“ยังแย่ต่อเนื่องค่อนประเทศ-คาดเริ่มดีหลัง 19 ก.พ.” สถานการณ์ฝุ่น PM2.5

วันนี้ยังเกินมาตรฐน 47 จังหวัด (วานนี้ 56 จังหวัด) สถานการณ์ฝุ่นทั่วประเทศโดยรวมลดลงจากเมื่อวาน พื้นที่สีแดงลดลง แต่ยังอยู่ในระดับเกินมาตรฐาน บางพื้นที่เริ่มกลับมาอยู่ในระดับปานกลาง คพ.คาดการณ์ 2-3 วันต่อจากนี้จะยังคงเกินมาตรฐาน ก่อนจะเริ่มดีขึ้น 19 ก.พ. ยกเว้นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 

เช่นเดียวกับสถานการณ์จุดความร้อนที่ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเขตป่า ไฟป่ากาญจนบุรียังคงหนักโดยเฉพาะไฟป่าเหนือเขื่อนศรีนครินทร์ที่ส่อเพิ่ม ด้านไฟป่าเหนือยังน่าห่วง ที่ศรีน่าน-ฮอด

(ภาพ : กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร / Thai News Pix)

ยังเกินมาตรฐาน 47 จังหวัด 

กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานสถานการณ์ฝุ่นภายในประเทศวันนี้ (16 ก.พ. 2567) เมื่อเวลา 12:00 น. ผ่าน Air4Thai  ระบุว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ของภาคเหนือ อีสาน กลางและตะวันตก และกรุงเทพฯและปริมณฑล มีค่าฝุ่นอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ และ47 จังหวัด มีปริมาณฝุ่น PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมงเกินค่ามาตรฐาน (มากกว่า 37.5 มคก./ลบ.ม.) 

ค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 รายชั่วโมง ข้อมูลจากระบบติดตาม PM2.5 จากเทคโนโลยีดาวเทียมและภูมิสารสนเทศ ของ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) พบว่ามีถึง 63 จังหวัดที่เกินค่ามาตรฐาน แต่แนวโน้มความร้ายแรงลดลง หลังจากเที่ยงวันนี้ไม่พบจังหวัดที่มีค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงอยู่ในระดับสีแดง 

ล่าสุด 14:00 น. ค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 รายชั่วโมง จากระบบของ GISTDA พบว่าหลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ และนนทบุรี เริ่มกลับมาอยู่ในระดับสีแดงอีกครั้ง บางพื้นที่ค่าฝุ่น PM2.5 สูงกว่า 100 มคก./ลบ.ม. มากสุดที่เขตพระนคร ธนบุรี สัมพันธวงศ์ ตามลำดับ

(ภาพ : GISTDA)

คาดยังแย่ต่ออีก 3 วัน 

“วันนี้พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ถือว่ามีข่าวดีเล็กน้อยเนื่องจากวันนี้ไม่พบพื้นที่สีแดง สถานการณ์ค่อย ๆ ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิดเพราะว่าแทบทุกพื้นที่ยังคงเกินมาตรฐาน ถึงแม้ว่าจะมีบางพื้นที่เป็นสีเหลือง

สำหรับสถานการณ์ 7 วันข้างหน้า 17-18 ก.พ. 2567 กรุงเทพฯและปริมณฑล 17 จังหวัดภาคเหนือ และภาคตะวันออก ปริมาณฝุ่นจะยังคงอยู่ในระดับเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ แต่ตั้งแต่ 19 ก.พ. 2567 เป็นต้นไป สถานการณ์จะเริ่มดีขึ้น ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด” ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) คาดการณ์

“ลมตะเภา หรือลมใต้จะเริ่มพัดฝุ่นกลับขึ้นไปทางภาคกลาง และภาคเหนือตั้งแต่ 18 ก.พ. 2567 เป็นต้นไป จะทำให้ในช่วงเวลาดังกล่าวปริมาณฝุ่นในกรุงเทพฯ จะเริ่มลดลงอีกครั้ง และคาดว่าจะลดลงยาวไปจนถึง 24 ก.พ. 2567 แต่อย่างไรก็ตามลมตะเภาจะทำให้อากาศร้อนขึ้น โดยมีการทำนายว่าอุณหภูมิอาจจะขึ้นสูงถึง 40 องศาเซลเซียส” เพจ ฝ่าฝุ่นรายงาน

(ภาพ : GISTDA)

จุดความร้อนเพิ่มต่อเนื่อง

“ในไทยพบจุดความร้อนทั้งประเทศ 1,870 จุด (เพิ่มขึ้นจากวันก่อนหน้าราว 100 จุด) โดยส่วนใหญ่เป็นจุดความร้อนในพื้นที่ป่ารวม 1,167 จุด และกาญจนบุรียังคงครองตำแหน่งจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุดต่อเนื่อง 352 จุด เพิ่มขึ้นจากวันก่อนหน้าเล็กน้อย (328 จุด)

ในระดับภูมิภาคพบจุดความร้อนมากสุดอยู่ที่กัมพูชา 2,348 จุด ตามด้วย พม่า 1,395 จุด ลาว 1,064 จุด และเวียดนาม 575 จุด” GISTDA รายงานจากข้อมูลดาวเทียมล่าสุด (15 ก.พ. 2567)

(ภาพ : ปภ.)

ไฟป่ากาญจนบุรี ยังหนักต่อเนื่อง-ส่อกระทบนักเรียน

สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจั งหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า ปัจจุบันปริมาณไฟป่าที่เกิดขึ้นในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ เริ่มลดลงแล้ว แต่พบว่าไฟป่าไปเกิดขึ้นในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์มากกว่าเดิม และส่วนใหญ่ไฟมักจะเกิดขึ้นป่าลึกทำให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดับไฟได้ยาก แม้จะมีการประสานขอเฮลิคอปเตอร์จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้ามาช่วยในการดับไฟป่าแล้วก็ตาม

ขณะเดียวกัน CH7HD News รายงานวันนี้ว่า จากปัญหาหมอกควัน และฝุ่น PM 2.5 ที่เกิดขึ้นทำให้สถานศึกษาหลายแห่งในพื้นที่ตัวเมืองกาญจนบุรี อนุญาตให้เด็กนักเรียนที่มีปัญหาเรื่อง ระบบทางเดินหายใจ หรือนักเรียนที่ผู้ปกครองเป็นห่วงเกี่ยวกับเรื่องของมลพิษทางอากาศ สามารถที่จะหยุดเรียนได้ โดยให้ส่งงาน และเรียนผ่านทางออนไลน์แทน โดยไม่นับเป็นการขาดเรียน 

ด้านเพจ ฝ่าฝุ่น เปิดเผยว่า สถานการณ์ฝุ่นและไฟป่าของกาญจนบุรีอาจจะหนักมากต่อไปในอีกหลายวันเนื่องจาก ไฟป่าตะวันตกปัจจุบันที่ยังคงไหม้อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับไฟป่าที่จะมาจากอุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจันที่จะเข้ามาสมทบ

(ภาพ : ไทยโพสต์)

ไฟป่าเหนือยังน่าห่วง ที่ศรีน่าน-ฮอด

ด้านสถานการณ์ของไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือวันนี้ ยังคงเกิดขึ้นหลายพื้นที่ สำนักข่าว Thai PBS รายงานวันนี้ว่า ไฟป่าในอุทยานแห่งชาติศรีน่าน จ.น่าน ยังไม่สามารถดับได้ โดยเกิดไฟป่ามากว่า 5 วันแล้ว และสร้างความเสียหายแก่พื้นที่ป่ากว่า 1,000 ไร่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังคงเร่งดับไฟอย่างต่อเนื่อง

เพจฝ่าฝุ่น รายงานว่า ไฟที่อุทยานแห่งชาติศรีน่านกำลังจะเริ่มหนักขึ้น เนื่องจากยังมีไฟกองใหญ่ที่ยังไม่สามารถควบคุมได้ ประกอบกับมีไฟกองใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นทุกวัน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องแบ่งกำลังออกไปทำให้ประสิทธิภาพในการจัดการลดลง และเนื่องจาก อช. ศรีน่าน อยู่ในทิศต้นลม ห่างจาก อ. เมือง จ. น่าน เพียง 50 กม. เท่านั้น และแน่นอนว่าลมตะเภาจากทิศใต้ จะพัดมันเข้าสู่ตัวเมืองทำให้สถานการณ์ฝุ่นจะหนักขึ้น

ไฟป่าที่อุทยานแห่งชาติแม่โถ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ซึ่งเกิดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่เช้าวันที่ 12 ก.พ. 2567 ยังไม่สามารถดับได้สนิทโดยในช่วงเช้าพบจุดความร้อนจำนวน 9 จุด โดยทางอุทยานฯ ได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ 100 นาย เข้าปฏิบัติการดับไฟแล้ว