11 ข้อเสนอเชิงนโยบาย “หากจะทำนิคมอุตสาหกรรม ที่จะนะ สงขลา”

เปิด 11 ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ต่อการพัฒนาพื้นที่อ.จะนะ จากรายงานเสียงแห่งจะนะจัดทำโดยองค์กรอนุรักษ์ กรีนพีซ ประเทศไทย ร่วมกับเครือข่ายนักวิชาการ และเครือข่ายชาวบ้านประชาสังคมในพื้นที่ .จะนะ สงขลา

สังเคราะห์จากข้อมูลคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และข้อมูลฉากทัศน์ความเสี่ยงด้านผลกระทบทางทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะด้านมลพิษทางอากาศ และทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง หากมีโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะเกิดขึ้น รวมถึงผลลัพธ์จากการะบวนการเปิดพื้นที่รับข้อเสนอแนวทางการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืนที่มาจากการระดมความเห็นของประชาชนหลากหลายอาชีพกรีนพีซ ระบุ

รายงานที่เปิดตัวสู่สาธารณะอย่างเป็นทางการ วันนี้ ที่ห้องประชุมสหกรณ์การเกษตรจะนะ .บ้านนา .จะนะ .สงขลา

(ภาพ : เริงชัย คงเมือง / กรีนพีซ ประเทศไทย)

1.

การดำเนินการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment, SEA) การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้ออม (Environmental Impact Assessment, EIA) และการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (Environmentlal Health Impact Assessment, EHIA) ควรใช้ข้อมูลระดับมลพิษที่ในบรรยากาศและมลพิษตกสะสมที่ประชาชนทั้ง 3 กลุ่มอาชีพยอมรับเป็นตัวชี้วัดสำคัญสำหรับการประเมินความเหมาะสมของโครงการนิคมอุตสาหกรรม หรือโครงการใด ๆ ก็ตาม เพื่อไม่กระทบวิถีชีวิตและการประกอบอาชีพของประชาชนจะนะดั้งเดิม ซึ่งมีความสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหารและเศรษฐกิจรากหญ้าในชุมชน

2.

การพัฒนาโครงการเมืองนิคมอุตสาหกรรมจะนะ หรือโครงการใด ๆ ก็ตาม ควรประเมินทางเลือกที่ส่งเสริมศักยภาพของชุมชน และออกแบบให้ปลดปล่อยมลพิษน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ จะเห็นได้จากสรุปผลการวิจัยว่าการปลดปล่อยแบบระดับต่ำสุดนั้น ลดผลกระทบต่อชุมชนได้อย่างมาก ยกเว้นการปนเปื้อนปรอท

(ภาพ : กรีนพีซ ประเทศไทย)

3.

แม้การปลดปล่อยมลพิษชนิดอื่นจะสามารถลดลงได้ แต่ปรอทเป็นมลพิษที่ไม่สามารถลดลงได้ และมีผลกระทบในวงกว้างอย่างมาก ดังนั้น โครงการพัฒนาใด ๆ จึงเป็นโครงการที่ไม่มีการปลดปล่อยปรอท หรือมีระบบบำบัดปรอทที่ปลดปล่อยเพื่อลดผลกระทบจากปรอทที่ปลดปล่อยออกมาจากโรงงานสู่สิ่งแวดล้อม เพื่อความปลอดภัยทางอาหารของคนในพื้นที่ และที่ส่งขายไปทั่วประเทศ และโอกสทางเศรษฐกิจของคนในพื้นที่

4.

การพัฒนาที่จะมาในพื้นที่ ควรเป็นไปตามความสนใจและศักยภาพของคนในชุมชน แนวโน้มความต้องการของโลก และสามารถรองรับความเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้ กล่าวคือต้องเป็นแนวทางหรือโครงการพัฒนาที่มีความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ และเป็นปัจจัยที่คนทุกอาชีพต้องพึ่งพิง โดยการพัฒนาที่ยั่งยืนควรมี 3 ลักษณะสำคัญ คือ การพัฒนาบนฐานทรัพยากร การพัฒนาบนวิถีศาสนาและวัฒนธรรม และการมีส่วนร่วมในการออกแบบและเลือกแนวทางการพัฒนาของตัวเอง

(ภาพ : เริงชัย คงเมือง / กรีนพีซ ประเทศไทย)

5.

ทางเลือกแนวทางการพัฒนาควรเหมาะสมกับศักยภาพและคนในพื้นที่ สามารถกระจายรายได้สู่คนส่วนใหญ่ในชุมชนได้จริง สร้างอาชีพทที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ในขณะที่ยังสามารถรักษาสิ่งแวดล้อมและโอกาสทางเศรษฐกิจ สำหรับคนรุ่นใหม่ในอนาคตได้

6.

ทางเลือกการพัฒนาควรเป็นทางเลือกที่จะสามารถแก้ปัญหาในปัจจุบันได้ และจะไม่เป็นการซ้ำเติมปัญหาให้เลวร้ายลง รวมทั้งวิธีการของรัฐต่อชุมชนไม่ควรเป็นวิธีการที่สร้างความแตกแยก และสร้างผลกระทบทางลบต่อสิ่งแวดล้อม รัฐควรถอดบทเรียนจากโครงการที่เคยทำมาก่อน และควรป้องกันไม่ให้เกิดปรากฏการณ์แบบเดิมอีก

(ภาพ : เริงชัย คงเมือง / กรีนพีซ ประเทศไทย)

7.

ทางเลือกการพัฒฒนาควรช่วยแก้ปัญหาและพัฒนาศักยภาพของอาชีพต่าง ๆ เช่น ด้านการเพิ่มผลิตภาพการผลิต ด้านการลดต้นทุนการผลิต ด้านการตลาด ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เป็นต้น

8.

การมีโครงการใด ๆ ควรให้ชุมชนมีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มต้นออกแบบในระดับยุทธศาสตร์ ไม่ควรตั้งธงที่การพัฒนาโดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมเพียงเล็กน้อยในตอนท้ายของโครงการ และตัวเลือกการพัฒนาแต่ละแบบควรมีข้อมูลผผลกระทบทางสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมอย่างละเอียดมานำเสนอต่อชุมชน

(ภาพ : เริงชัย คงเมือง / กรีนพีซ ประเทศไทย)

9.

ส่งเสริมกรพัฒฒนานิยามการพัฒนา ยุทธศาสตร์การพัฒนา และการมีส่วนร่วมในการออกแบบแนวทางการพัฒนาของชุมชน รวมไปถึงการมีส่วนร่วมในการออกแบบการจัดการทรัพยากร ทั้งการใช้ประโยชน์ บำรุงรักษา และต่อยอด สร้างงานจากศักยภาพชุมชนและสร้างงานโดยออกแบบพื้นฐานของชุมชนและต่อยอดพัฒนาอาชีพจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว

10.

กระบวนการการมีส่วนร่วมในการออกแบบยุทธศาสตร์การพัฒนาระดับชุมชนนั้น ควรเป็นกระบวนการที่ช่วยให้ชาวบ้านสามารถทำความเข้าใจข้อมูลด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมใบริเวณชุมชนของตนเองง ความต้องการในแง่การพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคม การรับฟังเบื้องหลังความคิดและความฝัน ปัญหา ศักยภาพ และข้อเสนอของชุมชน

11.

ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีส่วนร่วมในการพัฒนา เช่นส่งเสริมการสอดแทรกข้อมูลและกิจกรรมที่ส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับทรัพยากรชุมชนในบทเรียน ให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการออกความคิดเห็นใในแนวทางการพัฒนา เป็นต้น

(ภาพ : เริงชัย คงเมือง / กรีนพีซ ประเทศไทย)
(ภาพ : เริงชัย คงเมือง / กรีนพีซ ประเทศไทย)