เรียกร้อง กทม. “ยุติ-เริ่มกระบวนการใหม่” ร่างผังเมืองรวมฉบับใหม่กรุงเทพฯ

สภาผู้บริโภคจับมือ นักวิชาการ เครือข่ายภาคประชาชน เรียกร้อง กทม. ยุติการดำเนินการผังเมืองรวม ชี้ขัดรัฐธรรมนูญขัด พรบ.ผังเมืองกระบวนการรับฟังความเห็นมีปัญหารอนสิทธิคนกรุงทำพื้นที่มรดกวัฒนธรรมหาย

ด้านนักวิชาการจุฬาฯ ระบุขาดหลักการและวิธีคิดการทำผังเมือง

อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เผยเป็นร่างผังเมืองฯ ที่จะเอาบึงรับน้ำให้เอกชนทำบ้านจัดสรรเตรียมยื่น ปปชช. สอบ” ส่วน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กรณ์ จาติกวนิช ระบุเป็นผังทีไร้ยุทธศาสตร์ในการตอบโจทย์ปัญหาจริงคนกรุง

(ภาพ : สภาผู้บริโภค)

ออกแถลงการณ์เรียกร้องยุติเริ่มกระบวนการใหม่

จากกรณีที่กรุงเทพมหานครได้เริ่มกระบวนการจัดทำและวางผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร และมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่ 50 เขตเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2567 ที่ผ่านมาและเปิดให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นคัดค้านได้ถึงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 นั้น

สภาผู้บริโภคและเครือข่ายภาคประชาชน ขอเรียกร้องให้กรุงเทพมหานครยุติการดำเนินการทั้งหมด เนื่องจากเห็นว่ากระบวนการดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงเรียกร้องให้กรุงเทพมหานคร ยุติการดำเนินการจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4) และขอให้จัดเริ่มกระบวนการใหม่โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น  ทั้งนี้ เป็นการระดมความคิดเห็นในเวทีเสวนาหยุดผังเมืองกรุงเทพฯ เหนือสิทธิประชาชน  โดยมีผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นจากเครือข่ายชุมชนปกป้องคุณภาพชีวิตคนเมือง สมาคมอนุรักษ์ศิลปกรรมและสิ่งแวดล้อม เครือข่ายประชาชนจากสุขสวัสดิ์ ซอยอารีย์ ซอยสวัสดี หมู่บ้านศุภาลัยพระราม 2 ซอยสุขุมวิท 49 และนักวิชาการ

เครือข่ายภาคประชาชนจึงได้ร่วมกันอ่านแถลงการณ์ เพื่อเรียกร้องให้กรุงเทพมหานครยุติกระบวนการรับฟังความคิดเห็น การปรึกษาหารือ และการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการวางและจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4) และขอให้เริ่มกระบวนการใหม่โดยไม่มีร่างผังเมืองที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จจริง

ตัวแทนสภาผู้บริโภคและเครือข่ายภาคประชาชน แถลงในเวทีเสวนาหยุดผังเมืองกรุงเทพฯ เหนือสิทธิประชาชนเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา

(ภาพ : สภาผู้บริโภค)

ขัดรัฐธรรมนูญขัด พรบ.ผังเมืองสภาผู้บริโภค

เหตุผลที่ต้องเรียกร้องให้กรุงเทพมหานครยุติการดำเนินการทั้งหมดในการร่างผังเมืองรวมฉบับนี้ประกอบด้วย

1. การดำเนินการวางและจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4) ขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ..2560 มาตรา 72 (2) ที่ระบุว่ารัฐพึงจัดให้มีการวางผังเมืองทุกระดับและบังคับการให้เป็นไปตามผังเมืองอย่างมีประสิทธิภาพรวมตลอดทั้งพัฒนาเมืองให้มีความเจริญโดยสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ต้องเริ่มต้นจากการรับฟังความคิดเห็น การปรึกษาหารือ  และการมีส่วนร่วมของประชาชนในแต่ละพื้นที่ก่อนการจัดทำร่างผังเมืองรวม แต่มีการจัดทำร่างผังเมืองรวมฉบับนี้ไม่มีกระบวนการดังกล่าว จึงขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ

2. ร่างผังเมืองครั้งนี้ขัดต่อกฎหมายการวางและจัดทำผังเมืองอาจขัดต่อมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.. 2562 คือไม่มีการประชาสัมพันธ์ทำอย่างไม่ทั่วถึง ประชาชนจำนวนมากไม่ทราบถึงการวางและจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4)

นอกจากนี้ข้อมูลที่ให้ในการรับฟังความคิดเห็นกับประชาชนไม่มีความละเอียดครอบคลุมเพียงพอที่จะทำให้ประชาชนในแต่ละพื้นที่เข้าใจถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับตนเองชุมชนสิ่งแวดล้อมความหลากหลายทางชีวภาพและไม่ให้ข้อมูลแนวทางการเยียวยาความเสียหายเดือดร้อน

ด้วยเหตุผลดังกล่าวพวกเราขอให้กรุงเทพมหานคร ยุติกระบวนการรับฟังความคิดเห็นการวางและจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4) ที่ดำเนินการอยู่ และขอให้จัดรับฟังความคิดเห็น ปรึกษาหารือ และการมีส่วนร่วมของประชาชนขึ้นใหม่โดยต้องเริ่มจากการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในแต่ละพื้นที่ก่อนที่จะมีการจัดทำร่างผังเมืองรวม ไม่ใช่นำร่างผังเมืองรวมที่ประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วมแต่แรกมาใช้รับฟังความคิดเห็น อย่างเช่นที่ทำอยู่ในขณะนี้อิฐบูรณ์ อ้นวงษา รองเลขาธิการสภาผู้บริโภคกล่าวในเวทีฯ

(ภาพ : สภาผู้บริโภค)

กระบวนการรับฟังความเห็นมีปัญหาเครือข่ายคนเมืองฯ

เป็นที่ชัดเจนว่าผังเมืองรวมฉบับดังกล่าวมีจุดอ่อนในเรื่องการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ขาดการมีส่วนรวมของประชาชน ขัดต่อกฎหมายผังเมืองปี 2562 มาตรการ 9 และเมื่อไม่รับฟังประชาชน อีกทั้งผังเมืองก็ไม่ได้สะท้อนความต้องการในการจัดการเมืองร่วมกันตั้งแต่ต้น เพราะฉะนั้นร่างผังเมืองฉบับนี้จึงจบแล้วตั้งแต่ต้น ไปต่ออีกไม่ได้เลย ก้องศักดิ์ สหะศักดิ์มนตรี เครือข่ายชุมชนปกป้องคุณภาพชีวิตคนเมืองกล่าว

รอนสิทธิคนกรุงทำพื้นที่มรดกวัฒนธรรมหายสมาคมอนุรักษ์ฯ

หากกางร่างผังเมืองฯ ฉบับนี้ จะพบว่าลิดรอนสิทธิ์ของคนกรุงเทพ จำนวนมากมีการวางสีแดง ส้ม เหลือง เขียว ที่เลือกจากย่านธุรกิจ ทำให้พื้นที่มรดกวัฒนธรรมจะหายไป ทั้งที่เป็นส่วนมรดกที่จับต้องไม่ได้ก็คือชาวบ้าน ที่จะต้องหาที่อยู่อาศัยใหม่ ความเป็นชุมชนจะหายไปหมด

ส่วนมรดกที่จับต้องได้อย่างเช่น ตึก บ้าน ร้านค้า พื้นที่เยาวราช ส่วนใหญ่เป็นอาคารเช่า และสตรีทฟู้ด หากขยายถนนพื้นที่วัฒนธรรมสำคัญของคนกรุงเทพจะหายไปสมาคมอนุรักษ์ศิลปกรรมและสิ่งแวดล้อมจึงไม่เห็นด้วยต่อกระบวนการประชุมรับฟังความคิดเห็นวันที่ 6 มกราคม 2567 ที่ผ่านมาและขอให้ทบทวนการดำเนินการทั้งหมด

ผมคิดว่าจากสถานการณ์ผังเมืองกทม. ที่ผ่านมาจนปัจจุบันเกิดผลกระทบมาโดยตลอดเพราะมีการบังคับใช้อย่างไม่เหมาะสมมีการใช้มาตรการด้านการเงินเพื่อเวนคืนโดยรัฐ แต่รอนสิทธิประชาชนไม่เป็นธรรมเท่าที่ควร ไม่เคยมีการคำนึกถึงสิทธิชุมชนที่อยู่มานานในย่านโดยเน้นให้สิทธิประชาชนที่เป็นเจ้าของที่ดิน ตามกฏหมาย และผังเมืองรวมไม่สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมและปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ วิรพันธุ์ ชินวัตร อุปนายกสมาคมอนุรักษ์ศิลปกรรมและสิ่งแวดล้อม (SCONTE) กล่าว

ขาดหลักการและวิธีคิดการทำผังเมืองอาจารย์รัฐศาสตร์ จุฬา

ผังเมืองคือรัฐธรรมนูญฉบับท้องถิ่น ที่กำหนดทิศทางเมืองและการอยู่ร่วมกัน ซึ่งคนที่มีอำนาจในเมืองคือคนที่อยู่อาศัยในเมือง เพราะฉะนั้นผังเมืองที่ดีต้องคุ้มครองคนที่อยู่อาศัยได้

อย่างไรก็ตามหลังจากการได้พิจารณาร่างผังมืองรวมฯ ฉบับนี้แล้วพบว่าขาดหลักการและวิธีคิดในการทำผังเมือรวมใน 2 ข้อ คือ หนึ่ง กำหนดอำนาจและทิศทางการพัฒนาเมืองอย่างสมดุลของคนที่ใช้ชีวิตในเมือง และสอง ผังเมืองต้องทำหน้าที่เป็นรัฐธรรมนูญท้องถิ่นที่คุ้มครองคนที่ใช้ชีวิตในเมืองได้ แต่ผังเมืองฉบับนี้ไม่ได้ทำหน้าที่นั้น คนเมืองไม่มีสิทธิ์ในผังเมืองจนกว่าจะเป็นผู้ได้รับผลกระทบหรือเป็นเจ้าของที่ดิน ซึ่งผังเมืองที่ดีจะต้องลดความขัดแย้งและทำให้คนมีความสุขเพิ่มขึ้น

ผมคิดว่าทางออกในเรื่องนี้มี 2 ทางคือ กรุงเทพมหานครต้องยุติการดำเนินการผังเมืองฉบับนี้เพราะว่า คนที่อยู่อาศัยในเมืองที่ไม่ใช่แค่คนจนแต่คนรวยก็ได้รับผลกระทบ หลังจากนั้นต้องร่างผังเมืองใหม่โดยให้คนเมืองออกแบบเมืองที่ตัวเองอยากอยู่อาศัยร่วมกัน ผศ.ดร.พิชญ์  พงษ์สวัสดิ์ คณะรัฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการวางผังเมืองกล่าว

(ภาพ : สภาผู้บริโภค)

เอาบึงรับน้ำให้เอกชนทำบ้านจัดสรรเตรียมยื่น ปปชช. สอบอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี

กระบวนการทำผังเมืองรวม กทม. ฉบับนี้ ไม่มีการรับฟังความคิดเห็น แต่มีการรับฟังความคิดเห็นอย่างเดียวคือการประชาพิจารณ์เรื่องบึงรับน้ำคู้บอนขนาด 8 แสนล้านลูกบาศก์เมตรซึ่งประชาชนอยากให้ดำเนินการแต่ปรากฏว่าไม่มีการกำหนดในผังน้ำและไม่มีการเวนคืนที่ดินดังกล่าวแต่มีการนำพื้นที่ไปให้บริษัทเอกชนทำบ้านจัดสรร

เรื่องนี้เตรียมจะยื่นให้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (...) ตรวจสอบ อรรถวิชช์  สุวรรณภักดี อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า ตั้งข้อสังเกตในฐานะประชาชน

ไร้ยุทธศาสตร์ตอบโจทย์ปัญหาคนกรุงกรณ์ จาติกวนิช

ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีกรุงเทพมหานครที่เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดอยู่เพียงเมืองเดียวในขณะที่ประเทศอื่นมีการกระจายตัวของตัวเมืองใหญ่ตามภูมิภาคต่างๆแต่ของประเทศไทยกลับมีความกระจุกตัวสูงมากเพราะฉะนั้นจึงมีคำถามที่ควรต้องมีคำตอบว่าเราควรมียุทธศาสตร์หรือทัศนคติในการพัฒนาประเทศอย่างไร

การทำแผนผังหรือแผนพัฒนาเมืองในอนาคตจะต้องพิจารณาถึงประเด็นความเจ็บปวดของคนกรุงเทพ (Pain Point) ซึ่งกรุงเทพมหานครมีปัญหาเรื่องน้ำท่วมรถติดคุณภาพอากาศและพื้นที่สีเขียวเพราะฉะนั้นใครก็ตามที่จะเสนอแผนพัฒนาพัฒนาตัวเมืองกรุงเทพต้องตอบให้ได้ก่อนว่าแผนที่จะเสนอจะนำไปสู่การแก้ปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไร

ผมมีประเด็นคำถามอย่างมากว่ายุทธศาสตร์การร่างผังเมืองร่างที่ 4 นี้จริง ๆ ยุทธศาสตร์เพื่อตอบโจทย์ประโยชน์ของใครและผมคิดอย่างไรก็ตาม ผมก็มีข้อสรุปได้เพียงข้อเดียว ผู้ที่ได้ประโยชน์ชัดเจนมากที่สุดคือนายทุน ไม่ใช่ประชาชน กรณ์ จาติกวนิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แสดงความเห็นในฐานะประชาชน