บอร์ดชาติขยับเดินเครื่องแก้ฝุ่น-ไฟป่า “ตั้งอนุขับเคลื่อน-ศูนย์จังหวัด”

ค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน 15 จังหวัด – 56 พื้นที่ กทม. วันนี้

บอร์ดชาติสั่งเดินหน้า “ลดเผา 50% 10 ป่าแปลงใหญ่ภาคเหนือ”- รายงานทุก 30 วัน – ตั้งอนุฯ ขับเคลื่อน – ศูนย์จังหวัดฯ เหนือ” 

“เริ่มต้นสวย-เชื่อบรรลุเป้าได้-ความท้าทายคือการจัดการ” สภาลมหายใจฯ เผย เตือน “หากไม่จัดการอย่างปราณีต-เสี่ยงกระทบคนเล็กคนน้อย” ชี้ “ต้องมีเจ้าภาพป่าแปลงใหญ่ – เริ่มที่กลไกจูงใจ” 

ด้านกรมควบคุมมลพิษจับมือ 9 เอกชน “ตรวจรถ-ลดฝุ่น” หวังช่วยลดวิกฤตฝุ่นกรุง

(ภาพ : IQAir)

ค่าฝุ่น เกินมาตรฐาน 15 จังหวัด – 56 พื้นที่ กทม. 

“คุณภาพอากาศเกินมาตรฐานใน 15 จังหวัดทั่วประเทศ เชียงราย อ่างทอง อุทัยธานี สุโขทัย สุพรรณบุรี สิงห์บุรี สมุทรสาคร สมุทรปราการ ราชบุรี พิษณุโลก พิจิตร นนทบุรี นครสวรรค์ นครปฐม กรุงเทพฯ

ทุกพื้นที่อยู่ในระดับเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ (ค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 24 ชั่วโมง อยู่ที่ 37.6 – 75.0 มคก./ลบ.ม.) พื้นที่ที่ค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 24 ชั่วโมง มากที่สุด อยู่ที่ ต.มหาชัย อ.เมือง สมุทรสาคร วัดได้ 62.2 มคก./ลบ.ม.

ภาคเหนือ เกินค่ามาตรฐาน 6 พื้นที่ (ตรวจวัดได้ 8.9 – 51.7 มคก./ลบ.ม.) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไม่มีพื้นที่เกินค่ามาตรฐาน ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ปานกลางถึงดีมาก ภาคกลางและตะวันตก เกินค่ามาตรฐาน 4 พื้นที่ (ตรวจวัดได้ 28.7 – 48.4 มคก./ลบ.ม.) ภาคตะวันออก ไม่พบพื้นที่เกินค่ามาตรฐาน ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง – ดีมาก ภาคใต้ ไม่พบพื้นที่เกินค่ามาตรฐาน ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง – ดีมาก

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เกินค่ามาตรฐาน 56 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 27.4 – 62.5 มคก./ลบ.ม.” กรมควมคุมมลพิษ รายงานสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 วันนี้ (23 พ.ย. 2566) เมื่อเวลา 12:00 น.

“ช่วงวันที่ 23 – 26 พ.ย. 2566 การระบายอากาศไม่ดี จึงคาดว่าจะทำให้ความเข้มข้นของฝุ่นละอองทรงตัว 27 – 28 พ.ย. 2566 การระบายอากาศค่อนข้างดี อาจทำให้ความเข้มข้นของฝุ่นละอองมีแนวโน้มลดลง ไม่พบจุดความร้อนที่ดาวเทียมตรวจพบค่าความร้อนสูงผิดปกติจากค่าความร้อนบนผิวโลกบริเวณพื้นที่กรุงเทพมหานคร” ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นกรุงเทพฯ ในอีก 6 วันข้างหน้า

“พรุ่งนี้ 24 พ.ย. 2566 คาดว่า กรุงเทพฯ จะมีค่าฝุ่นอยู่ในระดับปานกลาง (ค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 25.1 – 37.5 มคก./ลบ.ม.) ใน 6 โซนกรุงเทพฯ 

ค่าฝุ่นจะเข้าสู่ระดับดี (ค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 15.1 – 25.0 มคก./ลบ.ม.) ในวันที่ 25 พ.ย. 2566 แต่ยังมีพื้นที่เฝ้าระวังที่กรุงเทพตะวันออก และกรุงธนใต้ ก่อนที่จะเข้าสู่ระดับเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ (ค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 37.6 – 75.0 มคก./ลบ.ม.) อีกครั้งในวันที่ 26 พ.ย. 2566 

หลังจากนั้นตั้งแต่ 28 พ.ย. – 30 พ.ย. 2566 ค่าฝุ่นในกรุงเทพฯ จะอยู่ในระดับปานกลาง แต่ยังมีพื้นที่เฝ้าระวังที่ค่าฝุ่นอาจจะเกินมาตรฐานได้แก่ กรุงเทพตะวันออก กรุงธนเหนือ และกรุงธนใต้”กรมควบคุมมลพิษ คาดการณ์

(ภาพ : กรมควบคุมมลพิษ)

บอร์ดชาติสั่งเดินหน้า “ลดเผา 50% 10 ป่าแปลงใหญ่ภาคเหนือ”- รายงานทุก 30 วัน

“คณะกรรมการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศเพื่อความยั่งยืน ได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินมาตรการเร่งด่วนเพื่อลดพื้นที่การเผาไหม้ซ้ำซาก ในพื้นที่ 10 ป่าอนุรักษ์ 10 ป่าสงวนแห่งชาติ พื้นที่การเกษตรเผาไหม้ และการควบคุมฝุ่นละอองในเขตเมือง 

ได้แก่ การพิจารณาสิทธิประโยชน์ หรือแรงจูงใจให้ภาคเอกชนที่ร่วมสนับสนุนการแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่น PM2.5 การกำหนดเงื่อนไขการอนุญาตการเผา และการบริหารจัดการการเผา การเร่งรัดการนำระบบการรับรองผลผลิตทางการเกษตรแบบไม่เผามาใช้กับการปลูกอ้อย ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มาตรการไม่รับอ้อยไฟไหม้เข้าหีบ การพิจารณาเพิ่มเงื่อนไขเรื่องการเผาในพื้นที่ป่า และพื้นที่เกษตรในการนำเข้า-ส่งออกสินค้า และการผลิต และจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงให้เป็นไปตามมาตรฐานยูโร 5 และรายงานทุก 30 วัน” 

(ภาพ : กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม)

ตั้ง “อนุฯ ขับเคลื่อน – ศูนย์จังหวัดฯ เหนือ” 

“นอกจากนี้ ได้เห็นชอบคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการอำนวยการเพื่อการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศ ที่มีปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นประธาน เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้มาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ปี 2567 

คำสั่งจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการระดับจังหวัดเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ และ 5 จังหวัดปริมณฑล โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน เพื่อเป็นกลไกการแก้ไขปัญหา และบังคับใช้กฎหมายเชิงพื้นที่ เฝ้าระวัง แจ้งเตือน สร้างการรับรู้ และเผยแพร่ข้อมูลในการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ 

และคำสั่งจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการดับไฟป่า โดยมีแม่ทัพภาค 3 เป็นผู้อำนวยการศูนย์ เพื่อบูรณาการการดับไฟป่า” 

พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศ เพื่อความยั่งยืน ครั้งที่ 1/2566 วานนี้ (22 พ.ย. 2566) รายงานข่าวทส. เปิดเผย

พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) (ภาพ : กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม)

“เริ่มต้นสวย-เชื่อบรรลุเป้าได้-ความท้าทายคือการจัดการ” สภาลมหายใจฯ

“เมื่อวานมีการประชุมคณะกรรมการแก้ปัญหาฝุ่นชุดใหญ่ ที่รัฐบาลตั้งมาเป็นหัวรับผิดชอบ ผมได้อ่านเอกสารแนวนโยบายมาตรการ เห็นว่าปีนี้แตกต่างจากยุคก่อนหลายอย่าง โครงสร้างส่วนหัว มีอนุอำนวยการ ซึ่งกลไกนี้ควรจะเป็นศูนย์กลางบัญชาการจริง ๆ ไม่งั้น รัฐมนตรีคนนี้สั่งที คนโน้นสั่งที คนปฏิบัติงง

จุดที่ผมสนใจเป็นพิเศษคือมาตรการพื้นที่ไฟป่าสิบแปลงใหญ่ ที่เขาตั้งเป้าหมายลดการไหม้ลงมา 50% ซึ่งเป็นเป้าหมายกระชากลงแบบ aggressive มาก ถ้าทำได้จะเห็นหน้าเห็นหลัง หากไฟลดสามล้านไร่ ความหนาแน่นฝุ่นควันควรลดลงตาม ที่สำคัญคือ อัตราการระบายฝุ่นของระบบอากาศควรจะดีขึ้นด้วย เหมือนน้ำครำ่ล้นท่อรอระบาย

ศึกษาข้อมูลของพื้นที่ไฟแปลงใหญ่หลายแปลง เขาไหม้ทีครั้งละเป็นแสนไร่ ปีกลาย ศรีน่าน 4 แสน สาละวินเกือบ 7 แสน สามป่ารอยต่อเหนือเขื่อนภูมิพลมากสุด เกิน 8 แสนไร่ คือฤดูนึง เขาไหม้ทีเกือบ ๆ พื้นที่กรุงเทพจากรังสิตลงมาจรดปากน้ำก็แล้วกัน !

ผมมองว่า การไหม้ลามมาก ๆ เพราะรัฐไม่ได้โฟกัสจริง พื้นที่ชายขอบ ปล่อยทั้งเขาปล่อยทั้งเรา กำลังพลขาด ความทุรกันดาร ตามดับไม่ทันก็ลามใหญ่ เหตุปัจจัยมีหลายอย่าง คนนั่นล่ะ สีเทา ๆ ก็มี ชาวบ้านแถวนั้นมีน้อยเบาบางมากๆ ยากจน จำนวนหนึ่งเลยเป็นพรานหาของป่าเดินทีไกลๆ รัศมีรอนแรม ระดมจัดการดี ๆ เป้าหมาย 50% ทำได้ครับ” บัณรส บัวคลี่ ที่ปรึกษาฝ่ายข้อมูลและนโยบาย เครือข่ายสภาลมหายใจภาคเหนือ 

(ภาพ : Bunnaroth Buaklee)

เตือน “หากไม่จัดการอย่างปราณีต-เสี่ยงกระทบคนเล็กคนน้อย”

“ที่เป็นห่วงคือเป้าหมายลด พท เกษตรไฟไหม้ในเขตป่าสิบแปลงลง 50% เช่นกัน นี่จะกระทบคนเล็กคนน้อยในป่าหรือไม่ 

คือถ้าคนกลุ่มนี้ทำเกษตรอย่างเดียว ไม่เกเรไปล่าสัตว์เผาป่า เขาถูกลงโทษเกินเหตุนะครับผมว่า  เพราะพื้นที่เกษตรใช้ไฟในป่านั้น  มันจำเป็น หากไม่มีการสนับสนุนเครื่องจักร หรือเป็นเกษตรที่สูงวิถีชนเผ่า ก็มีลักษณะวิธีของเขา สมมติมีหย่อมพื้นที่เกษตรเขาทำแนวเรียบร้อย ดับจบแค่ครึ่งวัน ไม่ลาม รวมกันแค่ราวพันไร่ในปีที่ผ่านมา  มารอบนี้กำหนดให้เขาใช้ไฟแค่ 500 ไร่ เขาจะทำกินอย่างไร?

ดังนั้นมาตรการกำหนดเป้าหมายพื้นที่เกษตรในป่าแปลงใหญ่จึงควรรอบคอบ บนฐานข้อมูลให้มาก อันนี้ ควรจะขึ้นกับข้อเท็จจริง และเงื่อนไขของพื้นที่แต่ละป่า 

ที่สาละวิน ชุมชนกะเหรี่ยงปกาเกอะญอ มีแค่ราว 10 ชุมชน ลักษณะไร่หมุนเวียน ที่ผ่านมาอาจจะมีลาม ต้องตรวจสอบ

ที่ศรีน่านพื้นที่เกษตรกันออกตามมาตรา 64 แล้ว หากมีกลไกอุดหนุนใช้เครื่องจักร สามารถปลอดเผาได้

ที่ถ้ำผาไท มีพื้นที่เกษตรภายในน้อยมาก ๆ เพราะเขากันเขตป่าเขตชาวบ้านออกมาก่อน แต่พื้นที่ชุมชนรอบ ๆ ก็เสี่ยง ชาวบ้านบอกว่า มีเอกชนสนับสนุนเครื่องจักรทิ้งไว้ แต่ขอใช้ยาก  บางกระแสบอกว่า มีคนเก็บค่าขอยืมใช้ อันนี้ภาษาถิ่นเรียกว่า ค่าก็อก

ที่ป่าเหนือเขื่อนยิ่งไปอีกคนละแบบ มันไกลคนน้อย เกษตรในป่าจริง ๆ แทบไม่มี ส่วนที่มีก็ไม่ได้มีสัดส่วนมากมายอะไร นิ้วก้อยหยิบมือเดียว

ตัวเลขพื้นที่เกษตรใช้ไฟ ใช้แล้วคุมได้ ใช้แล้วลุกลาม ควรต้องมาเป็นฐาน และควรต้องใช้มาตรการอุดหนุนให้ลดการใช้ไฟล่วงหน้าตั้งแต่ ธ.ค. – เม.ย. ก่อนฝน

ถ้าผู้ปฏิบัติไม่เข้าใจจะเอาแต่เป้าลดเกษตรใช้ไฟลงครึ่ง เอาดื้อ ๆ คือ กุมภาพันธ์ สั่งระงับการใช้ชีวิต การผลิตของเขามีปัญหาทันที บางชนเผ่าปลูกครั้งเดียวใช้กินทั้งปี  ในสิบแปลงใหญ่ มีการเกษตรในป่าหลายแบบ ควรจะประณีตหน่อยครับ” บัณรส กล่าว

บัณรส บัวคลี่ (ภาพ : THECITIZEN.PLUS)

ชี้ “ต้องมีเจ้าภาพป่าแปลงใหญ่ – เริ่มที่กลไกจูงใจ” 

“เสนอว่า พื้นที่เกษตรในป่าสิบแปลงใหญ่ ควรมีผู้นับผิดชอบประสานบูรณาการใช้กลไกจูงใจเข้าไปก่อน  แปลงไหนมีประวัติกันแนวดับจบสามไร่ห้าไร่ให้เขาทำกินไปเถอะครับ 

หน่วยไหนเป็นเจ้าภาพแผนปฏิบัติการเกษตรในป่าสิบแปลง? ควรต้องยกให้ผู้ว่ามาบูรณาการไหม?

เดิมพันของสิบแปลงใหญ่คือการไหม้ลามแบบควบคุมไม่ได้เป็นแสนไร่

หวังว่าผู้มีอำนาจตัดสินใจและที่เกี่ยวข้องจะได้ยิน โดยเฉพาะอนุกรรมการอำนวยการที่ตั้งขึ้นมาเป็นหัวบริหารจัดการ” ที่ปรึกษาฝ่ายข้อมูลและนโยบาย เครือข่ายสภาลมหายใจภาคเหนือ เปิดเผย

(ภาพ : กรมควบคุมมลพิษ)

คพ. จับมือ 9 เอกชน “ตรวจรถ-ลดฝุ่น”

“โครงการคลินิกรถ ลดฝุ่น PM2.5 ผู้ประกอบการรถยนต์ทั้ง 9 ราย จะให้บริการผ่านศูนย์บริการของรถยนต์แต่ละยี่ห้อ ให้บริการตรวจเช็คสภาพเครื่องยนต์ฟรี บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง และลดค่าน้ำมันเครื่อง ค่าอะไหล่ และค่าแรงเป็นพิเศษ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเจ้าของรถยนต์ใช้งานมีส่วนร่วมในการป้องกัน และแก้ไขวิกฤตฝุ่นที่กำลังจะเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้นี้ และหากรถยนต์ของประชาชนมีอายุการใช้งานที่ยาวนานก็จะได้รับส่วนลดที่เพิ่มมากขึ้น 

การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามระยะเวลาที่กำหนดจะช่วยลดการเกิดฝุ่นละอองได้ประมาณ 25% อยากเชิญชวนให้ประชาชนใช้โอกาสนี้ในการนำรถยนต์มาตรวจสภาพตามศูนย์บริการต่างๆ ของผู้ให้บริการที่เข้าร่วมโครงการ ช่วยกันลดมลพิษ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการลดปัญหาฝุ่น PM2.5 และเพื่อสุขภาพอนามัยที่ดีของทุกคน” ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผย

โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือกันระหว่าง คพ. สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ มีผู้ประกอบการรถยนต์จำนวน 9 ราย ประกอบด้วย TOYOTA ISUZU MITSUBISHI NISSAN MAZDA FORD HONDA SUZUKI และ HINO ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 1 พ.ย. 2566 ถึง 30 เม.ย. 2567 ครอบคลุมการให้บริการทั่วประเทศ