลบางบุตร และชุมชนตำบลหนองบัว โดยเฉพาะทิศทางท้ายลม จึงส่งผลทำให้สำนักงานฯ ไม่มีข้อมูลรายงานผลการตรวจสอบคุณภาพอากาศในบรรยากาศกรณีเหตุเพลิงไหม้ได้ในช่วงนี้ 

จุลพงษ์ ทวีศรี อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (ภาพ : กรมโรงงานอุตสาหกรรม)

กรมโรงงานยอมรับ “งบประมาณยังเป็นปัญหา”

ด้านการดำเนินการของกรมโรงงานอุตสาหกรรมหลังจากศาลจังหวัดระยองมีคำสั่งให้กรมโรงงานฯ ดำเนินการแก้ปัญหากากสารเคมีในโรงงานวินโพรเสสแทนบริษัททันที จุลพงษ์ ทวีศรี อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ระบุว่าต่อจากนี้จะเร่งทำแผนแก้ปัญหาเฉพะหน้าเสนอต่อศาลภายใน 10 วัน เพื่อขอใช้เงินของบริษัท วินโพรเสส ที่วางไว้ที่ศาลประมาณ 4.9 ล้านบาท โดยภารกิจแรก ๆ คือนำกากสารเคมีกลุ่มไวไฟ น้ำมันเครื่อง น้ำกรด และกลุ่มที่เป็นอลูมิเนียมดรอสออกจากโรงงานก่อน 

“ทั้งนี้การขอใช้เงินตามกระบวนการศาลนั้นต้องใช้เวลา และเงินของบริษัทราว 4.9 ล้านบาท ถือว่าน้อยมากหากเทียบกับผลกระทบวงกว้างไม่ว่าจะเป็นกากสารเคมีบนดินที่มีจำนวนมาก รวมถึงการพบน้ำสารเคมีรั่วซึมมาจากใต้ดินด้วยจึงต้องใช้งบกลางมาแก้ปัญหาเฉพาะหน้าซึ่งจะดำเนินการขอแบบคู่ขนานกันไป จากนั้นกรมโรงงานฯ จะฟ้องเรียกค่าเสียหายจากผู้ก่อมลพิษในภายหลังต่อไป

สำหรับการของบกลางนกรณีวินโพรเสส กรมโรงงานฯ จะเชิญกรมควบคุมมลพิษ และกรมทรัพยากรน้ำบาดาล มาตรวจสอบผลกระทบเพื่อเสนองบประมาณแก้ปัญหาพร้อมกัน โดยเสนอควบคู่ไปกับโกดังเก็บสารเคมี ที่ อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยาด้วย” ข่าว 3 มิติ รายงาน

เบื้องต้นอธิบดีกรมโรงงานฯ ให้สัมภาษณ์กับ The Active Thai PBS  ว่า การจัดการอะลูมิเนียมดอสที่อยู่ในโรงงานประมาณ 10,000 ตัน เพียงอย่างเดียวก็ต้องใช้งบประมาณในการบำบัดถึง 30 ล้านบาท

(ภาพ : กรมโรงงานอุตสาหกรรม)

ไม่พบรายงานการตรวจสอบแหล่งน้ำผิวดิน-ใต้ดิน

สิ่งหนึ่งที่เป็นข้อห่วงกังวลใหญ่ ๆ หลังจากเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานเก็บสารเคมีนั่นคือการปนเปื้อนต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งต่อ อากาศ และน้ำ แต่อย่างไรก็ตามไม่มีรายงานของผลตรวจการปนเปื้อนของแหล่งน้ำผิวดินหรือใต้ดินซึ่งจะแสดงให้เห็นว่ามีการปนเปื้อนเกิดขึ้นแต่อย่างใด

โดยพบแต่ผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำดิบจากห้องปฏิบัติการฯ และผลตรวจคุณภาพน้ำประปาจากห้องปฏิบัติการฯ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งระบุว่าคุณภาพน้ำเป็นไปตามมาตรฐาน และเกินค่ามาตรฐานเล็กน้อยแต่ไม่ส่งผลต่อสุขภาพตามลำดับ

กองของเสียภายนอกอาคาร บริษัทซันเทค เคมิคอล แอนด์ โลจิสติกส์ จำกัด (ภาพ : มูลนิธิบูรณะนิเวศ)

“จับตาอีกพื้นที่เสี่ยงในอยุธยา” บูรณะนิเวศเตือน

วันนี้มูลนิธิบูรณะนิเวศซึ่งติดตามสถานการณ์มลพิษจากกากอุตสาหกรรมเปิดเผยว่าอาจจะมีอีกแหล่งหนึ่งที่เสี่ยงเกิดมลพิษสารเคมีขึ้นเช่นกันซึ่งก็คือ บริษัทซันเทค เคมิคอล แอนด์ โลจิสติกส์ จำกัด ต.อุทัย อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา โดยบริษัทดังกล่าวอาจมีความเชื่อมโยงกันกับทั้งโกดังที่ภาชีและบริษัท วิน โพรเสสฯ 

“บริษัทซันเทคฯ ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการเป็นโรงงานลำดับที่ 105 ซึ่งได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการคัดแยกทำลายวัสดุไม่ใช้แล้วประเภทของเสียไม่อันตราย แต่อย่างไรก็ตามในพื้นที่บริษัทกลับพบถังขนาด 200 ลิตรบรรจุของเสียอันตรายปะปนอยู่กับขยะทั่วไป

กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เข้าตรวจสอบบริษัทซันเทคฯ ภายหลังจากที่ได้ตรวจสอบกรณีโกดังภาชี ตั้งแต่เมื่อช่วงเดือนมีนาคม 2566 แล้วพบว่ามีความเชื่อมโยงกัน ต่อมา กรอ. จึงเพิกถอนใบอนุญาตและออกคำสั่งปิดบริษัทซันเทคฯ ไปแล้ว รวมทั้งได้สั่งให้ดำเนินการกับกากของเสียทั้งหมดตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย แต่ทางบริษัทไม่ทำตามและติดต่อไม่ได้จึงทำให้เจ้าของที่ดินเกรงจะเกิดเหตุอุบัติภัย

จากที่ กรอ. เคยเข้าตรวจภายในอาคารสองหลังพบว่ากากของเสียที่เก็บไว้ส่วนใหญ่เป็นกรดในถัง 200 ลิตร มีบ้างที่อยู่ในแกลลอน แต่ไม่ค่อยมีถังใหญ่ชนิด IBC หรือถังเบลาก์ขนาดความจุ 1,000 ลิตร สำหรับกองของเสียภายนอกอาคาร ในช่วงที่ กรอ. ตรวจเมื่อปีที่แล้วพบว่าเมื่อมองจากด้านบนส่วนใหญ่จะเป็นเศษพลาสติกและกระดาษแต่ข้างล่างจะมีถังเบลาก์ IBC ขนาดใหญ่ซ่อนอยู่บ้าง โดยที่ของเหลวภายในมีการหกรั่วไหลไปยังที่นาของชาวบ้านที่อยู่ด้านนอกโรงงานด้วย

ถึงแม้บริเวณที่ดินผืนนี้จะมีรั้วรอบและเจ้าของล็อกกุญแจอาคารไว้ แต่โดยสภาพที่อยู่ติดถนน และพบว่ายังมีหลายจุดที่คนอาจลักลอบเข้ามาได้ ประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนมากในขณะนี้ แนวโน้มที่จะเกิดอุบัติภัยจึงมีความเป็นไปได้

ความเชื่อมโยงระหว่างบริษัทซันเทคฯ กับโกดังภาชี มีข้อต่อสำคัญอยู่ที่คนชื่อ จตุวุฒิ โดยที่บุคคลที่เป็นข้อต่อนี้เกี่ยวข้องกับบริษัทวิน โพรเสสฯ ซึ่งเป็นเจ้าของโรงงาน ณ บ้านหนองพะวา จ.ระยอง ที่เพิ่งเกิดเหตุไฟไหม้ใหญ่ ทั้งยังเกี่ยวข้องกับอีกบางกรณีการลักลอบทิ้งของเสียอันตรายด้วย

ทางเพจมูลนิธิบูรณะนิเวศจะนำเสนอเรื่องของจตุวุฒิ และบริษัทซันเทคฯ เป็นการเฉพาะในโอกาสต่อไป” มูลนิธิบูรณะนิเวศ รายงาน