“บริษัท-รัฐต้องเยียวยา ส่งกากเข้าโรงบำบัด” ทิศดำเนินคดีกากฯ สภาทนายฯ

“ตั้งคณะทำงานช่วยเหลือประชาชน – ดำเนินคดี เรียกร้องการเยียวยาตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม จากบริษัทที่เกี่ยวข้อง – และจากหน่วยงานรัฐเกี่ยวข้องที่ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ – ตรวจสุขภาพประชาชนรอบพื้นที่เกิดเหตุทั้งหมด ทั้งต้นทาง ปลายทางและระหว่างเส้นทางการขนย้าย – เร่งให้รัฐออกกฏหมาย PRTR มาบังคับใช้ พร้อมหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมกับกรณีกากแคดเมียม -กากแคดเมียมทั้งหมดต้องถูกส่งเข้าบำบัดในโรงกำจัดกากอุตสาหกรรมที่ได้รับอนุญาต (โรงงาน 101) เท่านั้น” 

6 แนวทางดำเนินคดี “กากแคดเมียม” สภาทนายความฯ แถลงวันนี้

ยันส่งกากกลับไปหลุมฝังกลบที่ตากไม่ได้ด้วยเงื่อนไขกฏหมาย เรียกร้องตรวจสอบ 5 หลุมฝังกลบที่เหลือในตาก ตรวจการปนเปื้อนแคดเมียมในสุขภาพประชาชนรอบจุดเกิดเหตุทั้งหมดทุกจุด

ด้าน รมว.อุตสาหกรรมยันทิศดำเนินการ “ขนกลับหลุมฝังกลบที่โรงงานในตาก” พร้อมเลื่อนกำหนดเริ่มขนย้ายจากเดิมหลังสงกรานต์เป็นเริ่ม 7 พ.ค.

(ภาพ : สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์)

ดีเอสไอดูคดีอาญา – สภาทนายฯ ดูคดีแพ่ง-สิ่งแวดล้อม

“กรณีกากแคดเมียมถือว่าเป็นเรื่องอันตรายต่อสุขภาพ ก่อนหน้านี้ ปี 2556 สภาทนายฯ ได้เข้าไปช่วยประชาชนตากเรื่องแคดเมียม มีการฟ้อง 6 คดี 3 คดีสิ้นสุดในชั้นอุทธรณ์ ศาลสั่งให้บริษัทชดใช้ประชาชนประมาณ 1 พันคน แต่อีก 3 คดียังอยู่ในชั้นศาลฎีกา 

สำหรับในครั้งนี้สภาทนายความฯ ได้หารือกับ ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ทราบว่าในส่วนคดีอาญาจะมอบหมายให้ดีเอสไอเป็นผู้ดำเนินการ แต่ส่วนที่เป็นคดีสิ่งแวดล้อมหรือคดีทางปกครองทางสภาทนายความฯ จะรับดำเนินการเอง” 

วิเชียร ชุบไธสง นายกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์พร้อมด้วยสมาชิกสภาทนายความฯ ร่วมกันแถลงข่าวเรื่อง “การให้ความช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย กรณีประชาชนและชุมชนได้รับผลกระทบจากการขุดและส่งต่อกากแร่แคดเมียม จากบ่อฝังกลบโรงงานถลุงแร่สังกะสีในจังหวัดตากไปยังจังหวัดชลบุรี สมุทรสาคร และกทม.” วันนี้ (18 เม.ย. 2567)  

(ภาพ : MGR online)

6 แนวทางดำเนินคดีสภาทนายฯ

ในการแถลงข่าว สภาทนายความฯ ระบุว่าจะมีการดำเนินมาตรการ 6 ด้าน เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนรวมถึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการแก้ปัญหาต่อไป 

“1. แต่งตั้งคณะทำงานให้ความช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย กรณีประชาชน และชุมชนได้รับผลกระทบจากการขุดและส่งต่อกากแร่แคดเมียมจากบ่อฝังกลบของโรงงานถลุงแร่สังกะสีในจังหวัดตาก ไปยังสถานที่อื่น ๆ

2. สภาทนายความฯ จะดำเนินการเรียกร้องและดำเนินคดีตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมกับเจ้าของ หรือผู้ครอบครองมลพิษหรือแหล่งกำเนิดมลพิษ เช่น เจ้าของหรือผู้ครอบครองกากแคดเมียม เจ้าของหรือผู้ครอบครองโรงงานถลุงแร่ เจ้าของหรือผู้ขนส่งกากแร่ เจ้าของหรือผู้รับกากของเสีย และบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยต้องเยียวยาความเสียหายต่อสุขภาพ ร่างกายและจิตใจของประชาชนและชุมชนที่ได้รับผลกระทบ

3. สภาทนายความฯ จะดำเนินการเรียกร้องและดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐหรือหน่วยงานรัฐที่อนุญาตให้ขนย้ายกากของเสียอันตรายจากบ่อฝังกลบภายในโรงงานถลุงแร่สังกะสี โดยไม่มีอำนาจปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยต้องชดใช้เยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชน

4. เรียกร้องให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ทำการตรวจเลือดและปัสสาวะประชาชน ทั้งชาวจังหวัดตาก และชุมชนที่อยู่รายรอบโรงงานถลุงแร่สังกะสี รวมถึงประชาชนในตำบลแม่กุ แม่ตาว พระธาตุผาแดง ที่ได้รับผลกระทบจากการรั่วไหลของแคดเมียมจากการทำเหมืองแร่สังกะสีของผู้ประกอบการ (บริษัทผาแดง อินดัสตรี จำกัด (มหาชน)) และพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดชลบุรี กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่พบว่ามีการเก็บหรือครอบครองกากแคดเมียม และประชาชนหรือชุมชนอื่นที่มีการเก็บหรือครอบครองกากแคดเมียม

5. เรียกร้องให้ภาครัฐให้ผลักดันและผ่านการออกกฎหมายเกี่ยวกับการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ (PRTR) เพื่อเป็นมาตรการให้ผู้ประกอบการต้องเปิดเผยข้อมูลการปล่อยมลพิษที่เกิดจากการผลิตในโรงงาน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลและตรวจสอบที่มาของมลพิษใกล้ตัวที่อาจส่งผลต่อสภาพแวดล้อมที่ตนอาศัยอยู่ โดยมีหลักเกณฑ์ในการตรวจวัดมลพิษที่ชัดเจนที่ต้องรายงานต่อหน่วยงานเกี่ยวข้อง มาบังคับใช้โดยเร็ว และขอให้ตรวจสอบบ่อดักตะกอนแคดเมียมในพื้นที่ทำเหมืองสังกะสี และบ่อฝังกลบกากตะกอนแคดเมียมในบ่อฝังกลบภายในโรงงานว่าได้ปฏิบัติตามขั้นตอนของรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนทราบ

6. กากแคดเมียมที่เป็นกากของเสียอันตรายที่ตรวจพบในโรงงานต่าง ๆ ทั้งในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ชลบุรี และกรุงเทพมหานคร ต้องนำไปกำจัดหรือฝังกลบในโรงงานที่มีใบอนุญาตประเภท 101 (โรงงานปรับคุณภาพของเสียรวม) (ฝังกลบกากของเสียอันตราย) เท่านั้น จะนำไปทำลายหรือฝังกลบที่อื่นไม่ได้ 

ทั้ง 6 ข้อเป็นแนวทางที่สภาทนายฯ จะดำเนินการตรวจสอบและขับเคลื่อนต่อไป โดยหลังจากนี้จะมีการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมเพื่อพิจารณาดำเนินการทั้งในคดีแพ่งและปกครอง ซึ่งถ้ามีความชัดเจนแล้วจะแจ้งต่อสาธารณะชนต่อไป 

นอกจากนั้นสภาทนายฯ จะทำหนังสือถึงสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อให้ตรวจสอบสุขภาพประชาชนที่เกี่ยวข้องทุกคน ซึ่งการทำหนังสือแจ้งทางสภาทนายฯ ไม่มีอำนาจในการบังคับสถาบันฯ ให้ดำเนินการ แต่คาดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจริง ๆ จึงหวังว่าจะมีการตรวจสุขภาพตามที่ได้ร้องขอไป” ดร.วิเชียร ชุบไธสง นายกสภาทนายความฯ แถลงวันนี้ 

(ภาพ : สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์)

ปัญหาสำคัญอันดับแรก “ขนกลับตากไม่ได้ในทางกฎหมาย”

สมชาย อามีน ประธานอนุกรรมการฝ่ายคดีและปฏิบัติการ กล่าวในการแถลงว่า การขนย้ายกากแคดเมียมที่พบใน 3 จังหวัด สมุทรสาคร ชลบุรี และกทม. กลับมาฝังกลบยังพื้นที่ฝังกลบเดิมของบริษัท เบาด์ แอนด์ บียอนด์ จำกัด นั้นไม่สามารถทำได้ เนื่องจากโรงงานถลุงแร่สังกะสีที่จังหวัดตากไม่ใช่โรงงานที่มีใบอนุญาตประเภท 101 จึงไม่สามารถนำกากแคดเมียมที่เป็นกากของเสียอันตรายกลับมาฝังกลบในโรงงานได้ 

“หลังจากมีการรื้อเพื่อเอากากที่ฝังกลบแล้วส่งออกไป เมื่อเจอแล้วจะนำกลับมาฝังกลบยังที่เดินไม่ได้เนื่องจากโรงงานที่ตากไม่มีใบอนุญาต 101 

ส่วนที่สามารถฝังกลบได้ในตอนแรกเป็นเพราะกากดังกล่าวเป็นสิ่งที่ได้จากกระบวนการหลอมซึ่งต้องดำเนินการฝังกลบมามาตรการในรายงานอีไอเอ แต่ถ้ารัฐบาลจะเอามาฝังกลบในที่เดิมไม่ได้ถือเป็นการกระทำที่ไม่มีกฎหมายรองรับไว้ 

รวมถึงสภาทนายความฯ มีการสอบถามหน่วยงานรัฐไปหลายครั้งแต่ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่าดำเนินการได้อย่างไร

ถ้ามีการขนย้ายกลับมายังบริเวณเดิมจริง หมายความว่าโรงงานที่ตากจะฝังกลบได้โดยไม่มีใบอนุญาตได้ เรื่องนี้จะทำใต้มีกรณีคล้าย ๆ กันเกิดขึ้นเพิ่มในอนาคตอีกหรือไม่” สมชาย กล่าว

(ภาพ : MGR online)

เรียกร้องตรวจสอบ 5 หลุมฝังกลบที่เหลือ

จากกรณีที่มีการเปิดหลุมฝังกลบกากแคดเมียมจำนวน 2 หลุมจากทั้งหมด 7 หลุมในพื้นที่โรงงานของบริษัท เบาด์ แอนด์ บียอนด์ จำกัด ที่จังหวัดตาก สมชาย ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า หน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบเข้าไปตรวจสอบหรือยังว่าทั้ง 5 หลุมมีการลักลอบขุดขึ้นมาหรือไม่ เนื่องจากแคดเมียมเป็นแร่หายากและมีราคา แคดเมียม 1 ตัน สามารถขายได้กว่า 1 แสนบาท จึงเรืยกร้องให้มีการเข้ามาตรวจสอบในส่วนนี้ด้วย

“อยากฝากให้หน่วยงานรัฐไปตรวจสอบด้วยว่าหลุมฝังกลบในตากที่มีการขุดไปแล้ว 2 หลุม อีก 5 หลุมที่เหลือมีการลักลอบขุดขึ้นมาหรือไม่ และตรวจสอบด้วยว่าพื้นท่ีประทานบัตรบนดอยผาแดงที่มีการฝังกลบปิดไปแล้ว ปัจจุบันมีสภาพเป็นอย่างไร เพราะชาวบ้านไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ มีการลักลอบขุดตะกอนแคดเมียมออกมาหรือไม่ 

รวมทั้งในพื้นที่ของ บริษัท ตากไมนิ่ง จำกัด ที่มีการทำเหมืองแต่ตอนนี้ปิดตัวไปแล้วแต่ยังมีกากแร่สังกะสีในพื้นที่ รัฐบาลควรเข้าไปตรวจสอบด้วยว่ามีการลักลอบขุดหรือไม่ เนื่องจากแคดเมียมเป็นแร่หายากและมีราคาอย่างที่กล่าวไปข้างต้น” สมชาย กล่าว

(ภาพ : สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์)

เรียกร้องตรวจสุขภาพผู้เกี่ยวข้องทุกคน

ทัดดาว จตุรภากร กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ตนมีความเป็นห่วงเกี่ยวกับกระบวนการตรวจสุขภาพของผู้มีความเกี่ยวข้องกับกรณีกากแคดเมียม เนื่องจากการตรวจสอบสุขภาพไม่ได้ตรวจบุคคลในพื้นที่อย่างครอบคลุมทุกคน แต่ดำเนินการสุ่มตรวจเท่านั้น

“ตอนนี้หน่วยงานรัฐทำเพียงแค่สุ่มตรวจสุขภาพประชาชน โดยจะตรวจทุกคนในกรณีที่เป็นคนงานเท่านั้น เราเห็นว่ากรณีนี้ไม่ควรที่จะสุ่มตรวจแต่ควรจะต้องตรวจสอบประชาชนในพื้นที่เสี่ยงทุกคน

นอกจากนั้นหากแน่ชัดแล้วว่ามีประชาชนที่ได้รับผลกระทบด้านสุขภาพจากกากแคดเมียมจริงก็จะต้องมีมาตรการรองรับในอนาคตด้วย เนื่องจากผลกระทบที่เกิดจากแคดเมียมอาจจะใช้เวลานานกว่าจะแสดงอาการออกมา ในบางกรณีอาจจะต้องรอตั้งแต่ 5-10 ปี” ทัดดาว กล่าว

ไพโรจน์ จำลองราษฎร์ รองประธานอนุกรรมการฝ่ายคดีและปฏิบัติการ  กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องมีการตรวจสอบสุขภาพประชาชนในพื้นที่อย่างละเอียดเป็นการเรียนรู้จากกรณีในอดีต เนื่องจาก ที่ผ่านมาสภาทนายความฯ ได้ทำงานเกี่ยวกับกรณีแคดเมียมที่ บริเวณห้วยแม่ตาว อ.แม่สอด จ.ตาก ที่พบว่ามีการรั่วไหลของแคดเมียม ตั้งแต่ปี 2545 ซึ่งในครั้งนั้นแพทย์ไม่สามารถระบุได้ว่าการเจ็บป่วยของประชาชนมีที่มาจากแคดเมียมทำให้การยื่นฟ้องเมื่อ 2556 มูลค่าของค่าชดเชยความเสียหายที่แต่ละคนได้รับจึงไม่เท่ากัน 

(ภาพ : อสมท.)

“เบาด์แอนด์บียอนด์ต้องขนกากกลับตาก – เลื่อนไปเริ่มขนย้าย 7 พ.ค.” รมว.อุตฯ 

เช้าวันนี้ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการลักลอบขนย้ายกากสารแคดเมียมที่ผิดกฎหมายกลับไปยังจังหวัดตากว่า ในช่วงวันหยุดที่ผ่านมาคณะทำงานของกระทรวงอุตสาหกรรมมีการเรียก บริษัท เบาด์ แอนด์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) มารับภารกิจในการขนย้ายกากแคดเมียมกลับไปยังพื้นที่ฝังกลบเดิมในจังหวัดตากโดยจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและทำตามรายงานอีไอเอ ซึ่งเวลานี้กำหนดวันแล้วเรื่องขนส่ง วิธีการขนส่ง วันขนส่ง โดยทางกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ได้ลงไปดูหน้างาน เพื่อดูความพร้อมรับกากแคดเมียมเข้าไปทำการฝังหรือไม่ ซึ่งวันนี้จะมีรายงานกลับมา

“ยืนยันว่าเราอยากแก้ไขปัญหาให้ได้เร็วที่สุด โดยได้กำหนดไว้ว่าจะเริ่มขนย้ายในวันที่ 7 พ.ค. นี้ แต่ขั้นตอนการเตรียมการมีค่อนข้างเยอะ เช่น เรื่องของถุงที่จะต้องดูให้แข็งแรงถ้าไม่แข็งแรงต้องซ้อนทับ เรื่องรถขนส่งจะต้องเป็นรถเฉพาะที่จะใช้ขนส่ง และเรื่องของเส้นทางจำนวนรถ วิธีการต้องทำให้ถูกต้องตามระบบความปลอดภัย จริง ๆ อยากให้รวดเร็วแต่สำคัญที่สุดต้องอยู่บนพื้นฐานความปลอดภัยและต้องเป็นไปตามกระบวนการ 

วันนี้เราทำได้เร็วขึ้นคือการเพิ่มจำนวนรถให้มากขึ้น สำคัญกว่านั้นคือหน้างานที่จังหวัดตากจะต้องมีความพร้อมด้วยทางกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและเหมืองแร่ได้ขอไปสำรวจแล้ว ทั้งหมดจะต้องมีแผนหากเกิดเหตุแผนสำรองจะเป็นอย่างไร ซึ่งเวลานี้ทุกฝ่ายช่วยกันเป็นอย่างดี” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าว