เกินมาตรฐานค่อนประเทศค่าฝุ่น PM2.5 วันนี้ คาดเพิ่มต่อเนื่องอีกสัปดาห์

“เกินมาตรฐาน 52 จังหวัด ทุกภาคยกเว้นภาคใต้ สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 เช้านี้ – คาด 7 วันข้างหน้าจะยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในหลายพื้นที่” คพ. รายงาน 

ขณะ GISTDA เผยจุดความร้อนเพิ่มทั้งภูมิภาค กัมพูชามากสุด  3,223 จุด ส่วนไทยพบ 1,097 จุด กว่าครึ่งยังคงเป็นไฟในเขตป่า 

สถานการณ์ไฟป่าในประเทศยังต้องจับตาอย่างต่อเนื่อง ไฟเหนือไหม้แล้วหลายพื้นที่ น่าน-ลำพูน-เชียงใหม่ ด้านไฟป่าตะวันตก สลักพระ-เขื่อนศรีนครินทร์ กาญจนบุรี ยังคงไม่ดับ

นักวิชาการคาดแนะควรปรับเกณฑ์มาตรฐานฝุ่น ระบุหลายพื้นที่สูงถึงระดับสีม่วงถ้าวัดตามสากล ชี้จะตอบโจทย์ต่อสถานการณ์-สุขภาพได้ดีกว่า

กทม. ขอความร่วมมือ Work From Home 15 – 16 ก.พ. นี้ เหตุฝุ่นกรุงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

(ภาพ : jamboree08)

เกินค่ามาตรฐาน 52 จังหวัด ฝุ่น PM2.5 วันนี้

“52 จังหวัด มีปริมาณฝุ่น PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมงเกินค่ามาตรฐาน (มากกว่า 37.5 มคก./ลบ.ม.) ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ กรุงเทพและปริมณฑล ภาคกลางและภาคตะวันตก เกินค่ามาตรฐานทุกพื้นที่

กรุงเทพและปริมณฑลเกินค่ามาตรฐานทุกพื้นที่ และมี 28 พื้นที่ เกินค่ามาตรฐานอยู่ในระดับส่งผลกระทบต่อสุขภาพ (สีแดง ค่าฝุ่นเฉลี่ย 24 ชั่วโมงมากกว่า 75.1 มคก./ลบ.ม.) มากสุดอยู่ที่ ต.มหาชัย อ.เมือง สมุทรสาคร 100.2 มคก./ลบ.ม.

ภาคกลางและภาคตะวันตก เกิดค่ามาตรฐานทุกพื้นที่ และมี 4 พื้นที่เกินค่ามาตรฐานอยู่ในระดับส่งผลกระทบต่อสุขภาพ มากสุดที่ ต.ย่านซื่อ อ.เมือง อ่างทอง 102.4 มคก./ลบ.ม.

ภาคเหนือมี 21 พื้นที่จาก 29 พื้นที่เกินค่ามาตรฐาน และมี 1 พื้นที่ ต.ธานี อ.เมือง สุโขทัย

เกินค่ามาตรฐานในระดับสีแดง 81.5 มคก./ลบ.ม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มี 13 จาก 17 พื้นที่เกินค่ามาตรฐาน ภาคตะวันออกมี 14 จาก 15 พื้นที่เกินค่ามาตรฐาน” กรมควบคุมมลพิษ รายงานผ่าน Air4Thai ถึงสถานการณ์ฝุ่น 09:00 น. วันนี้ (14 ก.พ. 2567)

สำหรับค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 รายชั่วโมง ข้อมูลจากระบบติดตาม PM2.5 จากเทคโนโลยีดาวเทียมและภูมิสารสนเทศ ของ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) พบว่ามีถึง 69 จังหวัดที่เกินค่ามาตรฐาน และมี 39 จังหวัดอยู่ในระดับสีแดง มีถึง 23 จังหวัดที่ค่าเฉลี่ย PM2.5 รายชั่วโมง มากกว่า 100 มคก./ลบ.ม. มากสุด 5 จังหวัดได้แก่ สมุทรสาคร กรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ อ่างทอง

(ภาพ : คพ.)

คาดหนักต่อเนื่องอีกสัปดาห์

“สถานการณ์ฝุ่นละออง 7 วันข้างหน้า ในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล 17 จังหวัดภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนภาคใต้คุณภาพอากาศยังคงดีอย่างต่อเนื่อง” ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ คาดการณ์

จุดความร้อนเพิ่มทั้งภูมิภาค-เขมรมากสุด

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (GISTDA) เปิดเผยสถานการณ์จุดความร้อนล่าสุด วานนี้ (13 ก.พ. 2567) อ้างอิงข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี (Suomi NPP) และจากดาวเทียมอีกหลายดวง ประเทศไทยมีจุดความร้อนเพิ่มขึ้น รวมถึงจุดความร้อนจากพื้นที่ป่าไม้ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน

“ไทยพบจุดความร้อนทั้งประเทศ 1,097 จุด ซึ่งข้อมูลจากดาวเทียมยังระบุอีกว่าจุดความร้อนที่พบส่วนใหญ่เกิดขึ้นในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 294 จุด ตามด้วยป่าสงวนแห่งชาติ 277 จุด พื้นที่เกษตร 223 จุด พื้นที่เขต สปก. 151 จุด แหล่งชุมชน และอื่น ๆ 135 จุด และพื้นที่ริมทางหลวง 17 จุด สำหรับจังหวัดที่พบจำนวนจุดความร้อนสูงสุด ได้แก่ กาญจนบุรี 234 จุด

ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านพบจุดความร้อนมากสุดอยู่ที่กัมพูชา 3,223 จุด ตามด้วย พม่า 1,447 จุด ลาว 1,051 จุด และเวียดนาม 174 จุด” GISTDA ระบุ

“ตามข้อมูลจาก GISTDA พบว่า จำนวนจุดความร้อนในระดับประเทศเพิ่มขึ้นจากเมื่อวานจาก 691 จุด เป็น 1,097 จุด พื้นที่ป่าไม้มีจำนวนจุดความร้อนเพิ่มขึ้นจาก 347 จุด เป็น 581 จุด ข้าวยังคงครองแชมป์การเผาจำนวน 181 จุด เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และไร่หมุนเวียนเผาเพิ่มขึ้นจาก 15 จุด เป็น 62 จุด ขณะที่อ้อยโรงงานมีจำนวนจุดความลดลงเล็กน้อยเหลือ 55 จุด จาก 29 จุดเมื่อวาน” วิษณุ อรรถวานิช อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นักวิชาการซึ่งติดตามสถานการณ์ฝุ่นอย่างต่อเนื่อง เปิดเผยผ่านเฟสบุ๊ก Witsanu Attavanich วันนี้

(ภาพ : Witsanu Attavanich)

จับตาไฟเหนือ 

เพจ สถานีฝุ่น ซึ่งติดตามสถานการณ์ฝุ่นในพื้นที่ภาคเหนือ ตั้งข้อสังเกตในเพจเกี่ยวกับกลุ่มไฟที่ลุกไหม้ในเขตอุทยานแห่งชาติศรีน่าน จ.น่าน ที่ลุกไหม้มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ 11 ก.พ. 2567 ที่ผ่านมา ว่าเกิดจากสาเหตุใดระหว่างการชิงเผาของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ หรือการลอบเผาแล้วไม่สามารถดับได้

“กลุ่มไฟใหญ่ที่ลุกไหม้ในเขตอุทยานแห่งชาติศรีน่าน บริเวณริมแม่น้ำน่านฝั่งตะวันออกพื้นที่สามเหลี่ยมต่อเนื่องลำคลองสารี ซึ่งเมื่อคืน (13 ก.พ. 2567) มีจุดความร้อน viirs ดาวเทียม NOAA-21 จับได้ 2 จุด

เมื่อรวมกับจุดความร้อนเดิมที่ลุกไหม้ต่อเนื่อง ทำให้พื้นที่สามเหลี่ยมปากคลองสารีต่อกับน้ำน่านมีไฟไหม้ลุกลามเป็นพื้นที่กว้างประมาณหลายพันไร่

จากเหตุดังกล่าวได้พบความย้อนแย้งของข้อมูล ที่รายงานผ่านสาธารณะ ว่าเกิดจากเหตุใดกันแน่ ระหว่างการชิงเผาของเจ้าหน้าที่ หรือ การลอบเผาที่ลุกลามดับไม่ได้ เพราะปรากฏรายงานของ อุทยานฯ ไปยังผู้บังคับบัญชาเมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2567 แสดงถึงไฟดังกล่าวเป็นไฟที่ต้องตรวจสอบ และไม่พึงประสงค์

อย่างไรก็ตาม ได้พบว่า พิกัดพื้นที่ดังกล่าวเคยถูกรายงานผ่านระบบพรีเซนเตชั่นของอุทยานฯ ว่า เป็นพื้นที่เป้าหมายชิงเผาของปี 2567 ด้วย มีความสับสนของข้อมูล เพราะชาวบ้านใกล้เคียงในพื้นที่ อ.นาหมื่น และ อ.นาน้อย ให้การว่า ระหว่างนี้อุทยานฯ ได้ทำการชิงเผาอยู่ ทำให้ยังเกิดความไม่ชัดเจนว่ากลุ่มไฟที่ลุกไหม้ต่อเนื่องข้ามวันต่อเนื่องเป็นวันที่สี่ เกิดจากสาเหตุใดกันแน่ 

ทั้งนี้ เมื่อปี 2566 อุทยานฯ ศรีน่าน เกิดไฟไหม้ป่ากว่า 4 แสนไร่ จากพื้นที่ทั้งหมด 6 แสนไร่ เป็นพื้นที่มากสุดเป็นลำดับหนึ่งของป่าอนุรักษ์ ในปีนี้รัฐมีเป้าหมายลดการไหม้ในอุทยานฯ แห่งนี้ลง 50%” สถานีฝุ่น รายงาน

สำหรับสถานการณ์ไฟในพื้นที่ป่าศรีน่าน บัณรส บัวคลี่ ผู้ติดตามสถานการณ์ฝุ่นไฟในพื้นที่ภาคเหนือ เปิดเผยว่า ถือว่าเริ่มต้นได้ดีจากการเตรียมการของเจ้าหน้าที่ โดยในช่วงต้นปีป่าศรีน่านแทบไม่มีไฟลุกไหม้เลย แต่การเผาไหม้ติดต่อกันหลายวันในครั้งนี้ถือว่าเริ่มเป็นสัญญาณที่ไม่ดีเท่าไหร่

“ปีนี้มาดีมาก เจ้าหน้าที่ของป่าศรีน่าน รับเดิมพันคำท้าต้องลดไฟลงให้ได้ 50% เขาเตรียมการทั้งบู๊บุ๋น ทำงานกับชาวบ้านชุมชนล่วงหน้า นับจากต้นปีมา ป่าศรีน่านแทบไม่มีไฟเลย ออกตัวสตาร์ทสวยงามมาก แต่เมื่อคืนโผล่มาจุดนึง เริ่มเป็นสัญญาณไม่ดีเท่าไหร่

พิกัดตรงนั้นมันคือป่าคนละฟากแม่น้ำน่านไปทางตะวันออก ซึ่งไหม้ใหญ่เป็นประจำ อีกฟากหนึ่งของป่ามีชุมชนขนาบ แต่ดั้งเดิมมันก็ชายแดนแหละ มีคดีลอบตัดไม้กฤษณา มีโน่นนี่ ป่าชายแดนมีความเทา ๆ ด้วย กลางกุมภาพันธ์นับจากนี้จะเข้าสู่สถานการณ์ทีเด็ดทีขาดแล้ว” บัณรส กล่าว

คืนของวันที่ 13 ก.พ. 2567 ที่ผ่านมา เพจ ฮาลำพูน ได้เปิดเผยภาพของดอยบ้านทุ่งยาว ต.ศรีบัวบาน อ.เมือง จ.ลําพูน ซึ่งได้เกิดไฟลุกไหม้ กระจายเป็นวงกว้าง โดยได้ตั้งข้อสังเกตว่า ไฟดังกล่าวเป็นการชิงเผาโดยเจ้าหน้าที่หรือว่าเป็นการลักลอบเผา และจากข้อมูลล่าสุดเมื่อเช้าวันนี้ ทางเพจระบุว่า ไฟเกิดจากการลักลอบเผา โดยทางเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลศรีบัวบาน แจ้งว่าไม่ใช่เกิดจากการชิงเผาแต่เกิดการลักลอบเผาจากบุคคลอื่นเนื่องจากการชิงเผาได้เสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อช่วงกลางวันของวันที่ 13 ก.พ. 2567 โดยอยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่ พร้อมระบุวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ก็ได้ลงพื้นที่ตั้งแต่เมื่อคืนหลังจากทราบข่าวว่าเกิดไฟไหม้บนดอย แต่เนื่องจากมีภูเขาสลับซับซ้อนจึงทำให้เกิดความยากลำบากในการทำงาน

สำหรับอีกหนึ่งสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ เขตอุทยานแห่งชาติแม่โถ จ.เชียงใหม่ สำนักข่าวไทย รายงานวันนี้ ระบุว่า ล่าสุดไฟสร้างความเสียหายแล้ว 35 ไร่ และยังเหลือจุดที่ยังไม่สามารถดับได้เนื่องจากเกิดการลุกลามไปบนภูเขาสูง

(ภาพ : สถานีฝุ่น)

“ยังไม่ดับ” ไฟป่าตะวันตก

สำหรับสถานการณ์ในไฟป่าตะวันตก เพจ ฝ่าฝุ่น เปิดเผยวันนี้ ระบุว่า จากแนวโน้มที่คาดว่าไฟป่าจะลดลง แต่ขณะนี้จุดความร้อนบริเวณอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี ​เพิ่มขึ้นตลอด 5 วันที่ผ่านมา และในวันพรุ่งนี้ลมตะเภาจะเริ่มพัดแรง และนำฝุ่นจากไฟป่ากลุ่มนี้กลับขึ้นไปภาคกลาง และภาคเหนือเป็นรอบที่สอง

ขณะนี่การดำเนินการดับไฟของเจ้าหน้าที่บริเวณเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าสลักพระ และอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ยังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยการใช้เฮลิคอปเตอร์บินทิ้งน้ำดับไฟ พร้อมกับทีมเดินเท้าเสือไฟ สำนักงาน​ป้องกัน​และ​บรรเทา​สาธารณภัย​จังหวัด​กาญจนบุรี เปิดเผยผลการดำเนินการดับไฟของวานนี้ ระบุว่าสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี ขณะนี้​พบว่ามีปริมาณจุดความร้อนลดลงอย่างต่อเนื่อง​ แต่การปฏิบัติ​งานยังคง​เป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากพื้นที่​มีสภาพเป็นป่า​ ภูเขาสลับซับซ้อน และยังมีช้างป่าอาศัยอยู่ ทำให้เจ้าหน้าต้องเพิ่มความระมัดระวังมาก

(ภาพ : มติชน)

ฝุ่นกรุง “อัตราการระบายอากาศต่ำ”

“สำหรับเช้าวันนี้อัตราการระบายอากาศในกรุงเทพฯ อยู่ในระดับต่ำ ทำให้ฝุ่นในพื้นที่ (จากรถยนต์ รถบรรทุก โรงงานอุตสาหกรรม การเผาขยะในพื้นที่ เป็นต้น) ระบายออกได้ไม่ดีมากนัก ปรากฏการณ์ฝาชีครอบต่ำช่วยเสริมทำให้ฝุ่นพิษหนักขึ้น พร้อมกับการเผาในภาคเกษตร และป่าไม้ที่หนักหน่วงมากขึ้นทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน มีบุฟเฟ่ต์ฝุ่นพิษแถมมะเร็งร้ายสูดได้ไม่อั้นมาเสริฟถึงบ้านทุกคน ต้องระวังกันให้มาก” วิษณุ เปิดเผย

(ภาพ : Witsanu Attavanich)

แนะยกระดับ “การรายงานคุณภาพอากาศ-เกณฑ์” 

อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้เสนอให้มีการยกระดับการรายงานคุณภาพอากาศด้วย โดยระบุว่า สถานการณ์ฝุ่นหลายพื้นที่ในวันนี้ถ้าใช้เกณฑ์สากลจะถือว่าอยู่ในระดับที่อันตรายมากต่อสุขภาพ (สีม่วง) แต่หากติดตามผ่านเว็บไซต์ Air4Thai จะพบว่าจะอยู่ในระดับสีส้มเท่านั้น จึงเสนอให้มีการยกระดับการรายงานคุณภาพอากาศเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริงได้มากกว่า

“วันนี้ชวนเปรียบเทียบแถบสีที่รายงานการเตือนภัยต่อสุขภาพระหว่างการใช้แอปซึ่งใช้เกณฑ์ประเทศไทยในการคำนวณดัชนีคุณภาพอากาศกับการใช้แอปซึ่งใช้เกณฑ์สากลอย่าง USEPA ในการคำนวณดัชนีคุณภาพอากาศ 

เราจะเห็นได้ชัดเจนว่าระดับการเตือนภัยต่อสุขภาพต่างกันอย่างมาก แอปของไทยยังดูเหมือนค่าฝุ่นไม่เยอะมาก กลุ่มเสี่ยง เด็ก คนสูงวัย และสตรีมีครรภ์ คงป่วยกันไปตาม ๆ กัน ขณะที่แอปซึ่งใช้เกณฑ์สากลอย่าง USEPA เตือนภัยได้เข้มข้น และสะท้อนความเสี่ยงต่อสุขภาพได้ดีกว่าแอปซึ่งใช้เกณฑ์ประเทศไทย ดังนั้น ควรยกระดับการสื่อสารเรื่องความเสี่ยงต่อสุขภาพให้สอดคล้องกับสุขภาพของประชาชนไทยที่ไม่ได้แตกต่างจากประชาชนในประเทศอื่น ๆ” วิษณุ เปิดเผย

(ภาพ : กทม.)

กทม. ประกาศ Work From Home 15 – 16 ก.พ. 

เพจ กรุงเทพมหานคร รายงานวันนี้ ระบุว่า ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประกาศหน่วยงาน กทม. WFH และขอความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน จำนวน 151 แห่ง (60,279 คน) ในวันพฤหัสบดีที่ 15 และศุกร์ที่ 16 ก.พ. ที่จะถึงนี้

สำหรับโรงเรียนในสังกัด กทม. ยังคงเปิดตามปกติ เนื่องจากโรงเรียนเป็นพื้นที่ Safe Zone ที่มีการทำห้องเรียนปลอดฝุ่น สำหรับป้องกันฝุ่นให้แก่เด็กนักเรียน มีการแจกหน้ากากอนามัย และได้กำหนดแนวทางปฏิบัติ เช่น งดกิจกรรมกลางแจ้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่ดุลยพินิจของผู้บริหารในพื้นที่