“คืบเล็กน้อย” ความพยายามเจรจา “พีมูฟ-รัฐบาล” ในการชุมนุมวันที่ 5

พีมูฟออกแถลงการณ์จี้ฉบับที่ 5 ก่อนยื่น “ภูมิธรรม” จี้ดัน “ปลดล็อกโฉนดชุมชน-เปิดประชุมภายใน 13 ก.พ.” และ คำตอบจากตัวแทนรัฐบาลคือ “ต้องใช้เวลา-จะเร่งรัดดำเนินการ” ซึ่งแกนนำพีมูฟสรุปว่า “คืบเล็กน้อย-กรอบเวลายังไม่ชัด”

ด้านประชุมนัดแรก “คณะกรรมการอิสระบางกลอย” ที่รัฐบาลเศรษฐาตั้ง มีมติเห็นชอบ 3 ข้อ ให้รมว.ทรัพยากรประสานตั้งคณะทำงานร่วม 3 ฝ่าย ให้รมว.ยุติธรรมประสานเรื่องคดี ให้รมว.เกษตรประสานเรื่องปัญหาในพื้นที่

“พอใจ (ระดับหนึ่ง)” บางกลอยคืนถิ่นเผย 

(ภาพ : ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม)

ยื่นภูมิธรรม ทวงความคืบหน้าโฉนดชุมชน

วันนี้ (9 ก.พ. 2567) เวลาประมาณ 15:00 น. ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) มายื่นหนังสือถึง ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงาน

“เพื่อเรียกร้องให้รองนายกฯ สั่งการให้ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) เร่งดำเนินการยกร่างตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ.2553 ว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน และสั่งการให้สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เร่งรัดกำหนดวันประชุม คณะกรรมการประสานงานเพื่อจัดให้มีโฉนดชุมชน ภายใน 13 ก.พ. 2567” ตัวแทนพีมูฟกล่าว

โดยมีการยื่นรายชื่อทั้ง 200 ชุมชนที่ต้องการโฉนดชุมชนให้รับรองนายกฯ และยืนยันว่าชุมชนเหล่านี้ไม่ต้องการรับการจัดการที่ดินตามนโยบายของ คณะกรรมการนโยบายท่ีดินแหงชาติ (คทช.) ซึ่งมีขึ้นในสมัยของรัฐบาลของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)  

“หลังจากนี้ คทช. จะต้องออกไปจากชุมชนเหล่านี้ อย่าได้เข้ามาคุกคามด้วยการจัดสรรที่ดินที่ไม่เป็นธรรม จำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่ต้องการเดินหน้าโฉนด เราขอส่งเสียงไปยังรองนายกรัฐมนตรี ภูมิธรรม” จรัสศรี จันทร์อ้าย รองประธานขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม กล่าว

“ปัญหาของการจัดการที่ดินภายใต้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) คือไม่ได้มอบการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดินให้กับคนในชุมชนอย่างแท้จริง แต่การดำเนินการต่าง ๆ ยังอยู่ในมือของรัฐอยู่ดี ซึ่ง

การมาชุมนุมให้ครั้งนี้จะต้องมีความคืบหน้าโฉนดชุมชน โดยจะต้องมีสำนักงาน มีคณะกรรมการ มีบุคลากรที่จะมาทำงาน และต้องเดินหน้าให้ชัดเจน 

หากภูมิธรรมไม่สามารถจัดการแก้ปัญหาตามที่พีมูฟต้องการได้ ในอนาคตอาจจะต้องยกระดับโดยการเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน เข้ามาทำหน้าที่แทน

โฉนดชุมชนต้องมีการยกร่าง และจะต้องให้ชาวบ้านมีส่วนช่วยในการยกร่างด้วย ไม่ใช่ว่าพอเข้าไปถึงกระบวนการข้างบนพวกคุณก็สอดไส้เอาอะไรที่เราไม่ต้องการเข้าไป” ตัวแทนพีมูฟปราศรัยระหว่างรอตัวแทนจากหน่วยงานรัฐมารับหนังสือ 

หลังจากนั้นกลุ่มพีมูฟได้แสดงออกเชิงสัญลักษณ์โดยการฉีกกระดาษเอสี่พิมพ์รูปสมุดประจำตัวผู้ได้รับคัดเลือกให้ทำกินในชุมชน (คทช.) เพื่อแสดงออกว่าไม่ต้องการการทำที่ดินในรูปแบบคทช. และนำรายชื่อชุมชนที่ยืนยันเข้ารับการดำเนินการในรูปแบบโฉนดชุมชนใส่ในกล่องกระดาษ มอบให้ตัวแทนรัฐบาลส่งมอบต่อให้สำนักโฉนดชุมชน ก่อนจะนำป้ายไวนิล ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน พ.ศ. 2553 แขวนไว้บริเวณประตูรั้วทำเนียบรัฐบาล เพื่อยืนยันว่าการมาเรียกร้องของโฉนดชุมชนนั้น เกิดจากความล่าช้าในการดำเนินการมาเป็นระยะเวลานับสิบปี

มงคลชัย สมอุดร (ภาพ : ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม)

“ต้องใช้เวลา-จะเร่งรัดดำเนินการ” ตัวแทนรัฐบาล

“รัฐบาลทราบดีถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน หลายเรื่องเริ่มเข้าสู่กระบวนการแล้ว 

เมื่อเช้าผมได้เข้าประชุมกับคณะกรรมการอิสระแก้ไขปัญหาของกลุ่มชาติพันธุ์บางกลอยฯ ซึ่งได้ข้อสรุปเบื้องต้นในหลาย  ๆ เรื่องที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาต่อไป 

คณะกรรมการอื่น ๆ ก็มีการประชุมอย่างต่อเนื่อง โดยผมได้มอบหมายให้ นลินี มหาขันธ์ ผู้อำนวยการศูนย์บริการประชาชนในฐานะฝ่ายเลขาได้เร่งรัดให้คณะกรรมการทุกคณะดำเนินการตามข้อเรียกร้องที่ยื่นข้อเสนอมา โดยทุกคณะได้รับข้อเสนอไปดำเนินการแล้ว ทุกข้อเรียกร้องอยู่ที่คณะกรรมการแต่ละคณะเรียบร้อยแล้ว จึงอยากให้สบายใจได้

เรื่องทุกเรื่องจะนำไปสู่กระบวนการแก้ปัญหาทุกเรื่อง ส่วนจะได้ทันใจได้ช้าได้เร็วก็อยากให้พี่น้องอดใจ เพราะว่าหลายปัญหาก็เป็นปัญหาท่ีสะสมมานาน อย่างปัญหาเรื่องที่ดินก็เป็นเรื่องใหญ่ 

อยากให้มั่นใจว่าหลังจากรับเรื่องแล้ว ทุกเรื่องจะเข้าสู่กระบวนการเร่งรัดดำเนินการไปให้ฝ่ายบริหารอย่างรองนายกฯ อย่างแน่นอน ซึ่งปัจจุบันรองนายกฯ ก็ได้สั่งการ สคทช.ได้เร่งรัดดำเนินการไปแล้ว

สำหรับเรื่องแต่งตั้ง พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้เป็นประธานคณะกรรมการอำนวยความยุติธรรมเพื่อแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชน รองนายกรัฐมนตรี ภูมิธรรม ได้เสนอให้นายกรัฐมนตรีฯ แล้วตอนนี้รอเวลาลงนามเท่านั้น คาดว่าวันจันทร์ที่จะถึงนี้จะเรียบร้อย” มงคลชัย สมอุดร รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนมารับหนังสือ และชี้แจงว่า 

“คืบเล็กน้อย-กรอบเวลายังไม่ระบุ-ชุมนุมต่อ” พีมูฟ

“มีความคืบหน้าบ้างเพียงเล็กน้อย และยังไม่เห็นรายละเอียดเป็นลายลักษณ์อักษร รวมถึงยังไม่มีการชี้แจงกรอบเวลาประชุมแต่ละคณะกรรมการฯ ชัดเจน จึงไม่สามารถวางใจเชื่อได้ เพราะฉะนั้นก็ยืนยันว่าจะปักหลักชุมนุมต่อไป” ธีรเนตร ไชยสุวรรณ ประธานพีมูฟ กล่าว

(ภาพ : ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม)

ผลการประชุม “คกก. อิสระบางกลอย” ครั้งแรก

“ที่ประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหาชุมชนกะเหรี่ยงบางกลอยฯ เห็นชอบให้มีการการดำเนินการดังนี้

1. เสนอให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ปรับปรุงแก้ไขคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานร่วม 3 ฝ่าย กระทรวงทรัพยากรฯ ผู้แทนชุมชนที่ประสงค์จะสืบทอดวิถีชีวิตในพื้นที่บางกลอยบน และผู้แทนกรรมการอิสระ โดยต้องมีสัดส่วนผู้แทนฝ่ายละ 5 ท่าน ให้คณะทำงาน 3 ฝ่ายมีหน้าที่ในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา ตามข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบผลการศึกษาเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่ 19 เม.ย. 2566

2. ในเรื่องคดีต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น มอบหมายให้ ชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้แทน คกก.อิสระ ประสานข้อมูลกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่ออำนวยความเป็นธรรมต่อไป

3. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรมอบหมายให้กรมชลประทานทำหน้าที่ลงพื้นที่ติดตาม เก็บข้อมูล รายละเอียดปัญหาการกัดเซาะตลิ่งเกิดการพังทลายในพื้นที่ชุมชนบางกลอยล่าง ส่วนที่ติดแม่น้ำเพชรบุรี ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต และนำเสนอแนวทางแก้ไข ต่อ คณะกรรมการอิสระฯ โดยเร็ว” เพจ บางกลอยคืนถิ่น เปิดเผย

ทั้งนี้ การประชุมคณะกรรมการอิสระครั้งที่ 1 วันนี้ (9 ก.พ. 2567)  มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นประธาน 

(ภาพ : ภาคีSaveบางกลอย)

“พอใจ (ระดับหนึ่ง)” บางกลอยคืนถิ่น

“บรรยากาศการประชุมเป็นไปได้ด้วยดี โดยมีวาระว่าด้วยการหาแนวทางแก้ไขปัญหาคดีความของชาวกะเหรี่ยงบางกลอย 28 คน และความคืบหน้าตามมติคณะกรรมการอิสระฯ ชุดเดิม ที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้ลงนามรับรองมอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตั้งคณะทำงาน 3 ฝ่าย ประกอบด้วย 1. ผู้แทนชาวกะเหรี่ยงบางกลอยที่ประสงค์จะกลับขึ้นไปดำรงชีวิตด้วยการทำไร่หมุนเวียนที่บ้านบางกลอยบน 2. กรรมการอิสระ และ 3. ผู้แทนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเป็นคณะทำงานที่หาแนวทางให้กลุ่มบางกลอยคืนถิ่นสามารถกลับขึ้นไปทดลองทำกินในรูปแบบไร่หมุนเวียนที่บ้านบางกลอยบนได้เบื้องต้น 5 ปี พร้อมกับการศึกษาวิจัยผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ในด้านคดีความ ร้อยเอกธรรมนัสได้มอบหมาย ชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม รองประธานคณะกรรมการอิสระฯ ประสานข้อมูลกับหน่วยงานต่างๆ เพื่ออำนายความเป็นธรรมแก่ชาวบางกลอยในลำดับต่อไป

ส่วนประเด็นการตั้งคณะทำงาน 3 ฝ่าย พบปัญหาว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะทำงานแล้ว แต่สัดส่วนของคณะทำงานไม่เป็นไปตามมติคณะกรรมการอิสระฯ ชุดก่อนที่พลเอกประยุทธ์ลงนามรับรอง โดยพบว่ามีสัดส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมากกว่าครึ่ง มีผู้แทนกรรมการอิสระฯ 5 คน ส่วนตัวแทนชาวบ้านถูกบิดพลิ้วกลายเป็นเพียง ‘ผู้แทนชาวกะเหรี่ยง‘ ที่ประกอบด้วยชาวบางกลอยเพียง 1 คน นอกจากนั้นเป็นชาวบ้านโป่งลึกและผู้นำท้องถิ่น ท้องที่ ซึ่งมิได้ประสงค์จะกลับขึ้นไปทำไร่หมุนเวียนที่บ้านบางกลอยบน

ร้อยเอกธรรมนัสได้มอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการดำเนินการยกร่างคำสั่งคณะทำงาน 3 ฝ่ายขึ้นใหม่ โดยผู้แทนชุมชนต้องเป็นชาวบ้านที่ประสงค์จะกลับขึ้นไปที่บางกลอยบนเท่านั้น สัดส่วนให้มีภาคส่วนละ 5 คน และให้อำนาจหน้าที่เป็นไปตามบทสรุปของคณะกรรมการอิสระฯ ชุดเดิม อย่างไรก็ตามจตุพรมองว่ายังมีข้อท้าทายคือเงื่อนเวลาของการทำไร่หมุนเวียนที่อาจไม่ทันฤดูกาลเพาะปลูกในปีนี้

ข้อกังขาคือจะไปต่อแบบไหน เพราะหากกระทรวงทรัพยากรฯ จริงใจ ก็ควรรีบให้ชาวบ้านไปทำไร่หมุนเวียนได้แล้ว ตามปรกติของปฏิทินไร่หมุนเวียนคือต้องเริ่มฟันไร่ตั้วแต่วันนี้แล้ว นี่กลางเดือน ก.พ. แล้ว เดี๋ยวฝนจะตกแล้ว สำหรับผมคือมันจะต่อหลังจากนี้ ในเมื่อชาวบ้านก็จะยังทำไร่หมุนเวียนไม่ทันในปีนี้” จตุพร เทียรมา กรรมการอิสระ กล่าว

“เรื่องคณะทำงาน 3 ฝ่าย ถ้าเป็นไปได้ตามที่ร้อยเอกธรรมนัสเสนอก็ดี คือให้ฝ่ายเลขานุการไปยกร่างคำสั่งใหม่ ปรับสัดส่วนให้สมดุล และตัวแทนชาวบ้านให้เป็นชาวกะเหรี่ยงบางกลอยที่ประสงค์จะกลับไปทำไร่หมุนเวียนที่บางกลอยบนเท่านั้น ซึ่งจะเป็นไปตามมติคณะกรรมการอิสระฯ ชุดเก่าที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นรับรองแล้ว

อย่างไรก็ตามเมื่อตั้งคณะทำงานได้แล้วอยากให้เร่งรัดการประชุมอย่างรวดเร็ว อยากให้ท่านรัฐมนตรีพัชรวาท วงษ์สุวรรณ เร่งลงนาม แล้วเปิดประชุมให้เร็วที่สุด 

ปีนี้น่าจะกลับไปทำไร่ไม่ทันแล้วเนื่องจากเลยฤดูกาลเพาะปลูก จึงควรดำเนินการสำรวจพื้นที่และหาแนวทางให้ชาวบ้านกลับขึ้นไปให้แล้วเสร็จภายในปีนี้” พงษ์ศักดิ์ ต้นน้ำเพชร กลุ่มบางกลอยคืนถิ่น กล่าว

นอกจากนั้นบางกลอยคืนถิ่นยังกังวลว่า ในการประชุมคณะทำงาน 3 ฝ่าย ยังต้องคอยหวาดระแวงกรมอุทยานฯ อยู่ดี เนื่องจากกรมอาจจะเล่นแง่ ไม่ทำตามที่มีมติที่ประชุมเหมือนเดิมอีก ซึ่งต้องจับตาดูต่อไปอย่างใกล้ชิด

จรัสศรี จันทร์อ้าย (ภาพ : ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม)

ความเคลื่อนไหวในช่วงเช้า

สำหรับความเคลื่อนไหวในช่วงเช้า พีมูฟได้แถลงการณ์ฉบับที่ 5 มีใจความสำคัญว่า วันนี้จะมีการเปิดประชุมครั้งแรกของคณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหาชุมชนกะเหรี่ยงบางกลอย หมู่ที่ 1 ตำบลห้วยแม่เพรียง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งมีธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน โดยกรณีบางกลอยถือเป็นหนึ่งในเรื่องเร่งด่วนที่พีมูฟเดินทางมาเรียกร้องในครั้งนี้ และมีเรื่องที่จะต้องจับตา 2 ประเด็น ได้แก่ 1. การแก้ไขปัญหาคดีความของชาวบ้านทั้ง 28 คน ที่ถูกดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ และพระราชบัญญัติป่าไม้ 2. การหาแนวทางให้กลุ่มบางกลอยคืนถิ่นสามารถกลับขึ้นไปทำกินในรูปแบบไร่หมุนเวียน ที่บ้านบางกลอยบนได้

รวมถึงจะมีการติดตามความคืบหน้าต่อ 6 ข้อเรียกร้องที่ได้ยื่นต่อ ภูมิธรรม วานนี้ รวมถึงอีก 2 ข้อเรียกร้องเพิ่มเติมรวมเป็น 8 ข้อ ได้แก่

ให้ ภูมิธรรม 1. พิจารณาทบทวนปรับปรุงเนื้อหากฎหมายป่าไม้ 3 ฉบับ ได้แก่ พระราชบัญญัติป่าชุมชน พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ และ พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ฉบับ พ.ศ. 2562 2. ติดตามเรื่องขอให้ทบทวนคำสั่งแต่งตั้งประธานคณะกรรมการอำนวยความยุติธรรมเพื่อแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชน (จากเดิมที่เป็น พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ เป็น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล แทน)