ยื่น กสม.สอบ “แลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนอง” ทั้งระบบ-สผ.สอบ EIA ทางรถไฟ

วันนี้ (28 .. 2566) เครือข่ายรักษ์พะโต๊ะได้ส่งตัวแทนเดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เรียกร้องให้ตรวจสอบการดำเนินการของรัฐบาลและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับโครงการเมกะโปรเจกต์แลนด์บริดจ์ชุมพรระนองทั้งระบบ

โดยเฉพาะในประเด็นการเปิดเผยข้อมูลการอนุมัติและดำเนินการทั้งหมด การจัดทำรายงานการศึกษาผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment : SEA) และการโรดโชว์หาผู้ร่วมลงทุนต่างชาติทั้งที่โครงการยังศึกษาไม่แล้วเสร็จ

วันเดียวกัน ยังได้ยื่นหนังสือต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เรียกร้อง

ให้ตรวจสอบการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมโครงการก่อสร้างทางรถไฟ ช่วงระนองชุมพร

(ภาพ : เครือข่ายรักษ์พะโต๊ะ)

ข้อเรียกร้อง กสม.

ตามที่รัฐบาลมีนโยบายที่จะดำเนินโครงการแลนด์บริดจ์ระนองชุมพร และได้มีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชนด้านผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EIA และ EHIA) ทั้งจากโครงการท่าเรือน้ำลึกและเส้นทางรถไฟที่จะพาดผ่านพื้นที่อำเภอพะโต๊ะ ซึ่งที่ผ่านมาพวกเราทราบว่ามีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นทั้งในระดับจังหวัด และระดับอำเภอไปแล้วหลายครั้ง และกำลังจะมีการจัดเวทีเหล่านี้อีกหลายเวที ยังให้เกิดความสับสนและความไม่เข้าใจกับประชาชนชาวระนองชุมพรจำนวนมาก เพราะชาวบ้านแทบจะไม่ได้รับรู้เลยว่ากระบวนการจัดเวทีที่ผ่านไปแล้ว และที่กำลังเกิดขึ้นในอนาคตนั้น จะส่งผลอะไรตามมากับพวกเราที่อยู่ในพื้นที่ ในขณะที่รัฐบาลปัจจุบัน โดยนายกรัฐมนตรีมีการประกาศไปแล้วว่าจะดำเนินการก่อสร้างโครงการนี้ พร้อมกับการเดินสายเชิญชวนผู้ประกอบการจากต่างประเทศมาลงทุนเพื่อให้เริ่มก่อสร้างได้ทันภายในช่วงที่รัฐบาลชุดนี้ยังมีอำนาจบริหารประเทศ จึงยี่งสร้างความไม่มั่นใจว่าการจัดเวทีทั้งหลายเหล่านั้นจะดำเนินต่อไปเพื่ออะไร หากรัฐบาลตัดสินใจที่จะเดินหน้าโครงการไปแล้วทั้งที่ผลการศึกษายังไม่แล้วเสร็จ

เครือข่ายรักษ์พะโต๊ะ ถือเป็นตัวแทนของกลุ่มที่จะได้รับผลกระทบจากโครงการนี้โดยตรง ขอร้องเรียนมายังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ให้ทำการตรวจสอบโครงการแลนด์บริดจ์ระนองชุมพร ทั้งระบบ ทั้งกับกับรัฐบาล และหน่วยงานราชการที่มีส่วนเกี่ยวกับทุกโครงการที่กำลังดำเนินการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นทั้งหมด โดยมีประเด็นสำคัญให้ตรวจสอบเบื้องต้น ดังนี้

  1. ขณะนี้รัฐบาลได้อนุมัติให้มีการดำเนินการอะไรบ้างภายใต้โครงการแลนด์บริดจ์ระนองชุมพร อย่างเช่นมีการจัดการศึกษาเรื่องอะไรบ้าง (มีการจัดทำ EIA และ EHIA หรืออื่นๆจำนวนกี่โครงการ) และมีแผนการดำเนินการในเรื่องเหล่านั้นอย่างไรบ้างและแต่ละเวทีนั้นอยู่ในกระบวนการศึกษาของโครงการอะไรบ้างและทั้งหมดนั้นอยู่ในขั้นตอนไหนอย่างไร
  1. เมื่อโครงการแลนด์บริดจ์ ระนองชุมพร เป็นโครงการขนาดใหญ่ ที่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลและจะเกิดผลกระทบในวงกว้างกับประชาชนในพื้นที่ทั้ง 2 จังหวัด ทำไมรัฐบาลถึงไม่ทำการศึกษาผลกระทบในเชิงยุทธศาสตร์ หรือ SEA. เพื่อที่จะทำให้เห็นภาพรวมการดำเนินโครงการทั้งระบบ เพราะแม้แต่โครงการเล็กกว่านี้อย่างโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ จังหวัดสงขลา รัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังเห็นชอบให้จัดทำ SEA ก่อนการอนุมัติโครงการ
  1. ในขณะที่การศึกษาต่างๆภายใต้โครงการนี้ยังไม่แล้วเสร็จ แต่รัฐบาลกลับไม่สนใจและเดินหน้าขายโครงการให้ผู้ประกอบการต่างชาติมาร่วมลงทุนแล้วนั้น เท่ากับเป็นการสร้างแรงกดดันให้กับฝ่ายศึกษาที่จะต้องดำเนินการตามที่รัฐบาลต้องการ โดยไม่สนใจข้อเท็จจริงและความคิดความเห็นของประชาชนที่กำลังอยู่ระหว่างการจัดเวทีต่างๆในพื้นที่แม้แต่น้อย และเมื่อเป็นเช่นนี้ กระบวนการศึกษาด้งกล่าวจะดำเนินไปอย่างตรงไปตรงมาและถูกต้องตามหลักวิชาการหรือไม่ อย่างไร

พวกเราในนามเครือข่ายรักษ์พะโต๊ะ ขอเป็นตัวแทนของพี่น้องชาวจังหวัดระนองและชุมพรร้องเรียนให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ดำเนินการตรวจสอบการดำเนินงานของรัฐบาลและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับโครงการแลนด์บริดจ์ระนองชุมพร ทุกหน่วยงาน ตามข้อเสนอและข้อสังเกตที่ได้กล่าวไว้เบื้องต้น

จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา

หนังสือร้องเรียนเครือข่ายรักษ์พะโต๊ะเรื่อง ขอให้ตรวจสอบโครงการแลนด์บริดจ์ระนองชุมพร (ทั้งระบบ) เรียน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (คุณปรีดา คงแป้น และคุณศยามล ไกรยูรวงศ์) ลงชือโดย สมโชค จุงจาตุรันต์ คณะทำงานเครือข่ายรักษ์พะโต๊ะ ระบุ

(ภาพ : เครือข่ายรักษ์พะโต๊ะ)

ข้อเรียกร้อง สผ.

ตามที่การรถไฟแห่งประเทศไทย อนุมัติว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาแห่งหนึ่งให้ทำการศึกษา สำรวจ ออกแบบรายละเอียด และจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) โครงการก่อสร้างทางรถไฟ ช่วงชุมพรท่าเรือน้ำลึกระนอง โดยจะศึกษาต่อยอดจากผลการศึกษาความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และสิ่งแวดล้อมของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) ที่เคยศึกษาไว้เมื่อปี 61 ให้สอดคล้องกับการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน(แลนด์บริดจ์) และการพัฒนาโครงข่ายทางพิเศษระหว่างเมือง(มอเตอร์เวย์)และระบบราง (MR-MAP ) ทั้งนี้ รฟท. ตั้งเป้าว่าจะดำเนินการศึกษาทั้งหมดให้แล้วเสร็จตามกระบวนการในช่วงปลายปี พ.. 2566 

เครือข่ายรักษ์พะโต๊ะ ซึ่งเป็นองค์กรชุมชนที่อยู่ในพื้นที่อำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุดพร ได้เฝ้าติดตามการดำเนินงานของบริษัทที่ปรึกษาที่ดำเนินงานในโครงการดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง มีข้อค้นพบว่า งานศึกษาดังกล่าวมีข้อบกพร่องในกระบวนการและเนื้อหาของการศึกษาที่ยังไม่ครบถ้วน ดังนี้

  1. กระบวนการจัดเวทีไม่ได้เชิญและเปิดพื้นที่ให้ประชาชนที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงจากโครงการเข้าร่วมอย่างทั่วถึง และบางเวทีเป็นการเชิญประชาชนทั่วไปที่ไม่เข้าใจสภาพพื้นที่ อีกทั้งในการจัดเวทียังไม่ได้อธิบายรายละเอียดการดำเนินงานอย่างครบถ้วน จึงทำให้บริษัทที่ปรึกษาไม่สามารถได้รับข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนเพียงพอที่จะนำไปประกอบการจัดทำรายงานอย่างมีคุณภาพได้
  1. โครงการก่อสร้างทางระไฟระหว่างจังหวัดชุมพร และระนอง ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของท่าเรือทั้งสองฝั่งทะเล และระหว่างทางที่จะพาดผ่านอำเภอพะโต๊ะนั้น มีฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่หลากหลายและมีความละเอียดอ่อนที่จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงได้ ทั้งกับชายหาด ทะเลชายฝั่ง อันเป็นแหล่งทำการประมงของชาวประมงพื้นบ้านทั้งที่อ่าวอ่าง จังหวัดระนอง และที่แหลมริ่ว จังหวัดชุมพร ซึ่งจะต้องศึกษาผลกระทบการทำกินของคนในพื้นที่อย่างละเอียดและรอบครอบ
  1. พบว่าป่าชายเลนจังหวัดระนองตั้งแต่อุทยานแห่งชาติแหลมสน ปากคลองกะเปอร์ ไปจนถึงปากน้ำกระบุรี ถูกประกาศให้เป็นพื้นที่แรมซาไซต์ หรือพื้นที่ชุ่มน้ำระดับโลก ที่ประกาศตามภาคีอนุสัญญาแรมซาร์ ลำดับที่ 1183 เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2545 ซึ่งถือเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำในเขตป่าชายเลนแห่งแรกของโลก และบางส่วนของป่าชายเลนผืนนี้ได้ถูกประกาศให้เป็นเขตสงวนชีวมณฑลภายใต้สาขาวิทยาศาสตร์ขององค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือองค์การยูเนสโก้ ด้วยเหตุผลเพราะป่าชายเลนแห่งนี้มีความสำคัญทางด้านการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพของโลก ซึ่งพบว่าบริษัทที่ปรึกษาโครงการก่อสร้างทางรถไฟเส้นนี้ ยังไม่มีการนำข้อมูลที่อยู่ในข้อที่ 2 และข้อที่ 3 เข้ามาพิจารณาและวิเคราะห์เพื่อให้เห็นถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างครบถ้วน
  1. การเจาะอุโมงค์ที่ลอดผ่านภูเขาที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาวได้ศึกษาเรื่องการย้ายของสัตว์ป่าที่มีอยู่ในพื้นที่อย่างครบถ้วนหรือไม่
  1. ด้วยเพราะลักษณะภูมิประเทศของเส้นทางรถไฟในโครงการที่เป็นภูเขาและเป็นลำห้วยสาขานับร้อยสายตลอดเส้นทาง แม้จะมีการออกแบบด้วยการยกระดับบางส่วน แต่จะมีพื้นที่ไม่น้อยต้องถมดินและรองหินเพื่อเป็นทางรถไฟจะทำให้เกิดการปิดทางน้ำเหล่านั้นจำนวนมาก ซึ่งเชื่อว่าจะกระทบต่อระบบนิเวศทั้งระบบ

พวกเราในนามเครือข่ายรักษ์พะโต๊ะ ขอเป็นตัวแทนของพี่น้องชาวจังหวัดระนองและชุมพรร้องเรียนให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะเป็นหน่วยงานที่จะต้องตรวจสอบและให้ความเห็นชอบการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรือ อีไอเอ ที่บริษัทที่ปรึกษากำลังทำการศึกษาในโครงการก่อสร้างทางรถไฟ ช่วงระนองชุมพร กำลังดำเนินการอยู่นี้ ได้ทำการตรวจสอบข้อสังเกตดังกล่าวอย่างละเอียดถี่ถ้วน ทั้งนี้เพื่อให้มีกระบวนการรับฟังอย่างถี่ถ้วน และเพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากข้อบกพร่องจากการศึกษาดังกล่าวได้ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอันคงคุณค่าของประเทศนี้ต่อไป

หนังสือร้องเรียน สผ. เครือข่ายรักษ์พะโต๊ะ เรื่อง ขอให้ตรวจสอบการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมโครงการก่อสร้างทางรถไฟ ช่วงระนองชุมพรระบุ

(ภาพ : เครือข่ายรักษ์พะโต๊ะ)