คืบหน้า “เจรจาพีมูฟ-รัฐบาล” ในการชุมนุมหน้าทำเนียบ วันที่ 8

พีมูฟยื่นจี้ภูมิธรรมอีกรอบ “เรียกร้อง 9 ข้อ” เร่งรัดแก้ปัญหา พร้อมแถลงเรียกร้องจี้อีกครั้ง “เปิดประชุม 3 อนุฯ ใน 13 ก.พ. – ขู่ยกระดับการชุมนุม”

ด้านภูมิธรรมส่งรองปลัดฯ ชี้แจง 4 ความคืบหน้า “กำลังประสาน-กำลังเร่งรัด-รอการพิจารณา”

(ภาพ : ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม)

ยื่นจี้ภูมิธรรมอีก “เรียกร้อง9 ข้อ” 

วันนี้ (12 ก.พ. 2567) เวลา 11.00 น. ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) หรือ พีมูฟ เคลื่อนขบวนออกจากบริเวณที่ปักหลักชุมนุม ไปยังถนนด้านหน้าทำเนียบรัฐบาล หลังจากการปักหลักชุมนุมเป็นระยะเวลากว่าหนึ่งสัปดาห์ แต่หลายข้อเรียกร้องยังคงยืดเยื้อและไร้ความคืบหน้า จึงมีการเตรียมการยื่นหนังสือถึง ‘ภูมิธรรม เวชยชัย’ รองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาขปส.

ในหนังสือมีข้อเรียกร้องเร่งรัดให้ติดตามความคืบหน้า 9 ประเด็น ได้แก่

1. สั่งการ ไปยังคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะทำงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งรัดดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยเร็วที่สุด โดยเปิดประชุมเจรจาหาแนวทางแก้ไขปัญหา ภายใน “วันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567” โดยมีคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะทำงาน ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

1.1 คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินทั้งระบบ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (คณะทำงานกระทรวงมหาดไทย, กระทรวงการคลัง,กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, คณะทำงานแก้ไขปัญหาที่ดินที่เกี่ยวข้องกับสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน)

1.2 คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากโครงการพัฒนาของรัฐ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

1.3 คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย

1.4 คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาสิทธิและสถานะบุคคล

2. ประสานงานไปยัง รองนายกรัฐมนตรี (สมศักดิ์ เทพสุทิน) ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการส่งเสริมสิทธิ เสรีภาพ การกระจายอำนาจ และการจัดการภัยพิบัติ เพื่อจัดการประชุมหาแนวทางการดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยเร็วที่สุดภายในเดือนกุมภาพันธ์

3. ประสานงานไปยังรองนายกรัฐมนตรี (สมศักดิ์ เทพสุทิน) ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการฟื้นฟูวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลและชาวกะเหรี่ยง เพื่อจัดการประชุมหาแนวทางการดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยเร็วที่สุดภายในเดือนกุมภาพันธ์

4. สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) เร่งรัดการดำเนินการยกร่างแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวง ภายใต้พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 ซึ่งส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บภาษีที่ดินแปลงรวม/โฉนดชุมชน และที่ดินในโครงการของรัฐฯ ให้แล้วเสร็จโดยเร็วและนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติและคณะรัฐมนตรี ก่อนมีการประเมินละเรียกเก็บภาษี ในเดือนมีนาคม 2567

5. สั่งการให้ สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เร่งรัดกำหนดวันประชุม คณะกรรมการประสานงานเพื่อจัดให้มีโฉนดชุมชน ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน ปี พ.ศ. ๒๕๕๓ และ ปี พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ท่านเป็นประธาน ภายใน “วันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2567”

6. ขอให้ท่านรองนายกรัฐมนตรี (นายภูมิธรรม เวชยชัย) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานเพื่อจัดให้มีโฉนดชุมชน พิจารณาเห็นชอบคุ้มครองพื้นที่ที่ยื่นขอโฉนดชุมชนตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน จำนวน 200 ชุมชน

7. ขอให้นายกรัฐมนตรีเร่งรัดในการพิจารณา ให้การรับรอง ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง พ.ศ. ……… ซึ่งขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม กลุ่มชาติพันธุ์ และ ประชาชนทั่วไป ได้ใช้สิทธิเข้าชื่อเสนอกฎหมาย 16,559 คน

8. สั่งการเร่งรัดไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านกฎมาย และกระบวนการยุติธรรม พิจารณาทบทวนปรับปรุงเนื้อหากฎหมายป่าไม้ 3 ฉบับ

9. ขอให้นายกรัฐมนตรีเร่งรัดในการพิจารณาแก้ไขคำสั่งแต่งตั้ง ประธานคณะกรรมการอำนวยความยุติธรรมเพื่อแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชน เพื่อให้สามารถแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชนบรรลุผลอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเปลี่ยนแปลงคำสั่งโดยมอบหมายให้ พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล มาปฏิบัติหน้าที่ประธานคณะกรรมการชุดดังกล่าวตามมติคณะรัฐมนตรี ภายในวันอังคารที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2567

(ภาพ : ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม)

แถลงจี้ “เปิดประชุม 3 อนุฯ ใน 13 ก.พ. – ขู่ยกระดับการชุมนุม”

ตัวแทนพีมูฟได้อ่านแถลงการณ์ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ฉบับที่ 8 เรื่อง สัปดาห์ที่สองของพีมูฟทวงสิทธิ หลายข้อเรียกร้องยังไม่คืบหน้า โดยมีเนื้อหาดังนี้

“เข้าสู่สัปดาห์ที่สองของการปักหลักชุมชนของพวกเรา ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ พีมูฟ เพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ปัญหาประชาชนตามที่รัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน และคณะรัฐมนตรีได้มีมติร่วมกันเพื่อเดินหน้าผลักดันข้อเรียกร้องเชิงนโยบาย รวมถึงการแก้ไขปัญหารายกรณีที่เกี่ยวข้องกับนโยบาย 10 ด้านของพีมูฟ ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ด้านสิทธิเสรีภาพ ประชาธิปไตย การกระจายอำนาจ การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม การกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การจัดการภัยพิบัติ การคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ การแก้ไขปัญหาสิทธิ และสถานะบุคคล ผลักดันรัฐสวัสดิการ ตลอดจนแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยและสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน โดยข้อเรียกร้องเชิงนโยบายเหล่านี้ล้วนเกี่ยวกับกับชีวิตของประชาชนทุกคนในประเทศนี้ ซึ่งเป็นเวลากว่า 3 เดือนแล้วหลังการมีมติคณะรัฐมนตรีรับรองข้อเรียกร้องดังกล่าวของพีมูฟ แต่การดำเนินการในหลายเรื่องยังล่าช้า ไม่แล้วเสร็จ ส่งผลต่อสถานการณ์ในพื้นที่ที่กลับมาปะทุรุนแรงขึ้นอีกครั้ง

พี่น้องพีมูฟส่วนมากได้รับผลกระทบในด้านที่ดินทำกิน ซึ่งคือปัจจัยการผลิต และที่อยู่อาศัย ซึ่งคือปัจจัยสี่ในการดำรงชีวิตของมนุษย์ปุถุชนทั่วไป นั่นหมายความว่ารัฐต้องจัดสรรที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยแก่ประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม ขึ้นอยู่กับอัตลักษณ์และวิถีวัฒนธรรมที่ต่างกันในระดับพื้นที่ อย่างไรก็ตามความทับซ้อนของที่ดินรัฐที่ประกาศทับลงไปในพื้นที่ชุมชนขณะนี้ที่เกี่ยวโยงกับหลายหน่วยงาน หลายกระทรวง ที่มีแนวการปฏิบัติเพื่อลิดรอนสิทธิประชาชนมากกว่าการเอื้ออำนวยให้ประชาชนได้ดำรงวิถีบนผืนแผ่นดินอย่างยั่งยืนนั้น กำลังเบียดขับประชาชนจำนวนมหาศาลให้ต้องกลายเป็นประชาชนที่ไร้ที่ทำกินและถิ่นอาศัย คนจนที่จนอยู่แล้วจึงยิ่งจน คนที่ตกต่ำอยู่แล้วจึงยิ่งตกต่ำ ภายใต้การกดขี่ของรัฐและทุนที่บีบรัดเข้ามาในทุกด้านแม้จะผ่านการเลือกตั้งจนได้รัฐบาลที่อ้างตนว่ามาจากระบอบประชาธิปไตยแล้วก็ตาม

เราจึงได้ออกมาชุมนุมเรียกร้อง ปักหลักยืดเยื้ออีกครั้ง เพราะไม่อาจทนรอความหวังลมๆ แล้งๆ อยู่ในพื้นที่ได้อีกต่อไป ในเมื่อเราได้มีกลไกการแก้ไขปัญหาร่วมกับรัฐบาลตั้งแต่การชุมนุมเมื่อเดือนตุลาคม 2566 แล้ว การแก้ไขปัญหาควรเดินไปได้อย่างดี ไม่ควรมีการเตะถ่วง ยื้อเวลาต่อไปอีก 

เราจึงขอเรียกร้องไปยังรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม เร่งเปิดประชาคณะอนุกรรมการเร่งด่วนภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ จำนวน 3 ชุด ได้แก่ คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินทั้งระบบ คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย และคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาสิทธิสถานะบุคคล นอกจากนั้นยังมีคณะทำงานภายใต้คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินทั้งระบบที่ต้องเร่งจัดประชุมอีก 2 ชุด ได้แก่ คณะทำงานแก้ไขปัญหาที่ดินทั้งระบบที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงมหาดไทย และ คณะทำงานแก้ไขปัญหาที่ดินทั้งระบบที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงการคลัง ซึ่งต้องเร่งรัดเปิดประชุมให้ได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้

นอกจากนั้นยังมีข้อเรียกร้องที่ต้องผ่านการประชุมคณะรัฐมนตรีภายในวันอังคารที่ 13 กุมภาพันธ์นี้ ได้แก่ การพิจารณาเห็นชอบคุ้มครองพื้นที่ที่ยื่นขอโฉนดชุมชนตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน จำนวน 200 ชุมชน ที่ได้เข้ายื่นรายชื่อทั้งหมดถึง ภูมิธรรม เวชยชัย แล้ว เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รวมถึงให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบหลักการในการสนับสนุนการพัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในที่ดินทุกประเภท

รวมถึงมีข้อเรียกร้องโดยตรงไปยัง เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้ต้องเร่งลงนามรับรองร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง ฉบับประชาชนเข้าชื่อเสนอกฎหมาย เพื่อให้ทันเข้าพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร และให้เร่งรัดลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยความยุติธรรมเพื่อแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งมีพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธาน โดยเราขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีต้องลงนามภายในวันอังคารที่ 13 กุมภาพันธ์เท่านั้น

ทุกข้อเรียกร้องเหล่านี้คือข้อเรียกร้องพื้นฐานเพื่อการดำรงชีวิตอยู่ของประชาชนในสังคมไทย อย่าง ‘มีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี’ ที่แท้จริง ซึ่งจะดำรงอยู่เช่นนั้นได้คือต้องมีความมั่นคงในที่ดินและความมั่นคงในชีวิต สร้างสังคมที่ปราศจากความเหลื่อมล้ำ หยุดเอื้อกลุ่มทุนใหญ่และชนชั้นนำ เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันเสียที ซึ่งก้าวแรกที่รัฐบาลควรทำคือการดำเนินการตามข้อเรียกร้องของพวกเราโดยเร็วที่สุด และเราขอยืนยันว่าจะยังคงปักหลักชุมนุมอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาลไม่มีกำหนด จนกว่าจะบรรลุทุกข้อเรียกร้อง ทั้งนี้เพื่อปกป้องผืนดิน ที่อยู่อาศัยแห่งสุดท้ายของเราให้ยังคงอยู่ยั่งยืนถึงลูกถึงหลาน

พีมูฟพร้อมยกระดับการชุมนุม หากข้อเรียกร้องไม่คืบ” พีมูฟระบุ

(ภาพ : ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม)

ภูมิธรรมส่งรองปลัดฯ ชี้แจง 4 ความคืบหน้า

หลังการแถลงการณ์ ผู้ชุมนุมยังคงยืนปักหลักรอตัวแทนรัฐบาลมารับหนังสือ เป็นเวลากว่า 40 นาที ก่อน ‘มงคลชัย สมอุดร’ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนมารับหนังสือจากผู้ชุมนุม โดยมงคลชัยได้รายงานความคืบหน้าในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้

1. กรณีการพิจารณาแก้ไขคำสั่งแต่งตั้ง ประธานคณะกรรมการอำนวยความยุติธรรมเพื่อแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชน ความคืบหน้าขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ว่าจะลงนามหรือไม่ อย่างไร

2. กรณีให้สั่งการไปยังคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะทำงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งรัดดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยเร็วที่สุด โดยเปิดประชุมเจรจาหาแนวทางแก้ไขปัญหา ภายใน “วันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2567” อยู่ในระหว่างการประสานงาน แม้จะมีการเร่งให้เปิดประชุมโดยเร่งด่วนมาตลอดสัปดาห์ของการปักหลักชุมนุม

3. กรณีให้ประสานงานไปยัง รองนายกรัฐมนตรี (นายสมศักดิ์ เทพสุทิน) ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการส่งเสริมสิทธิ เสรีภาพ การกระจายอำนาจ และการจัดการภัยพิบัติ และประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการฟื้นฟูวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลและชาวกะเหรี่ยง ทางมงคลชัยกล่าวว่าจะประสานติดต่อไปในวันนี้ เวลา 13.00 น.

4. กรณีให้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) เร่งรัดการดำเนินการยกร่างแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวง ภายใต้พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 และให้สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เร่งรัดกำหนดวันประชุม คณะกรรมการประสานงานเพื่อจัดให้มีโฉนดชุมชน ทางมงคลชัยกว่าวว่า จะประสานงานให้ สคทช. และสำนักงานโฉนดชุมชน มาพูดคุยหารือภายในเวลา 14.00 น. ของวันนี้

ทางพีมูฟยืนยันในช่วงบ่ายว่า หากไม่มีความคืบหน้าตามที่รายไว้ภายในวันนี้ จะมีการยกระดับการชุมนุมต่อไป