จี้รัฐ-ก.เกษตรฯ จัดการวิกฤต “เชื้อแบคทีเรียดื้อยาในสัตว์ฟาร์ม”

เผยสถานการณ์ยังวิกฤต “เชื้อแบคทีเรียดื้อยาในสัตว์ฟาร์ม” ทั้งใช้เกินจำเป็น-ปนเปื้อนแหล่งน้ำ-ประมาณการความเสียหายทางเศรษฐกิจราว 4 หมื่นล้านบาทต่อปี 

องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกจี้รัฐ-กระทรวงเกษตรฯ จัดการเร่งด่วนด้วย 4 ข้อเสนอ “ยกระดับมาตรฐานขั้นต่ำ-บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด-ใช้แนวคิดสากล “หลักสวัสดิภาพหนึ่งเดียว”-บูรณาการกับหน่วยงานและภาคประชาสังคม”

พร้อมเปิดเคมเปญล่องเรือ 3 แม่น้ำ “บางปะกง-นครชัยศรี-เจ้าพระยา” ตลอดเดือนพ.ย. จับมือ 2 เซเลป “มารีญา พูลเลิศลาภ” และ “ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล” รณรงค์สาธารณะ ชี้วิกฤตดังกล่าวพร้อมความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องมีการจัดการ “เพื่อสายน้ำ-สุขภาพผู้บริโภค-สวัสดิภาพสัตว์ฟาร์ม”

(ภาพ : องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย)

สถานการณ์ “ยังคงวิกฤตไม่เปลี่ยนแปลง”

“จากรายงานล่าสุดขององค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย ในเดือน ต.ค. 2566 พบเชื้อแบคทีเรียดื้อยาในแหล่งน้ำสาธารณะและบริเวณฟาร์มอุตสาหกรรรม อาทิ ฟาร์มสุกร และฟาร์มไก่ ใน จ.นครราชสีมา จ.ฉะเชิงเทรา และจ.นครปฐม ไม่ต่างจากผลตรวจ 4 ปีก่อน และเป็นที่น่าวิตกอย่างมากที่ยังคงพบเชื้อดื้อยา 

เช่น E.coli และ Klebsiella อยู่ในกลุ่มยาที่นิยมใช้ในฟาร์มอุตสาหกรรม เช่น Ampicillin, Amoxy-clavulanate และ Tetracycline ซึ่งเป็นยากลุ่มเดียวกับที่ใช้รักษาโรคผู้ป่วยที่ติดเชื้อต่างๆ เช่น ในทางเดินปัสสาวะ หลอดลมอักเสบ ภาวะติดเชื้อที่หู ในกระแสเลือด รวมถึงการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ ฯลฯ ซึ่งหากคนได้รับเชื้อดื้อยาและเจ็บป่วยจากโรคดังกล่าว อาจทำให้การรักษาไม่ได้ผล 

ซึ่งปัจจุบันมีผู้เสียชีวิตจากเชื้อดื้อยาปีละ 38,000 คน และติดเชื้อปีละ 88,000 ครั้ง นำไปสู่การรักษาที่โรงพยาบาลนานขึ้น 3.24 ล้านวันต่อปี ค่าใช้จ่ายในการรักษาเป็น 2,539-6,084 ล้านบาท และมูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจ 40,000 ล้านบาท (https://amrthailand.net)” องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก เปิดเผย  

“แม้ว่าประเทศไทยจะมียุทธศาสตร์ชาติเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ แต่ปัญหาการแพร่กระจายของเชื้อดื้อยาจากฟาร์มสัตว์ก็ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับผล “การตรวจหาแบคทีเรียดื้อยาที่สำคัญจากสิ่งแวดล้อมบริเวณฟาร์มเลี้ยงสุกรและไก่ เดือนตุลาคม 2566” ในครั้งนี้ ยังคบพบเชื้อแบคทีเรียดื้อยาที่แทบไม่ได้แตกต่างจากการตรวจเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา 

การพบเชื้อเหล่านี้ก่อความกังวลต่อสุขภาพ และชีวิตของประชาชนในพื้นที่รอบ ๆ ฟาร์มอุตสาหกรรม ซึ่งบ่งชี้ว่าสวัสดิภาพสัตว์ที่ย่ำแย่ ต้นตอสำคัญของการใช้ยาปฏิชีวนะแบบเกินความจำเป็นในฟาร์ม ยังคงไม่ได้รับความสำคัญมากเท่าที่ควร การส่งเสริมให้มีการใช้สารทดแทนยาปฏิชีวนะก็ไม่ได้แปลว่าสวัสดิภาพสัตว์จะดีขึ้น 

เราจึงเรียกร้องต่อภาครัฐให้ความสำคัญด้านการพัฒนาสวัสดิภาพสัตว์ฟาร์ม และการบังคับใช้กฎหมายห้ามใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันโรค เพื่อแก้ไขถึงวิกฤตด้านสุขภาพที่เราทุกคนกำลังเผชิญอยู่อย่างเร่งด่วน” โชคดี สมิทธิ์กิตติผล ผู้จัดการโครงการสัตว์ฟาร์ม องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก กล่าว 

(ภาพ : องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย)

จี้รัฐ-ก.เกษตร จัดการเร่งด่วน “4 ข้อเสนอ”

“เราจำเป็นต้องเริ่มวันนี้ เดี๋ยวนี้ ก่อนที่เชื้อดื้อยาจากฟาร์มอุตสาหกรรมจะคร่าชีวิตเราหรือคนใกล้ตัวเรา องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกจึงเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทโดยตรงในเรื่องนี้ต้องดำเนินการดังต่อไปนี้โดยเร่งด่วน ได้แก่

1. ยกระดับมาตรฐานขั้นต่ำสวัสดิภาพสัตว์ฟาร์มให้สูงขึ้น ให้สอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำในการเลี้ยงสัตว์ฟาร์มที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล (FARMS: Farm Animal Responsible Minimum Standard) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถช่วยลดความจำเป็นในการใช้ยาปฏิชีวนะลดลง 

2. ควบคุม และบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องในการห้ามใช้ยาปฏิชีวนะ เพื่อการป้องกันโรคอย่างเข้มงวดโดยเร่งด่วน เพื่อป้องกันการเข้าถึงยาปฏิชีวนะอย่างไม่ถูกต้อง รวมถึงจัดให้มีการพัฒนาความรู้ ด้านการใช้ยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม เพื่อหยุดปัญหาเชื้อดื้อยาปฏิชีวนะที่เป็นวิกฤตสุขภาพของคนไทยในขณะนี้

3. ดำเนินการภายใต้แนวคิด “หลักสวัสดิภาพหนึ่งเดียว” (One Health, One Welfare Concept) โดยมีการบูรณาการ และการทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เป็นรูปธรรม ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ปัญหาเชื้อดื้อยาทั้งในคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อมไปพร้อม ๆ กัน

4. จัดทำกลไกเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมกลุ่มต่าง ๆ ในการติดตามและตรวจสอบการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง” องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก เรียกร้อง

(จากซ้าย) ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ชนะวิทย์ ฉายแสง โรจนา สังข์ทอง มารีญา พูลเลิศลาภ และโชคดี สมิทธิ์กิตติผล (ภาพ : องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย)

พายเรือ “เพื่อสายน้ำ-สุขภาพผู้บริโภค-สวัสดิภาพสัตว์ฟาร์ม”

“ด้วยเหตุผลดังกล่าว องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย จึงได้จัดแคมเปญ “บึ๊ด จ้ำ บึ๊ด ฮึดสู้เพื่อสัตว์ฟาร์ม” ร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ อาทิ เทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา อาสาสมัคร ตลอดจนเยาวชน เพื่อให้มีส่วนร่วมสร้างสังคมตระหนักถึงปัญหา และภัยของเชื้อดื้อยาเพื่อป้องกันและสร้างความปลอดภัยในชุมชน พร้อมเผยผลตรวจเชื้อแบคทีเรียดื้อยาล่าสุดในแหล่งน้ำรอบฟาร์มอุตสาหกรรมที่ปนเปื้อนในแหล่งน้ำ 

ผ่านกิจกรรมพายซัพบอร์ดในวันที่ 4 พ.ย. 2566 นำร่องแม่น้ำสายแรกแม่น้ำบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา จากนั้นในวันที่ 11 พ.ย. 2566 จะล่องแม่น้ำสายที่สอง แม่น้ำนครชัยศรี จ.นครปฐม และปิดท้ายกิจกรรมในวันที่ 21 พ.ย. 2566 ที่แม่น้ำสายที่สาม แม่น้ำเจ้าพระยา จ.กรุงเทพฯ ซึ่งมีการจับมือกับ 2 Celebrity 2 สาย “มารีญา พูลเลิศลาภ” และ “ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล” ร่วมทำกิจกรรมพายซัพ” องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก เปิดเผยถึงกิจกรรมแคมเปญล่าสุด “บึ๊ด จ้ำ บึ๊ด ฮึดสู้เพื่อสัตว์ฟาร์ม” 

 “ภัยจากเชื้อยาเป็นเรื่องที่หลายคนมองข้ามแต่กลับแฝงตัวได้อย่างน่ากลัวมาก  จากการสุ่มสำรวจแหล่งน้ำรอบ ๆ ฟาร์มอุตสาหกรรมในประเทศไทยซึ่งพบการแพร่กระจายของเชื้อดื้อยาในสิ่งแวดล้อม และแหล่งน้ำสาธารณะ สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาใช้ยาปฏิชีวนะอย่างไม่เหมาะสมในฟาร์มอุตสาหกรรม โดยต้นตอของปัญหามาจากการจัดการสวัสดิภาพสัตว์ในฟาร์มอุตสาหกรรมที่ย่ำแย่ 

ดังนั้นจึงหวังว่าการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ จะช่วยให้เราทุกคนช่วยกันปรับปรุงโครงสร้างระบบอาหารของเราใหม่ ไม่เลี้ยงสัตว์อย่างทรมาน ด้วยการพัฒนาคุณภาพชีวิตสัตว์ฟาร์มให้ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยลดวิกฤติดจากเชื้อแบคทีเรียดื้อยาพร้อมทั้งส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์ และสุขภาพของคน รวมถึงยังสามารถลดปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ด้วย” มารีญา พูลเลิศลาภ ทูตองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย กล่าวว่า 

“แม่น้ำคือชีวิตของเรา เราใช้น้ำจากแม่น้ำทำการเกษตร เราใช้น้ำจากแม่น้ำทำน้ำประปา เรากินปลากินกุ้งจากแม่น้ำ แต่เรากลับปล่อยน้ำเสีย ปล่อยสารพิษต่าง ๆ ทั้งทางอุตสาหกรรม และทางการเกษตรลงแม่น้ำ แล้วสารพิษพวกนี้มันจะไปไหน มันก็กลับมาสู่ตัวเรา ตอนนี้เชื้อดื้อยาจากฟาร์มอุตสาหกรรมที่ปนเปื้อนลงมาในแม่น้ำลำคลอง และสิ่งแวดล้อมกำลังเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลต่อสุขภาพของเราเป็นอย่างมาก 

ผมเชื่อว่าพวกเราจะสามารถจุดประกายให้คนลุ่มน้ำบางปะกง ได้รับรู้ถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับแม่น้ำบางปะกงของเราเพื่อจะได้ช่วยกันแก้ไข และจะได้นำไปสู่ความตื่นตัวของสังคมในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับแม่น้ำสายอื่น ๆ ต่อไป” ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ประธานชมรมพายเรือเพื่อแม่น้ำและ Thammasat Fleet กล่าว