“ยังคงหนัก-คาดหนักต่ออีกสัปดาห์” ฝุ่นเหนือ-อีสาน ไฟป่าตะวันตกส่อลด

ฝุ่นเหนือ-อีสานยังคงหนัก – คาดพื้นที่ส่วนใหญ่ค่าฝุ่นจะเกินมาตรฐานต่ออีกสัปดาห์ ขณะฝุ่นกรุงยังอยู่ระดับปานกลาง-ส่อพุ่งช่วงวาเลนไทน์ 3 วัน 

จุดความร้อนในเมียนมามากสุดในภูมิภาคพุ่งแตะ 1,521 จุด ตามด้วยไทย 1,151 จุด ซึ่งกว่าครึ่งยังคงเป็นไฟในเขตป่า กรมอุทยานเผยไฟป่าตะวันตก “สลักพระ” ส่อลดและคาดจะยุติใน 2 วัน

ด้านพื้นที่นำร่องจัดการฝุ่น-ไฟ “เชียงใหม่” แถลงผลดำเนินงาน 1 เดือน เผย “ดีขึ้นชัดเจน” จุดความร้อนลด 87% วันค่าฝุ่นเกินมาตรฐานลด 93% เตรียมรับมือช่วงร้อนแรงของฤดูฝุ่น “ช่วงสงกรานต์”

(ภาพ : Thai PBS)

ไหม้แล้วกว่า 10,000 ไร่–แนวโน้มลด “ไฟป่าสลักพระ”

กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช (อช.) เปิดเผยสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ป่าตะวันตกล่าสุดว่า เริ่มมีความรุนแรงลดลง โดยเฉพาะในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ที่จุดความร้อนเริ่มลดลงจาก 200 จุดในสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็น 60 จุด สัปดาห์นี้ และเหลือ 9 จุดในวันนี้ โดยเจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินการเร่งสกัดไฟให้จบภายใน 1 – 2 วัน ล่าสุดได้มีการส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรึงพื้นที่เสี่ยง 250 นาย และจะมีการประสานของเฮลิคอปเตอร์จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) มาดับไฟอีก 1 ลำ

“ปีนี้พื้นที่ป่าสลักพระถูกไฟไหม้ไปแล้วกว่า 10,000 ไร่ คิดเป็น 4% เมื่อเทียบกับปี 2566 ซึ่งมีพื้นที่เสียหาย 230,000 ไร่ ปีนี้ไฟป่ามาเร็วกว่า 2 สัปดาห์เนื่องจากความแห้งแล้ง ประกอบกับการเปิดพื้นที่เพื่อล่าสัตว์และหาของป่าของชาวบ้านในพื้นที่ มันเกิดพร้อมกันหลายจุด จึงต้องคุมเพื่อไม่ให้กระจายลามไปมากกว่านี้

ยอมรับว่าหนักใจอยู่ เพราะสภาพพื้นที่เขาสูง และความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่จากสัตว์ป่าโดยเฉพาะช้างที่ชุดดับไฟป่าไปเจอช้างในแนวที่ต้องไปดับไฟ

ขณะนี้กรมอุทยานฯ ได้ปรับแผนในการเฝ้าระวังแ ละเร่งดับไฟป่าที่ลุกลามในป่าตะวันตก โดยเฝ้าระวังพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ รวมทั้งอุทยานแห่งชาติเขาแหลม จ.กาญจนบุรี” นฤพนธ์ ทิพย์มณฑา ผอ.สำนักป้องกันปราบปราม และควบคุมไฟป่า ให้สัมภาษณ์ Thai PBS วันนี้ (9 ก.พ. 2567) 

“ไฟป่าภาคตะวันตกเริ่มลดลงแล้ว เหลือเพียงจุดส้มที่ดาวเทียมตรวจพบล่าสุดเมื่อคืนนี้ ถ้าไม่มีการจุดเพิ่มเติมจากชาวบ้านก็น่าจะใกล้ควบคุมได้แล้ว แนวจุดส้มหลายอันก็มุ่งไปหาน้ำ และจะไม่สามารถข้ามได้ บางจุดก็น่าจะจบได้ด้วยตัวเอง เทียบกับพื้นที่เผาไหม้ในปี 2566 พบว่าส่วนที่ไหม้ไปในปีนี้ยังน้อยกว่าปีก่อนพอสมควร” เพจ ฝ่าฝุ่น รายงาน

(ภาพ : GISTDA)

กาญจนบุรี ยังครองแชมป์ “จุดความร้อนมากที่สุด” 

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (GISTDA) เปิดเผยสถานการณ์จุดความร้อนล่าสุด อ้างอิงข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี (Suomi NPP) วานนี้ (8 ก.พ. 2567) จังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุดในประเทศยังคงเป็นกาญจนบุรี ต่อเนื่องมากว่า 1 สัปดาห์

“ไทยพบจุดความร้อนทั้งประเทศ 1,151 จุด ส่วนใหญ่พบในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 372 จุด พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 308 จุด พื้นที่เกษตร 190 จุด พื้นที่เขต สปก. 157 จุด ชุมชน และอื่น ๆ 114 จุด และพื้นที่ริมทางหลวง 10 จุด

จังหวัดที่พบจำนวนจุดความร้อนสูงสุด 3 อันดับแรก คือกาญจนบุรี 247 จุด ชัยภูมิ 169 จุด และ นครราชสีมา 76 จุด

ในระดับภูมิภาค พบจุดความร้อนมากสุดอยู่ที่ เมียนมา 1,521 จุด ตามด้วย กัมพูชา 524 จุด ลาว 388 จุด และ เวียดนาม 120 จุด” GISTDA ระบุ

(ภาพ : เช็คฝุ่น)

ฝุ่นเหนือ-อีสาน “ยังคงหนัก-คาดหนักต่ออีกสัปดาห์”

“38 จังหวัดมีปริมาณฝุ่น PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมงเกินค่ามาตรฐาน (มากกว่า 37.5 มคก./ลบ.ม.) ส่วนใหญ่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคกลางและตะวันตก” กรมควบคุมมลพิษ รายงานผ่าน Air4Thai ถึงสถานการณ์ฝุ่นช่วงเที่ยงวันนี้ (9 ก.พ. 2567)

“5 จังหวัดที่มีปริมาณฝุ่น PM2.5 เฉลี่ยรายชั่วโมงมากที่สุดอยู่ในภาคเหนือ คือ พะเยา สุโขทัย แพร่ ลำปาง เชียงราย ตามลำดับ” GISTDA ระบุ

ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ รายงานสถานการณ์ฝุ่นทั่วประเทศล่าสุด เมื่อเวลา 07:00 น. วันนี้ (8 ก.พ. 2567) ว่า มี 45 จังหวัดที่ปริมาณฝุ่น PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมงเกินค่ามาตรฐาน ( 37.5 มคก./ลบ.ม.) 

จังหวัดในภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลางและตะวันตก มีค่าฝุ่นเกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 34.4 – 80.1 มคก./ลบ.ม. 18.3 – 74.5 มคก./ลบ.ม. และ 25.4 – 72.6 มคก./ลบ.ม. ตามลำดับ ส่วน ภาคตะวันออก เกินค่ามาตรฐาน 1 พื้นที่ ภาคใต้ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล คุณภาพอากาศอยู่ในระดับปานกลาง – ดี

“ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มี 16 พื้นที่จาก 19 พื้นที่ที่ค่าฝุ่น PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมงเกินค่ามาตรฐาน ส่วนภาคเหนือ มี 27 พื้นที่ จาก 31 พื้นที่ และมี 3 พื้นที่เกินค่ามาตรฐานในระดับส่งผลกระทบต่อสุขภาพ (สีแดง มากกว่า 75 มคก./ลบ.ม.)” กรมควบคุมมลพิษ รายงานผ่านเว็บไซด์ Air4Thai เมื่อเวลา 12:00 น. 

“สถานการณ์ 17 จังหวัดภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในอีก 7 วันข้างหน้า สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ยังคงอยู่ในระดับเกินค่ามาตรฐาน เนื่องจากอัตราการระบายอากาศยังคงต่ำ ประกอบกับกระแสลมยังคงนิ่ง ส่วนภาคตะวันออก และภาคใต้ คุณภาพอากาศยังคงดีอย่างต่อเนื่อง” ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ คาดการณ์

(ภาพ : JS100Radio)

ฝุ่นกรุงส่อพุ่ง 3 วัน ช่วงวาเลนไทม์

“ค่าฝุ่นในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง ตรวจวัดได้ 17.6 – 37.2 มคก./ลบ.ม.” สถานีตรวจวัด คพ.-​กทม. รายงานสถานการณ์ฝุ่นกรุงวันนี้ (9 ก.พ.2567)

“ใน 2 วันข้างหน้าคุณภาพอากาศยังคงอยู่ในระดับปานกลาง แต่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นระหว่างวันที่ 13 – 15 ก.พ. 2567 เนื่องจากกระแสลมเปลี่ยนทิศ” ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ คาดการณ์ฝุ่นกรุง

(ภาพ : GreenNews)

“ดีขึ้นชัดเจน ทั้งจุดความร้อน-ค่าฝุ่น” ผลนำร่อง 1 เดือนที่เชียงใหม่

“ผลดำเนินการด้านไฟป่าในห้วงเวลา 1 เดือนที่ผ่านมาระบุว่า สถานการณ์หมอกควันไฟป่า และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่ 1 ม.ค.  – 8 ก.พ. 2567 เกิดจุดความร้อนเพียง 111 จุด ลดลงจากปี 2566 747 จุด หรือคิดเป็นลดลง 87% 

ขณะที่ค่าคุณภาพอากาศที่เกินมาตรฐานคือ 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ลดลงจาก 30 วัน เหลือเพียง 2 วัน เท่านั้น หรือคิดเป็นลดลง 93% ถือว่าดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน สอดคล้องกับจำนวนสถิติผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจก็ลดลงด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตามในช่วงก.พ. – เม.ย. ซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงที่สถานการณ์จะรุนแรงมากที่สุดนั้น จังหวัดเชียงใหม่ได้เตรียมความพร้อมในการรับมือโดยการให้ทุกหน่วยเข้มงวดกวดขันในการลาดตระเวนเฝ้าระวังในทุกพื้นที่ 

โดยเฉพาะในพื้นที่ป่า เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงที่ชาวบ้านว่างจากการทำการเกษตรมักจะเข้าป่า เพื่อหาของป่าตามวิถีชีวิตของชาวบ้าน 

ขณะเดียวกันให้ในช่วงที่จะมีการเผาซังข้าวโพดนั้นได้สั่งการให้เกษตรจังหวัดเข้าไปควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งในปีถัดไปจะมีการควบคุมการโม่ข้าวโพดอย่างเข้มข้นขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ซังข้าวโพดลุกลามไปในวงกว้าง” ทศพล เผื่อนอุดม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ แถลงวานนี้ (8 ก.พ. 2567)