ยังไม่ดับ “ไฟไหม้วินโพรเสส”ตรวจพบสารมลพิษในอากาศรัศมี 5 กม.

4 วันยังไม่ดับ ผู้ว่าระยองประกาศอีกครั้ง “ดับแน่เย็นนี้” แต่ล่าสุด 19:00 น. ยังพบกลุ่มควันลอยอยู่บริเวณโรงงาน 

คพ.เผยคุณภาพอากาศเมื่อคืน-เช้านี้ พบสารมลพิษทางอากาศ-กระทบระบบทางเดินหายใจ ด้านมูลนิธิบูรณะนิเวศเผยพบฝุ่นละอองขนาดเล็กยังสูงทั้งรอบโรงงานและในพื้นที่ห่างไปกว่า 3 กิโลเมตร

สส.ก้าวไกล-ระยอง แถลงติงรัฐดำเนินการล่าช้า-กรมโรงงานไม่เปิดเผยสารเคมีทำให้ผลกระทบเกิดขึ้นเป็นวงกว้าง พร้อมเรียกร้องต้องตรวจสอบสาเหตุให้ชัด ด้านนายกฯ เศรษฐา กำหนดลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานเสาร์นี้

นราวิชญ์ เชาวน์ดี รายงาน

(ภาพ : กรมควบคุมมลพิษ )

ผ่านมา 4 วัน ยังดับไม่สนิท ไฟไหม้โรงงานวินโพรเสส ระยอง

“จากการเข้าดับเพลิงของเจ้าหน้าที่บริเวณโกดังที่ 3 ซึ่งมีสารอะลูมิเนียมดรอสขณะนี้ดับได้หมดแล้วแต่ยังคงมีควันอยู่เบาบาง วันนี้คาดการณ์ว่าจะสามารถควบคุมให้มอดทั้งหมดแต่ยังต้องใช้เวลา

ถ้าสถานการณ์ยังดำเนินไปแบบนี้คาดว่าเย็นนี้ก็คงเสร็จสิ้น ก่อนที่จะส่งมอบพื้นที่ให้ อบต.บางบุตร ดำเนินการต่อ และจะจัดเจ้าหน้าที่สแตนด์บายต่อไปอีก 24 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตามก็ยังพบมีกลุ่มควันและกลิ่นคล้ายแอมโมเนียฟุ้งกระจายทั่วบริเวณ ซึ่งต้องเฝ้าระวังการกระทบประชาชนอีกด้วย รวมทั้งการเฝ้าระวังสารเคมีตกค้าง ซึ่งจะมีการตรวจดิน น้ำ อากาศ ตลอดเวลา โดยเฉพาะหากเกิดการชะล้างก็จะมีบ่อบำบัดดักไว้ และจะมีการเสริมคันดินบ่อบำบัดเพิ่มสูงขึ้น ป้องกันบ่อเต็ม”

ไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการระยองในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์เพลิงไหม้โรงงานวินโพรเสส ม.4 ต.บางบุตร อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ให้สัมภาษณ์กับข่าวสดเมื่อเวลาประมาณ 14:00 น. หลังจากลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เพลิงไหม้

ขณะรายงานข่าวจากพื้นที่ระบุ ยังมีกลุ่มควันสีขาวลอยขึ้นมาบริเวณโกดังที่ 3 ซึ่งเป็นอาคารเก็บสารอลูมิเนียมดอสโดยเจ้าหน้าที่ควบคุมเพลิงของ บ.NPC ได้ใช้สารเคมี F-500 ในการเข้าควบคุมไฟ 

“เจ้าหน้าที่แจ้งเมื่อเวลา 16.00 น. วันนี้ว่าต้องใช้เวลาอีก 5 ชั่วโมง ถ้าไม่มีการลุกลามขึ้นมาอีกคาดว่าจะเอาอยู่ล่าสุดเวลาประมาณ 19:00 น. ยังพบกลุ่มควันลอยออกมจากบริเวณโรงงาน” เพจ ZOOM Rayong รายงาน

“ขณะนี้ทาง บ.NPC พยายามจะควบคุมให้ได้โดยเร็วที่สุดโดยตอนนี้มีข้อเสนอ 2 ทาง ทางแรกคือนำดินมากลบ แต่หากทำอย่างนี้จะยังคงมีควันอยู่โดยไม่ทราบว่าจะสงบเมื่อไหร่ อีกทางคือขุดซากกากที่ทับถมออกมาและฉึดสารเคมีเพื่อดับไฟและควันให้หมด แต่กรณีนี้อาจจะมีอันตรายเนื่องจากตอนนี้เรายังไม่ทราบว่าสารเคมีที่กองกันอยู่ในโกดังคืออะไร

หลังจากนี้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพูดคุยเพื่อหาแนวทางต่อไป” ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล จังหวัดระยอง ให้สัมภาษณ์ ZOOM Rayong หลังจากลงพื้นที่เมื่อเวลาประมาณ 19:00 น.ที่ผ่านมา

“เหตุไฟไหม้วินโพรเสสเกิดขึ้นตั้งแต่เช้าวันที่ 22 เม.ย. 2567 ที่ผ่านมา ราว 09:00 น. ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ระดมทีมดับต่อเนื่องแต่ในคืนที่ผ่านมาราว 21.00 น. ได้เกิดเหตุไฟปะทุขึ้นมาอีกครั้งที่โกดัง 3 ซึ่งเป็นอาคารเก็บสารอลูมิเนียมดอสที่เป็นกากท่ีเหลือจากการหลอมอลูมิเนียม ซึงสารดังกล่าวหากโดนน้ำจะกลายเป็นก๊าซพิษและติดไฟ ทำให้ ทศพล บวรโมทย์ นายอำเภอบ้านค่าย จ.ระยอง ได้ปรับแผนโดยใช้ทีมของ บ.NPC ที่มีความเชี่ยวชาญในดับเพลิง เข้ามาช่วยดับ โดยจะใช้สาร F-500 ซึ่งเป็น encapsulator ฉีดดับไฟ ซึ่งสารดังกล่าวจะไปหุ้มสารเชื้อเพลิงและลดความร้อนได้ดีกว่าน้ำ” รายงานข่าวเปิดเผยเพิ่มเติม

(ภาพ : กรมควบคุมมลพิษ )

“ตรวจพบสารมลพิษในอากาศในรัศมี 5 กม.-เตรียมเพิ่มความถี่จุดตรวจวัด” คพ. เผย

“วันที่ 25 เม.ย. 2567 กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ดำเนินการติดตามสถานการณ์กรณีเหตุเพลิงไหม้โกดังโรงงานของ บริษัท วินโพรเสส จำกัด จังหวัดระยอง ต่อเนื่อง สรุปได้ดังนี้

1. ภาพรวมสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้ เจ้าหน้าที่ยังคงต้องควบคุมเพลิงที่ลุกไหม้บางจุดในโกดังที่ 5 ต่อเนื่องจากเมื่อวาน และได้เกิดเพลิงลุกไหม้ในโกดังที่ 3 ขึ้นในช่วงเช้าอีกครั้ง ซึ่งมีการจัดเก็บขยะทั่วไป กากตะกรันอะลูมิเนียม และกากของเสียอื่น ๆ ประกอบกับสภาพอากาศปิดในช่วงเช้า ทำให้มีกลุ่มควันปกคลุมอยู่ในระดับต่ำ และเขม่าควันที่ปนเปื้อนไอกรด – ด่าง รวมถึงยังคงมีกลิ่นเหม็นจากเหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้น

2. ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศบริเวณภายนอกโรงงานและพื้นที่ชุมชนด้านท้ายลม ระยะห่างจากโรงงานไปทางทิศเหนือและทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ประมาณ 300 เมตร ถึง 5 กิโลเมตร เมื่อวันที่ 24 เม.ย. 2567 ช่วงเย็น ระหว่างเวลา 18.20 – 24.00 น. ตรวจพบสารอะคริโลไนไตรล์ (Acrylonitrile) สารไฮโดรเจนไซยาไนด์ (Hydrogen cyanide) และสารเมทิลเมอร์แคปเทน (Methyl Mercaptan) ในพื้นที่หมู่ 8 ตรวจพบสารอะคริโลไนไตรล์ (Acrylonitrile) และสารไฮโดรเจนไซยาไนด์ (Hydrogen cyanide) ในพื้นที่หมู่ 4 และ 11

สำหรับวันที่ 25 เม.ย. 2567 ช่วงเช้า เวลา 06.00 – 06.50 น. ตรวจพบสารเมทิลเมอร์แคปเทน (Methyl Mercaptan) ในพื้นที่หมู่ 4 จำนวน 2 จุด ซึ่งสารเคมีที่ตรวจพบทั้ง 2 วัน อยู่ในระดับที่จะส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ ระคายเคืองตาและผิวหนัง ซึ่งได้มีการรายงานข้อมูลผ่านศูนย์บัญชาการของจังหวัดระยอง เพื่อให้ประชาชนรับทราบ และปฏิบัติตนเมื่อได้รับสัมผัสสารเคมีตามข้อแนะนำของกรมควบคุมมลพิษ อาทิ ให้ชำระล้างร่างกายให้สะอาดด้วยการฟอกสบู่และล้างด้วยน้ำ ระคายเคืองตาล้างด้วยน้ำสะอาด เมื่อมีการสูดดมไอสารเคมีให้รีบออกจากพื้นที่โดยเร็ว พร้อมทั้งสังเกตอาการตนเอง หากเกิดอาการผิดปกติควรรีบไปพบแพทย์ทันที เป็นต้น สามารถเข้ารับบริการด้านสาธารณสุขจากศูนย์อพยพในพื้นที่ อบต. หนองบัว และ อบต. บางบุตร

3. กรมควบคุมมลพิษจะร่วมกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม เพิ่มความถี่จุดตรวจวัดสารเคมีในบรรยากาศ และขยายระยะห่างออกไปให้ครอบคลุมพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งประชาชนสามารถแจ้งให้ตรวจสอบได้ทุกจุดที่ประชาชนมีความกังวล และขอให้ประชาชนยังคงพักที่ศูนย์อพยพ จนกว่าเหตุการณ์เพลิงไหม้จะยุติ และตรวจไม่พบไอระเหยสารเคมีจากเหตุการณ์เพลิงไหม้” กรมควบคุมมลพิษ รายงานวันนี้

(ภาพ : Chamnan Sirirak)

“ค่าฝุ่นสูงในรัศมี 3 กม.-ตรวจพบสารมลพิษ VOCs ในอากาศ” บูรณะนิเวศ

ช่วงเช้าวันนี้เจ้าหน้าที่มูลนิธิบูรณะนิเวศที่ลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพอากาศพบว่า บริเวณโกดัง 5 ซึ่งเป็นอาคารใหญ่ที่สุด มีกองสารเคมีหลายหลากชนิดกองทับสุมหนาแน่นยากแยกแยะ ยังคงปลดปล่อยควันออกมาตลอดเวลา จากการตรวจสอบพบว่ามีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก (pm 1-10) สูงถึงระดับ 1,000 ug/m3

ส่วนสภาพอากาศทั่วบริเวณหมู่ 1, 4 และ 8 บ้านหนองพะวา เต็มไปด้วยควันขาวปกคลุม ลอยต่ำตั้งแต่เช้ามืด กระทั่งประมาณ 07.00 น. ควันเริ่มบรรเทาลง ลอยสูงขึ้น ประกอบกับมีลมพัดแรงเป็นระลอก ทำให้ควันกระจายไปทางทิศเหนือ หรือพื้นที่หมู่ 8 แต่ทุกครั้งที่ลมพัดแรง รับรู้ได้ถึงกลิ่นเหม็นรุนแรง 

“เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ตรวจวัดคุณภาพอากาศห่างจากจุดเกิดเหตุเพลิงไหม้ 3 กิโลเมตร พบว่า ระดับกลิ่นอยู่ที่ 5,000 ถึงเกือบ 10,000 ส่วนในพันล้านส่วน (ppb) ขณะที่ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก (pm 1-10) อยู่ที่ประมาณ 100-150 ug/m3 ส่วนค่าสารอินทรีย์ระเหยง่ายรวม (VOCs) อยู่ที่กว่า 100 เกือบ 200 ppb เมื่อตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบว่า ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก (pm 1-10) สูงถึงระดับ 1,000 ug/m3

ดังนั้นอยู่ห่างระดับ 3 กิโลเมตรก็ใช่จะปลอดภัย” เพจมูลนิธิบูรณะนิเวศ รายงาน

(ภาพ : มูลนิธิบูรณะนิเวศ)

“ไม่ยอมเปิดข้อมูลสารเคมี-ไม่ชัดใครจ่าย ปัจจัยหลักการแก้ล่าช้าของรัฐ” สส.ก้าวไกลแถลง

กฤช ศิลปชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคก้าวไกล และรองประธานคณะ กมธ.การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แถลงข่าวเกี่ยวกับรณีไฟไหม้โกดังเก็บกากอุตสาหกรรมและสารเคมี ของบริษัท วินโพรเสส จำกัด อ.บ้านค่าย จ.ระยอง โดยตั้งข้อสังเกตว่ากรณีนี้หน่วยงานรัฐทำงานล่าช้าจนทำให้ผลกระทบเกิดขึ้นเป็นวงกว้างหรือไม่ และเรียกร้องให้รัฐบาลสวบสวนให้ชัดเจนว่าสาเหตุเกิดจากการลับลอบวางเพลิงเพื่อเผาสารเคมีหรือไม่ โดยหากพบว่ามีผู้กระทำผิดจะต้องดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

“กรณีไฟไหม้โกดัง ตน และสส.พรรคก้าวไกลในพื้นที่ ได้ลงพื้นที่ตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุ และได้เห็นสถานการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้น จนมีการตั้งข้อสังเกตว่า การดำเนินการของภาครัฐมีความล่าช้าเกินไปหรือไม่ ไม่มีการเร่งใช้โฟมในการดับไฟ เนื่องจากไม่มีความชัดเจนของเงื่อนไขของผู้ที่รับผิดชอบค่าใช้จ่าย 

ตนได้พูดคุยกับรองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ทราบว่ายังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีการประกาศเขตประสบสาธารณภัยเมื่อไร หรือจะประกาศเป็นพื้นที่ประสบเหตุภัยพิบัติหรือไม่ ทำให้ไม่สามารถดับไฟได้โดยเร็ว ส่งผลกระทบกระจายต่อประชาชนเป็นกว้างมีพี่น้องได้รับความเดือดร้อน 1,700 คน จากพื้นที่ 2 ตำบลในพื้นที่ใกล้เคียง รัฐดำเนินการล่าช้าทั้งเรื่องแผนอพยพประชาชนในพื้นที่ และการประกาศเขตประสบภัย

จึงขอเรียกไปยังส่วนราชการที่เกี่ยวข้องว่า เมื่อเผชิญเหตุการณ์ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่ไฟไหม้ธรรมดาแต่เป็นไฟไหม้สารเคมี ซึ่งกรมโรงงานฯ มีข้อมูลสารเคมีภายในโรงงานอยู่แล้ว แต่ไม่มีการให้ข้อมูลกับผู้ดับเพลิง หากให้ข้อมูลที่ชัดเจนจะสามารถดับเพลิงได้ เพลิงไม่ลุกลาม ปัจจุบันแม้ไฟจะดับไปแล้วแต่ควันพิษ ไอควันความร้อนทั้งหลายที่ยังระอุในพื้นที่สร้างผลกระทบให้กับพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก

อย่างไรก็ตามคณะกมธ.การที่ดินฯ จะพิจารณาเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน เนื่องจากมีข้อสงสัยว่าเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้เกิดจากสาเหตุอะไร เป็นเพราะอากาศร้อนตามที่หลายฝ่ายให้ข่าว หรือเป็นการลักลอบวางเพลิงเพื่อเผาสารเคมี ทั้งนี้ หากพบว่าใครมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดคงต้องมีมาตรการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป” รองประธานคณะ กมธ.การที่ดิน กล่าว

(ภาพ : สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี)

เศรษฐากำหนดลงพื้นที่ 27 เม.ย.

ล่าสุด ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันเสาร์ที่ 27 เม.ย. 2567 เวลาประมาณ 14.30 น. นายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน จะลงพื้นที่ตรวจสอบและติดตามสถานการณ์การแก้ไขปัญหาเหตุเพลิงไหม้โรงงานเก็บกากสารเคมีอุตสาหกรรม บริษัท วินโพรเสส จำกัด