“กระทบแน่-ไม่มีใครห้ามการพัฒนาในประเทศอื่นได้” เขื่อนภูงอย-สทนช.

ส่อกระทบข้ามแดนแน่เรากำลังพยายามสร้างความชัดเจนแต่เราไม่มีสิทธิหยุดการพัฒนาในประเทศอื่นเขื่อนภูงอยในสายตา สทนช.

ชมลาภ เตชะเสน ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวในเวทีเสวนาเชื่อมความรู้สู่นโยบาย : การสร้างผลกระทบข้ามพรมแดน กรณีเขื่อนภูงอยที่ ม.อุบลฯ วันนี้ (22 .. 2567)

(ภาพ : อยู่ดีมีแฮง ThaiPBS)

ความเป็นมา-สถานะโครงการล่าสุด

ขอบคุณที่ให้โอกาสสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติมาอธิบายเรื่องเขื่อนภูงอย ต้องแจ้งให้ทุกท่านทราบก่อนว่า เขื่อนภูงอยตอนนี้สถานะของโครงการก็ยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการหารือล่วงหน้าระหว่างประเทศ อยู่ในความพยายามอยู่ 

ก็จะขอเล่า เท่าที่สามารถจะอธิบายได้ อาจจะมีสัก 2-3 ประเด็นหลัก ก็คือเรื่องของความเป็นมาของโครงการ ลักษณะโครงการและผลกระทบที่เราคิดว่าน่าจะมี แล้วก็สุดท้าย เราจะทำอะไรกับเรื่องนี้ได้บ้าง

ในเรื่องแรก ความเป็นมาของเขื่อนภูงอย ที่จริงเขื่อนภูงอยอยู่ในแผนที่พัฒนาไฟฟ้าพลังน้ำของแม่น้ำโขงมานานแล้ว เราเห็นว่ามีอยู่แล้ว แต่ว่าข้อมูลที่ทางผู้พัฒนาโครงการเอามาให้ประเทศสมาชิกในประเทศที่มีความร่วมมือแม่น้ำโขง 4 ประเทศให้เห็นเป็นหลักเป็นฐานก็ประมาณปี 2565 ปีกว่า ๆ ที่ผ่านมา 

ขณะนั้น ทาง สปป.ลาว เสนอโครงการเข้ามา เพื่อให้เข้าสู่กระบวนการหารือล่วงหน้าของประเทศสมาชิกในความร่วมมือแม่น้ำโขง ซึ่งก็คือว่า สมมุติว่าถ้าประเทศไหนจะสร้างโครงการที่อยู่ในแม่น้ำโขง หรือว่าโครงการที่จะทำให้เกิดผลกระทบต่อน้ำในแม่น้ำโขงที่สำคัญ เขาก็จะต้องเอาโครงการนี้เอาข้อมูลโครงการทั้งหมดมาให้ประเทศสมาชิก 4 ประเทศที่มีข้อตกลงกันอยู่พิจารณา แล้วก็ทำเป็นความเห็นกลับไป ว่ามีข้อห่วงกังวลอะไรบ้างโครงการนี้ควรจะปรับปรุงเรื่องใดบ้าง อันนี้จะเป็นกระบวนการปกติของ MRC เรียกว่ากระบวนการ PNPCA หรือปรึกษาหารือล่วงหน้า

สำหรับโครงการเขื่อนภูงอย ในปี 2565 ทาง สปป.ลาว ก็เสนอเข้าสู่ MRC ขอเข้าสู่กระบวนการหารือล่วงหน้านี้ แต่ก่อนที่จะเข้ากระบวนการ แต่ละประเทศก็จะต้องดูข้อมูลที่ทางผู้พัฒนาโครงการเสนอมาเสียก่อน ว่าจะเป็นอย่างไร เพราะว่าถ้าหากเข้าขบวนการไปแล้ว มันมีเวลากำหนดว่าจะต้องดำเนินการให้เสร็จภายในกี่เดือนกี่เดือน เบื้องต้นก็คือ 6 เดือน ทีนี้แต่ละประเทศก็ต้องดูข้อมูลก่อนว่าข้อมูลที่เจ้าของส่งมาเป็นอย่างไรบ้าง

เบื้องต้นลักษณะข้อมูลก็เป็น รายงานศึกษาความเหมาะสม รายงานศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม รายงานมาตรการบรรเทาผลกระทบสิ่งแวดล้อม เป็น 3 ส่วนหลัก ๆ แต่ละประเทศก็เอาไปพิจารณา” ชมลาภ กล่าว

(ภาพ : hobomaps.com)

การดำเนินการของไทย-ข้อกังวลสำคัญ

“ประเทศไทยก็มีการพิจารณาข้อมูล เราพิจารณาโดยใช้คณะกรรมการเขาเรียกว่าเป็นคณะอนุกรรมการวิชาการภายใต้คณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งประเทศไทย  ซึ่งประกอบไปด้วยนักวิชาการจากหน่วยงานต่างๆประมาณ 30 หน่วยงาน มาดูข้อมูลกัน เราก็เห็นว่าโครงการนี้ ข้อมูลความเหมาะสม ผลกระทบสิ่งแวดล้อม มาตรการเยียวยาอะไรต่างๆ ตามรายงานไม่ได้ระบุมาถึงประเทศไทย คือเป็นรายงานที่มีสโคปหรือขอบเขตการศึกษาครอบคลุมอยู่ในประเทศ สปป.ลาว เท่านั้น เช่นผลกระทบจากด้านสังคมหรือสิ่งแวดล้อม มันไม่ได้มีการศึกษาว่าจะกระทบกับประเทศไทยเพียงใด 

ก็เป็นที่มาที่ว่า คณะนักวิชาการฯก็เสนอคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทยว่า โครงการนี้ยังไม่ควรจะเข้ากระบวนการหารือล่วงหน้าของ MRC  ด้วยเหตุผลอย่างนี้ เหตุผลหลักก็คือผลกระทบต่อประเทศไทยที่จะเกิดขึ้น ยังไม่ถูกนำมาแสดงอย่างชัดเจนให้ทราบ เพราะฉะนั้น ถ้าโครงการนี้เข้ากระบวนการหารือล่วงหน้า เราก็ไม่สามารถจะไปบอกได้ว่าคุณควรจะปรับปรุงอะไร หรือจะบรรเทาเรื่องไหนให้มันดีขึ้น 

สิ่งที่เราทราบอย่างแน่ชัดก็คือว่า การเก็บน้ำของโครงการเขื่อนภูงอยจะทำให้น้ำในแม่น้ำมูลสูงขึ้น และน่าจะมีลักษณะค่อนข้างจะสูงแล้วก็คงคงระดับไว้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมาก เพราะว่าตัวเขื่อน เขื่อนภูงอย ตั้งอยู่บนแม่น้ำโขง เลยประเทศไทยไปสัก 50-60 กิโลเมตรเข้าไปในประเทศ สปป.ลาว ซึ่งเขาก็จะกั้นแม่น้ำโขงทั้งหมด แล้วก็ยกระดับขึ้นมาแล้วก็เอาผลิตไฟฟ้าจากโครงการนี้ น้ำที่ยกระดับขึ้นมามันก็จะยกระดับตั้งแต่ตัวเขื่อนขึ้นไปข้างบนน่าจะ 90 กิโลเมตร เพราะฉะนั้นส่วนหนึ่งก็จะเข้ามาในแม่น้ำมูลด้วย อันนี้ก็จะยกระดับเพื่อผลิตไฟฟ้า แต่ว่าการยกระดับของน้ำถือว่าน้ำที่สูงขึ้นตอนนี้เท่าที่มีข้อมูล มันไม่ใช่ว่ามันสูงยกจนล้นตลิ่งอะไรอยู่อยู่ในลำน้ำนั่นแหละ แต่ว่าไม่ได้สูงเกินก็จะสูงกว่าเดิมสูงกว่าเดิม แล้วก็จะคงที่อยู่อย่างนั้น ก็มีข้อกังวลหรือว่าไม่ใช่ข้อกังวล เรารู้เลยว่าสิ่งที่น้ำขึ้นระดับมันน่าจะกระทบกับอะไรบ้าง นักวิชาการเราเห็นอยู่ แต่ว่าเราต้องการทำตรงนี้ให้มันชัดเจนอยู่ 

สิ่งที่เราเป็นห่วงหลักๆ เรื่องแรกคือน้ำท่วมอุบล น้ำท่วมอุบลซึ่งท่วมทุกปีก็ท่วมหนัก ถ้ามีเขื่อนที่รักษาระดับน้ำอยู่ทางด้านท้ายน้ำอย่างนี้ และมีระดับน้ำที่สูงขึ้นมาอย่างนี้ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้สูงจนล้นตลิ่งก็ตามก็ยังน่าจะส่งผลกระทบต่อการระบายน้ำเองอยู่ด้วย อันนี้คือข้อที่

ข้อที่ 2 ที่ 3 ก็คือปกติด้านสิ่งแวดล้อมจะมีอะไรกระทบบ้างไหม การใช้ประโยชน์ของพี่น้องเราริมฝั่งแม่น้ำมูลริมฝั่งแม่น้ำโขงจะกระทบด้านไหน ด้านการท่องเที่ยวมีหรือไม่ ระดับน้ำที่สูงขึ้นกระทบต่อแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเราอย่างไรอย่าง แก่งตะนะจะเป็นยังไงสภาพไหนในฤดูกาลที่เรามีการท่องเที่ยว และก็นอกจากนั้นก็ยังเป็นแหล่งที่เหมาะสมด้านระบบนิเวศมีความสมบูรณ์อยู่ มีความสำคัญด้านระบบนิเวศเรื่องประมงอยู่ จะกระทบอย่างไร

ไปสู่เรื่องเศรษฐกิจสังคมการใช้ชีวิตการประกอบอาชีพของพี่น้องของเรา จะกระทบอย่างไร อันนี้เป็นสิ่งที่เราตั้งประเด็นว่าเรื่องอย่างนี้ ถ้าประเทศสมาชิกจะทำให้มี protential หรือมีสิทธิ์ที่จะเกิดผลกระทบอย่างนี้เราต้องการรับรู้ก่อนว่าจะเป็นยังไง

ซึ่งหน้าที่นี้ก็อยู่ในกระบวนการของการเจรจาของคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทยเพื่อให้ได้ข้อมูลนี้มา ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่ว่าคุณเอาข้อมูลมาให้ครบก่อน ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับฉัน นอกจากน้ำที่สูงขึ้นแล้ว เพราะว่าน้ำที่สูงขึ้นมานี้ ฉันเห็นว่ามันน่าจะกระทบหนึ่ง สอง สาม สี่ วันนี้อยู่ในขั้นตอนนี้ นี่ก็เป็นความก้าวหน้าเอ่อล่าสุดของสถานการณ์ของเขื่อนภูงอย

ทางท่านผู้จัดบอกว่าทางจังหวัดอุบลหรือคนในพื้นที่มีความเป็นห่วงเรื่องน้ำท่วมมาก แล้วก็ผลกระทบจากเขื่อนภูงอย ก็ขอเรียนทุกท่าน ณ ที่นี้ว่า รัฐบาลและคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทยเราอยู่ในความเป็นห่วงเดียวกันกับพวกท่าน แล้วเรากำลังต่อสู้เรื่องนี้อยู่เพื่อให้ได้สิ่งที่ชัดเจนมา” ชมลาภ กล่าว

(ภาพ : อยู่ดีมีแฮง ThaiPBS)

เราจะทำอะไรกับเรื่องนี้ได้บ้าง

“ทีนี้ก็ต้องเข้าใจว่าเรื่องที่อยู่ในการทำงานของภายใต้ความร่วมมือแม่น้ำโขงมันก็เป็นกรอบความร่วมมือซึ่งมันไม่ใช่เวทีที่จะไปหยุดยั้งหรือไปสกัดการพัฒนาของประเทศอื่นได้มันเป็นที่ที่เราเข้าไปเจรจากันไปคุยกันหาทางออกร่วมกันว่าจะมีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้นแต่ละประเทศจะช่วยกันแก้ไขบรรเทาหรือไม่ให้มันเกิดขึ้นได้อย่างไรดังนั้นลักษณะของการทำงานมันก็จะประกอบไปด้วยการเจรจาการใช้ข้อมูลในการให้เกิดความร่วมมือเกิดขึ้น

เพราะฉะนั้นสิ่งที่ประเทศไทยกำลังทำอยู่ก็คืออยู่ในการเจรจาเพื่อให้เกิดความร่วมมือเนื่องจากมันไม่มีใครที่ไปสามารถจะไปห้ามการพัฒนาในประเทศอื่นได้ไม่มีประเทศไหนยอมอยู่แล้วแม้แต่ประเทศไทยเองถ้าจะทำบางโครงการและประเทศอื่นมาหยุดก็คงหยุดเราไม่ได้

แต่ว่าด้วยความร่วมมือ ด้วยสันติภาพที่เราจะคุยกัน ที่เรามีกรอบความร่วมมือร่วมกัน มันก็จะเป็นทางออก จะเป็นทางที่จะทำให้ปัญหาที่เกิดขึ้นเบาบางลง หรือมีมาตรการรองรับ หรือมีสิ่งที่จะทำให้ผลกระทบมันน้อยลง อะไรได้บ้าง มันก็อยู่ที่ความร่วมมือนี้ งั้นก็เป็นช่วงของการรักษาความร่วมมือนี้

ในส่วนของประเทศไทยถ้าเกิดเป็นส่วนของภาควิชาการหรือนักศึกษาวันนี้ก็มีเรามาพูดในมหาวิทยาลัยก็คิดว่าอยากจะฝากไว้นิดนึงว่าเรื่องข้อมูลพื้นฐานหรือว่าข้อมูลการวิจัยในด้านต่างๆที่แต่ละท่านแต่ละภาคส่วนเห็นว่ามีความสำคัญมันมีความสำคัญจริงๆอยากให้มีการเพิ่มความเข้มข้นเข้าไปอย่างเช่นถ้านักศึกษาท่านใดหรือว่าอาจารย์คณะไหนที่สนใจด้านสิ่งแวดล้อมข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมที่จะเป็นพื้นฐานว่าสเตตัสขณะนี้ของประเทศไทยอยู่ที่ไหนเป็นยังไงอันนี้สำคัญ

ทุกด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม วิศวกรรม ฯลฯ สำคัญทั้งสิ้น เพราะว่าถ้าวันใดวันหนึ่งเมื่อเขื่อนนี้เราหยุดไม่ได้แล้วมันเกิดผลกระทบหรือการเปลี่ยนแปลงขึ้นมา มันจะเป็นข้อมูลพื้นฐานในการคุยกัน ว่าคุณทำให้อะไรเปลี่ยนแปลงอย่างไร และจะแก้ไขมันอย่างไร” ชมลาภ กล่าว 

ชมเวทีย้อนหลัง : https://web.facebook.com/youdeemeehang/videos/3580462222216386

(ภาพ : อยู่ดีมีแฮง ThaiPBS)