รับคำฟ้องคดีผันน้ำยวม-เผยรัฐต้องจ่ายผู้ร่วมทุนPPP 2แสนล้านประกันรายได้

ทนายเผยได้รับใบแจ้งคำสั่งศาลปกครองเชียงใหม่ยืนยันรับคำฟ้อง” คดีชาวบ้านฟ้องรัฐ “กรณีเมกะโปรเจกต์ผันน้ำยวม” ในสัปดาห์ที่ผ่านมา

เตรียมยื่นศาล 5 ประเด็นพิจารณาโครงการอีไอเอกระบวนการรับฟัง ไม่ชอบด้วยกฎหมายขอศาลสั่ง 5 ผู้ถูกฟ้อง (กรมชลคชก.-สผ.-บอร์ดสิ่งแวดล้อมชาติครม.) ทำให้ชอบด้วยกฏหมายดำเนินการคุ้มครอง 4 ลุ่มน้ำ (ยวมเงาเมยสาละวิน)”

ผู้ยื่นฟ้องเฮ ตัวแทนชาวบ้านเผยดีใจคดีคืบด้านตัวแทนองค์กรอนุรักษ์เผยจับตาประเด็น PPP จะทำให้รัฐต้องจ่ายให้เอกชนผู้ร่วมทุน รวมกว่า 2.3 แสนล้านบาท-ประกันรายได้

(ภาพ : หนังสือพิมพ์ภาคเหนือ)

รับคำฟ้องแล้ว

เฉลิมศรี ประเสริฐศรี ทนายความมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน หนึ่งในทีมกฎหมายของเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำยวม เงา เมย สาละวิน เปิดเผยวันนี้ (27 .. 2567) ว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาได้รับใบแจ้งคำสั่งศาลปกครองเชียงใหม่ แจ้งให้ทราบว่าศาลปกครองเชียงใหม่ได้มีคำสั่งรับคำฟ้องไว้พิจารณา ในคดีที่เครือข่ายฯ ได้ฟ้อง กรมชลประทาน กรณีโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล (แนวผันน้ำยวม) หรือโครงการผันน้ำยวม ซึ่งได้มีการฟ้องต่อศาลปกครองเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2566

คดีดังกล่าวเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำยวมเงาเมยสาละวิน และประชาชนที่มีภูมิลำเนาและที่ทำกินใน จ.เชียงใหม่ จ.ตาก และ จ.แม่ฮ่องสอน รวม 66 คน ได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลเพื่อขอให้พิพากษาว่า โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล แนวส่งน้ำยวมอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล เป็นโครงการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ)ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

โดยมีผู้ถูกฟ้อง 5 รายประกอบด้วยกรมชลประทานคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการพัฒนาแหล่งน้ำสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติและคณะรัฐมนตรี

เหตุผลในการฟ้องระบุว่า โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเขื่อนภูมิพล แนวส่งน้ำยวมอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล และอีไอเอที่รู้จักในชื่ออีไอเอร้านลาบซึ่งระบุว่ามีองค์ประกอบของโครงการ 7 องค์ประกอบคือ เขื่อนผันน้ำยวม ถนนเข้าเขื่อน อ่างเก็บน้ำยวม สถานีสูบน้ำบ้านสบเงา ระบบอุโมงค์ส่งน้ำ พื้นที่เก็บกองวัสดุจากการขุดเจาะอุโมงค์และถนนเข้าหัวงานต่างๆ ทางออกอุโมงค์ส่งน้ำและการปรับปรุงลำห้วยงูด เป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ (โซน ซี(C)) มีพื้นที่ซ้อนทับกับพื้นที่เตรียมประกาศอุทยานแห่งชาติแม่เงา และเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 โดยหมู่บ้านและรายชื่อผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากโครงการตามที่อ้างใน EIA ครอบคลุมพื้นที่ 36 หมู่บ้าน โดยมีครัวเรือนที่จะได้รับผลกระทบจากโครงการ 29 รายเฉลิมศรี กล่าว

แผนที่แนวเขตโครงการ (ภาพ : เครือข่ายลุ่มน้ำสาละวิน)

ยื่นศาลพิจารณา 5 ประเด็น

ผู้ฟ้องคดีขอศาลได้โปรดพิจารณาพิพากษาดังนี้

1 ขอให้พิพากษาว่า โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล แนวส่งน้ำยวมอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล เป็นโครงการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และการดำเนินการต่างๆของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งห้าเกี่ยวกับโครงการเป็นการดำเนินการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขอให้เพิกถอน/ยกเลิกโครงการดังกล่าวเสีย

2 ขอให้พิพากษาว่า การจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ของ โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล แนวส่งน้ำยวมอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลเป็นรายงานที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและขอให้เพิกถอนรายงานและการให้ความเห็นชอบดังกล่าวเสีย

3 ขอให้พิพากษาว่า การจัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนของโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล แนวส่งน้ำยวมอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลเป็นการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและขอให้เพิกถอนการดำเนินการดังกล่าวเสีย

4 ขอให้พิพากษาว่าให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งห้าปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้องรวมทั้งการแจ้งข้อมูลและการเผยแพร่ข้อมูลอย่างเหมาะสมและจริงจังจัดให้มีกระบวนการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนก่อนที่จะดำเนินการและระหว่างดำเนินการใดๆเกี่ยวกับการดูแลปกป้องรักษาแม่น้ำยวมแม่น้ำเงาแม่น้ำเมยและแม่น้ำสาละวิน

5 ขอให้พิพากษาว่า ให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งห้า ดำเนินการออกกฎหมาย หรือกฎ หรือระเบียบ เพื่อดำเนินการการคุ้มครอง อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ในลุ่มแม่น้ำแม่น้ำยวม แม่น้ำเงา แม่น้ำเมย และแม่น้ำสาละวินทนายเฉลิมศรี เปิดเผย

(ภาพ : Thai News Pix / ภานุมาศ สงวนวงษ์)

ดีใจ คดีคืบชาวบ้านแม่เงา

รู้สึกดีใจภูมิใจว่าสิ่งที่ชาวบ้านเราทำไปไม่ได้สูญเปล่าคดีมีความคืบหน้า

การทำงานที่ผ่านมามีทั้งเก็บข้อมูลทำงานวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพื่ออธิบายถึงความสำคัญของทรัพยากรดิน น้ำ ป่า เดือนที่แล้วชาวบ้านได้เดินทางไปกทม. เพื่อนำเสนอข้อมูลให้แก่ผู้ใหญ่ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รองอธิบดีกรมชลประทาน

รู้สึกกลัวที่จะนำเสนอในที่ประชุม แต่ก็มีความดีใจ ตื่นเต้นจนพูดไม่ค่อยออก มีเรื่องอยากนำเสนอเล่าให้ผู้หลักผู้ใหญ่และศาลฟังว่าที่บ้านเราทำนั้นมาหากินและอนุรักษ์แม่น้ำ รักษาผืนป่ามาหลายชั่วอายุคน หากถูกทำลายไปชาวบ้านจะเดือดร้อนกันอย่างมาก

หวังว่าเขาจะรับฟังและเข้าใจพวกเรา จริงๆ ยังมีอีกหลายหมู่บ้านที่ใช้ทรัพยากรด้วยกัน ทั้งแม่น้ำเงา เมย ยวม อยากได้ชาวบ้านได้ความยุติธรรมดาวพระศุกร์ มึปอย ชาวบ้านแม่เงา อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน หนึ่งในผู้ฟ้องคดีกล่าว

(ภาพ : pai deetes)

จับตาสัญญา PPP รัฐต้องจ่ายผู้ร่วมทุนปีละกว่าหมื่นล้าน” IR

เป็นก้าวแรกที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ศาลมีคำสั่งรับฟ้องเพราะคดีนี้เป็นการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

โครงการผันน้ำยวมไม่มีความจำเป็นและสิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดินส่อเอื้อประโยชน์ให้แก่บริษัทรัฐวิสาหกิจจากต่างชาติหรือเอกชนรายใหญ่

จากรายงานการศึกษาวิเคราะห์โครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล  ที่ว่าจ้างโดยกรมชลประทาน พบว่าเงินสนับสนุนจากรัฐบาลที่จำเป็นต้องใช้ในการดำเนินโครงการในกรณีร่วมทุน (PPP) ค่าตอบแทนให้แก่เอกชนในช่วงก่อสร้าง 1,400-2,200 ล้านบาทต่อปี หลังระยะก่อสร้างเป็นต้นมา ต้องจ่ายให้เอกชนผู้ร่วมทุน 13,600 ล้านบาทต่อปี

โดยกรมชลประทานต้องใช้งบประมาณแผ่นดินเป็นส่วนใหญ่ รวมที่ต้องจ่ายให้แก่เอกชนผู้ร่วมทุนทั้งสิ้น 232,497 ล้านบาท เป็นการประกันรายได้ให้แก่เอกชนผู้ร่วมทุนโดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติของสาธารณะ และงบประมาณแผ่นดินของประเทศไทย ทั้งๆ ที่การจัดการน้ำในลุ่มเจ้าพระยายังมาสามารทำได้โดยไม่ต้องใช้เงินภาษีของชาติมหาศาลขนาดนี้” เพียรพร ดีเทศน์ ผู้อำนวยการรณรงค์ภูมิภาค องค์กรแม่น้ำนานาชาติ (International Rivers, IR) หนึ่งในผู้ฟ้องคดี กล่าว

ความเคลื่อนไหวก่อนหน้า

(ภาพ : หนังสือพิมพ์ภาคเหนือ)