ครม.เห็นชอบ “มาตรการแก้ฝุ่น 2567 ทส.”- รับทราบ “ตั้งบอร์ดแก้ฝุ่นชาติ”

ที่ประชุมครม.เห็นชอบ “5 มาตรการ-กลไกจัดการฝุ่น 2567 ทส.” โฆษกรัฐบาลแจง “เป้า-ตัวชี้วัดชัดเจน-ดัชนีวัดผลงาน 17 ผู้ว่าเหนือ” 

รมว.ทส. รับลูก หารือ รมว.เกษตรทันทีหลังประชุมครม. “ทิศจัดการฝุ่นจากไฟเกษตร 3 พืชหลัก “ข้าว-ข้าวโพด-อ้อย” ก่อนหารือนครบาล-ขนส่ง “จัดการฝุ่นจากภาคขนส่ง”

ธรรมนัสเผย “จะใช้ 3R จัดการ” (ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเกษตรกรให้ไม่เผา ปรับเปลี่ยนพืชบนที่สูง ปรับเปลี่ยนพืชบนที่ราบ” 

(ภาพ : ประชาไท)

“5 มาตรการ-กลไกจัดการฝุ่น 2567” มติครม.

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (19 ธ.ค. 2566) มีมติเห็นชอบมาตรการการแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ในปี 2567 และกลไกบริหารจัดการ ที่เสนอโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ อีกทั้งได้รับทราบคำสั่งแต่งตั้ง “คณะกรรมการจัดการปัญหามลภาวะทางอากาศเพื่อความยั่งยืน” 

“ปัญหาฝุ่นควัน PM2.5 นับวันจะทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น มีที่มาจาก 4 แหล่งใหญ่ ๆ 1. ไฟป่า 2. การเผาในพื้นที่เกษตร 3. หมอกควันข้ามพรมแดน 4. ภาคการขนส่งและอุตสาหกรรม ประกอบกับช่วงปลายปีนี้ไปจนถึงต้นปีหน้า ประเทศไทยจะประสบกับปัญหาความกดอากาศสูงจากทางเหนือส่งผลให้อากาศไม่กระจายตัว รวมถึงในปีนี้เริ่มเข้าสู่ปรากฎการณ์เอลนีโญ สภาพอากาศจะมีแล้งแห้งขึ้น ก่อให้เกิดไฟได้โดยง่าย

ดังนั้นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงเสนอให้จัดทำมาตรการแก้ไขฝุ่นพิษ PM2.5 พร้อมเสนอกลไกแก้ไขปัญหาทั้งระดับชาติและระดับพื้นที่ โดยเน้นมาตรการ 5 ข้อ

1. กำหนดพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ กรุงเทพฯ ป่าอนุรักษ์ 10 แห่ง ป่าสงวนแห่งชาติ 10 แห่ง รวมถึงพื้นที่การเกษตรที่มีประวัติการเผาซ้ำซาก เป็นเป้าหมายหลักในการลดการเผา

2. สร้างกลไกการทำงานให้ภาคเอกชนเข้ามาสนับสนุนการแก้ไขปัญหา เพื่อลดข้อจำกัดในเรื่องงบประมาณ

3. ตั้งกลไกคณะกรรมการระดับชาติเพื่อสั่งการการปฏิบัติลงสู่ระดับพื้นที่

4. แก้ไขข้อกฎหมายที่เป็นอุปสรรคในการทำงาน

5. ยกระดับการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนให้เข้มข้นขึ้น จากระดับภูมิภาคอาเซียน สู่การเจรจาทวิภาคี” ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในการแถลงผลการประชุม ครม.

ชัย วัชรงค์ (ภาพ : สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี)

กำหนด “เป้า-ตัวชี้วัด” ชัดเจน

“ได้มีการกำหนดเป้าหมายในรูปแบบ KPI เพื่อให้สามารถเห็นผลได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 17 จังหวัดในภาคเหนือ ต้องดำเนินการลดการเผาในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 10 แห่ง และป่าสงวนทั้ง 10 แห่ง ลงให้ได้ 50% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมใน 17 จังหวัดภาคเหนือก็ต้องลดลง 50% เช่นกัน 

สำหรับพื้นที่นอกเหนือจากพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ รวมถึงพื้นป่าอนุรักษ์ และป่าสงวนนอกเหนือจากพื้นที่ข้างต้น ตั้งเป้าว่าต้องลดการเผาลง 20% ส่วนพื้นที่เกษตรอื่น ๆ นอกภาคเหนือให้ลดลง 10%

นอกจากนั้นได้กำหนดว่าค่าเฉลี่ยของฝุ่นควัน PM2.5 ในภาคเหนือจะต้องลดลง 40% กรุงเทพฯ ลดลง 20% ภาคตะวันออกเฉลียงเหนือต้องลดลง 10% และภาคกลางลดลง 10%

สำหรับจำนวนวันที่มีฝุ่นควันเกินค่ามาตรฐานกำหนดให้ ภาคเหนือต้องลดลง 30% กรุงเทพฯ ลดลง 5% ภาคตะวันออกเฉลียงเหนือลดลง 5% ภาคกลาง 10%

มาตรการหลัก ๆ ที่ภาคราชการจะทำก็คือ ตั้งศูนย์เฝ้าระวังในระดับจังหวัดโดยมีผู้ว่าฯ เป็นประธาน และมีชุดปฏิบัติการระดับอำเภอลงไปถึงตำบลควบคุมไม่ให้มีการเผา แต่ถ้ามีความจำเป็นต้องมาขออนุญาต และทางกระทรวงมหาดไทย จะจัดคิวไม่ให้มีการเผาในห้วงเวลาเดียวกั

นอกจากนั้นยังมีการส่งเสริมให้ภาคเอกชนนำเศษวัสดุทางการเกษตร อาทิ ตอซัง ฟาง ใบไม้ใบหญ้าแห้ง ไปเป็นเชื้อเพลิง แปรรูปเป็นวัตถุดิบในโรงไฟฟ้าชีวมวล หรือนำไปทำเป็นอาหารสัตว์ ทางภาครัฐก็จะมีมาตรการส่งเสริมเพื่อแลกสิทธิพิเศษด้านภาษีหรือการอุดหนุนดอกเบี้ย 

พร้อมทั้งเสนอให้ผู้ประกอบการต่าง ๆ เริ่มดำเนินการใช้มาตรฐานยูโร 5 หรือมาตรฐานการระบายมลพิษทางอากาศจากรถยนต์ (Euro emissions standards) ระดับ 5 ก่อนวันที่ 1 ม.ค. 2567 และให้จำหน่ายในราคาเดียวกับน้ำมันดีเซลทั่วไป

หลังจากนี้ผลงานของผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 17 จังหวัดภาคเหนือจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการลดปัญหาฝุ่นควัน PM2.5 ถ้าจะดูว่าผลงานผ่านหรือไม่ผ่านก็ต้องดูว่าสามารถทำตามที่สิ่งผมกล่าวไว้ได้หรือไม่” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจง

จตุพร  บุรุษพัฒน์ (ภาพ : กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติละสิ่งแวดล้อม)

ทส.-ก.เกษตร หารือ “จัดการฝุ่นจาก 3 พืชเกษตร”

“วันนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้นำเสนอ 11 มาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่น เข้าสู่ที่ประชุม ครม. เรียบร้อยแล้วเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการแก้ไขปัญหาฝุ่นในภาพรวม 

และในช่วงบ่าย รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ได้เชิญ รมว.เกษตรฯ และทุกหน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯ มาพูดคุยกันในเรื่องการเผาในที่โล่ง พื้นที่เกษตร ของพืชสำคัญ 3 ชนิดคือ ข้าว ข้าวโพด และอ้อย

ซึ่งรัฐมตรีว่าการเกษตรก็จะไปดูแลในเรื่องของการลงทะเบียนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่สปก. พื้นที่ชลประทาน ในพื้นที่ภาคกลาง ทำให้เราจะมีรายชื่อประชาชนที่ปลูกพืชต่าง ๆ และขอความร่วมมือไม่ให้เผา โดยจะหามาตรการหรือเครื่องมือมาสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นด้านเครื่องมือ การแปรรูปผลผลิต แต่ถ้ามีความจำเป็นจะต้องเผาก็ต้องเข้าสู่ระบบจัดระเบียบในการเผา” จตุพร  บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แถลงในช่วงบ่ายวันนี้

พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ (ซ้าย) ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ขวา) (ภาพ : กระทรวงเกษตรและสหกรณ์)

“จะจัดการฝุ่นจากไฟเกษตรด้วยมาตรการ 3R” ก.เกษตร

“กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กำหนดแนวทางยกระดับการป้องกัน และแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยจะต้องเตรียมการวางแผนล่วงหน้า ระบุพื้นที่เป้าหมายให้ชัดเจน สร้างกลไกการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน 

โดยมีภาคเอกชนสนับสนุนการแก้ไขปัญหาเพื่อลดข้อจำกัดด้านงบประมาณ กำหนดกลไก การทำงานทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคให้มีความชัดเจน และสอดคล้องกับกลไกของคณะกรรมการระดับชาติ 

โดยมี ทส. เป็นหน่วยงานหลัก ซึ่งได้จัดทำมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ปี 2567 เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และปัญหาฝุ่นละอองในภาพรวมของประเทศ โดยเน้นการดำเนินงานเชิงรุกและเชิงรับ ภายใต้หลักการ 3R คือ 

1. Re-Habit : ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยเกษตรกรทำการเพาะปลูกพืชชนิดเดิมแบบไม่เผาในทุกขั้นตอนการผลิต 

2. Replace with high value crops : ปรับเปลี่ยนพืชบนพื้นที่สูง ให้เป็นการปลูกพืชที่ปลอดการเผา และลดการบุกรุกป่า จากการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นพืชที่มีมูลค่าสูง อาทิ กาแฟ มะคาเดเมีย อะโวคาโด มะม่วง เป็นต้น เพื่อสร้างรายได้จากพืชที่มีมูลค่าสูงอย่างยั่งยืน และ 

3. Replace with Alternate crops : ปรับเปลี่ยนพืชบนพื้นราบ จากพื้นที่ไม่เหมาะสมปลูกข้าวปรับไปปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพื่อส่งเสริมให้ปรับเปลี่ยนการปลูกพืชให้หมาะสม และสอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ ลดใช้น้ำ ปลูกพืชแบบปลอดการเผา บริหารจัดการผลผลิตตลอดจนการจำหน่าย” ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังการหารือร่วมกับ รมว.ทส.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ 

ทส.-นครบาล-ขนส่ง หารือ “จัดการฝุ่นจากจราจร”

หลังจากหารือกับรมว.เกษตร รมว.ทส. ได้ร่วมหารือกับกองกำลังตำรวจนครบาล กรมการขนส่งทางบก ในการยกระดับเพิ่มจุดตรวจฝุ่นควันให้เข้มข้นขึ้น เพื่อคืนอากาศบริสุทธิ์ให้กับประชาชน

แต่การดำเนินการแก้ไขปัญหาไม่สามารถดำเนินการโดยภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องร่วมมือกับภาคเอกชนด้วย โดยภาคเอกชนก็มาช่วยออกแคมเปญ รถลดฝุ่นที่จะมาช่วยตรวจสภาพรถให้กับประชาชนในราคาที่ถูก หรือฟรี” ปลัด ทส. เปิดเผยเพิ่มเติมในการแถลงข่าววันนี้