ส่องสวัสดิภาพช้างไทยในต่างแดน จากบทเรียน “พลายศักดิ์สุรินทร์” 2566

5 ประเด็น ว่าด้วยสถานการณ์สวัสดิภาพช้างไทยในต่างแดน 2566 : การค้าช้างไทยในนามทูตสันถวไมตรี”? บทบาทภาครัฐ นโยบายช้างไทยในต่างแดนการจัดการพลายศักดิ์สุรินทร์ต้องทบทวน? และบทบาทภาคประชาสังคม ” นราวิชญ์ เชาวน์ดี รายงาน

พลายศักดิ์สุรินทร์ หลังจากเดินทางถึงประเทศไทยเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 2 ก.ค. 2566) (ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช)

1. การค้าช้างไทยในนาม “ทูตสันถวไมตรี”?

“การส่งช้างไปในในนามรัฐบาล ช้างไทยควรจะต้องถูกดูแลเป็นอย่างดี แต่ขอยกตัวอย่างกรณี พลายซากุระที่ถูกถูกส่งไปประเทศญี่ปุ่นในตั้งแต่ปี 2508 ทีแรกก็ส่งไปก็เหมือนบอกว่าจะเอาในนามรัฐบาล แต่พอไปอยู่ซักพักหนึ่งก็ส่งต่อเข้าสวนสัตว์ 

แล้วเมื่อไม่นานมานี้เองค่ะ ดิฉันเองได้รับเชิญไปสวนสัตว์เกาหลี แล้วก็นักอนุรักษ์สัตว์จากเกาหลี เขาบอกว่า พลายซากุระถูกสวนสัตว์ที่ญี่ปุ่นขายให้กับคณะละครสัตว์ในเกาหลีใต้ แต่ภายหลังละครสัตว์เลี้ยงดูไม่ได้ต้องส่งต่อเข้าสวนสัตว์ในกรุงโซล” 

แสงเดือน ชัยเลิศ ประธานมูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์กับ GreenNews ในประเด็น “ช้างไทยในต่างแดน ค้าช้างใต้เสื้อคลุมทูตสันถวไมตรี ? : ชะตากรรม-ทางออก” เมื่อ 16 ส.ค. 2566 ที่ผ่านมา หลังสถานการณ์ช้างไทยในต่างแดนกลับมาถูกพูดถึงอีกครั้ง จากการกลับมาของพลายศักดิ์สุรินทร์ ช้างจากประเทศไทยที่ถูกส่งตัวไปเป็นทูตสันถวไมตรีเพื่ออัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในงานแห่พระธาตุเขี้ยวแก้ว ที่ประเทศศรีลังกา 

การกระทำดังกล่าวที่เกิดขึ้นกับพลายซากุระทำให้แสงเดือนตั้งคำถามว่า การส่งออกช้างไทยไปยังต่างประเทศเป็นหนึ่งในการทำธุรกิจหรือไม่ เนื่องจากมีการซื้อขายส่งต่ออย่างชัดเจน

“ดิฉันตั้งคําถามในการอ้างการใช้วาทกรรมส่งช้างไปในนาม ทูตสันถวไมตรี แต่ทําไมสัตว์เหล่านั้นถึงมีชะตากรรมที่ไปตกอยู่ในละครสัตว์ แล้วในบั้นปลายชีวิตของสัตว์เหล่านั้นก็คือไปตกอยู่ในสวนสัตว์ ซึ่งมีชีวิตที่ทุกข์ทรมาน 

ซึ่งมันเป็นการประจานการทํางานของหน่วยงานรัฐเราว่า เราปล่อยให้เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นยังไง เราเคยไปตรวจสอบชีวิตความเป็นอยู่ของสัตว์เหล่านั้นไหม ถ้าเป็นการส่งไปผ่านระบบการทูต หรือระบบรัฐบาล เราต้องมีอะไรที่ชัดเจน แต่ไม่มีความชัดเจนในการส่งช้างไทยไปต่างแดนเลย 

เรามีนโยบายไหมว่า จะต้องส่งกลับบ้านเรา หรือว่าคุณสามารถเอาไปขายต่อสวนสัตว์ได้ เราส่งพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ไปให้เขา อะไรอย่างนี้ มิหนำซ้ำเรายังส่งคน คนเลี้ยง คนดูไปให้เขา เราส่งแพ็คเกจให้เขาเลย อันนี้มันเป็นอุตสาหกรรมใช่หรือไม่ หรือมันเป็นธุรกิจใช่หรือไม่” แสงเดือน กล่าว

แสงเดือนให้ความเห็นว่า ถ้าหน่วยงานภาครัฐจะปฏิเสธว่าการส่งช้างไปต่างประเทศไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับธุรกิจ ภาครัฐจะต้องมีมาตรการที่รัดกุมมากกว่านี้ อย่างเช่นจะทำอย่างไรหากช้างที่ส่งไปคลอดลูกที่ต่างประเทศจะส่งกลับมา หรือว่าจะแบ่งกับประเทศปลายทาง มีการทำข้อตกลงหรือไม่ ถ้าประเทศที่รับไปไม่ดูแลช้างให้ดีทางหน่วยงานรัฐไทยจะทำอย่างไร ซึ่งรัฐบาลไทยไม่เคยมีคำตอบอย่างชัดเจนออกมาเลย

“ดิฉันก็ตั้งคําถามว่า หลังจากไปอยู่แล้วเขาก็ไปมีลูกเพิ่มคลอดลูกตรงนั้น รัฐบาลไทยเราได้ทําอะไรไปหรือเปล่า เพราะพอหลังจากที่ช้างไปคลอดลูกตรงนั้น สวนสัตว์เหล่านั้นก็จะมีการขายลูกช้างต่อไประหว่างสวนสัตว์ต่อสวนสัตว์ ดิฉันคิดว่ามันไม่สามารถ หลีกเลี่ยงคําว่า ส่งช้างไปแล้วก็เอาไปทําธุรกิจแล้วก็ขายลูกช้างต่อ อันนี้หลีกเลี่ยงได้หรือเปล่า เพราะถ้าไม่เกี่ยวกับธุรกิจจริงซากุระจะต้องไม่ถูกส่งข้ามจากญี่ปุ่นไปเกาหลีอย่างแน่นอน 

ดิฉันจึงอยากจะฝากถาม แล้วฝากถามดัง ๆ ถึงรัฐบาลด้วยว่า สิ่งเหล่านี้คุณจะสลัดคําว่า Elephant Trade ได้หรือไม่” ประธานมูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม ให้ความเห็น

ใจดี ลูกของ ผักบุ้ง ช้างไทยในสวนสัตว์ทารองก้า เมืองซิดนีย์ ออสเตรเลีย คลอดในช่วงเช้าของวันที่ 26 พ.ค. 2560 (ภาพ : Post today)

2. บทบาทภาครัฐ “ต้องทบทวน?” 

“สำหรับหน่วยงานที่รับผิดชอบ และดูแลเกี่ยวกับช้างในประเทศไทยจะมี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชที่ดูแลเกี่ยวกับช้างป่า กระทรวงมหาดไทยซึ่งเป็นผู้ออกตั๋วรูปพรรณช้าง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดูแลเกี่ยวกับช้างบ้าน ช้างเลี้ยง และกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งถ้ามีการส่งออกช้างไปยังต่างประเทศก็ต้องมีการจัดการเกี่ยวกับข้อตกลงระหว่างรัฐ 

นอกจากนั้นยังมีสํานักงาน CITES ที่ดูแลเรื่องการดําเนินการตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่า และพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ 

ดิฉันก็อยากฝากถามว่า ในเมื่อเรามีตั้งหลายหน่วยงานทําไมไม่ช่วยกันคิด ว่าเราเอาช้างไปอยู่ต่างประเทศแล้ว จะส่งทูตไปเยี่ยมบ้างไหม ส่งใครไปดูไหม เราเคยไปดูแลเขาไหม เพราะดิฉันเชื่อว่า ถ้าเราส่งช้างเหล่านั้นไปอยู่ประเทศต่าง ๆ เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะบิดพริ้ว ถ้าเกิดเราทําเงื่อนไขชัดเจนตั้งแต่ต้น” แสงเดือน กล่าว

สำนักข่าว Thai PBS รายงาน เมื่อ 10 มิ.ย. 2566 ว่า รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่าปัจจุบันประเทศไทยยุติการส่งช้างไปยังต่างประเทศในฐานะทูตสันถวไมตรีแล้ว

“ถึงแม้ว่าจะมีคำยืนยันว่าจะไม่ส่งช้างไทยไปยังต่างแดนแล้ว แต่ดิฉันยังไม่วางใจกับรัฐบาล บอกตรง ๆ ว่านโยบายของรัฐบาลในแต่ละครั้ง รัฐบาลไทยเราตั้งแต่ยุคสมัยไหน ไม่ค่อยสนใจเรื่องสัตว์ และสิ่งแวดล้อมเท่าไหร่ อดีตรัฐมนตรีบางคนยังสนับสนุน และส่งเสริมให้มีการวัวชนไก่ชนเลย แล้วเราจะวางใจให้สัตว์เหล่านี้มาอยู่ในมือของคนเหล่านี้ได้ยังไง 

พอรู้ว่าจะตั้งรัฐบาลใหม่นี่ ใจนี่มันเครียด กลัวคนเหล่านี้จะกลับเข้ามาดูแลกระทรวง ที่มันเกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่ของสัตว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์ที่เป็นของกรมอุทยานฯ ซึ่งจะต้องได้รับการดูแลอย่างดี 

แต่ปัจจุบันก็ยังไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควร ไม่ว่าจะเสือสิง ลิง ค่าง บ่าง ชะนี ต่าง ๆ ที่อยู่ ปัจจุบันเขายังอยู่ยากแค้น เพราะฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่ถามว่าดิฉันวางใจไหม ไม่วางใจ ตราบใดที่นักการเมืองยังเป็นนักการเมืองที่ไม่ได้ใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อม และชีวิตความเป็นอยู่ของคนอื่น มันวางใจไม่ได้แม้กระทั่งหนึ่งนาที จนกระทั่งเราเห็นว่ารัฐมนตรีคนนี้เข้ามา ดูวิสัยทัศน์เขาก่อน ถ้าวิสัยทัศน์เป็นรัฐมนตรีที่อดีตวิสัยทัศน์แย่ ๆ ก็แน่นอนว่าเราคงต้องทําใจ” แสงเดือน เผย

พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช)

3. การจัดการพลายศักดิ์สุรินทร์ “ต้องทบทวน?”

“นอกจากนั้นอีกหนึ่งเรื่องที่อยากจะตั้งคำถามถึงภาครัฐคือ ปัจจุบันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามามีบทบาทอย่างไรในการดูแลพลายศักดิ์สุรินทร์ที่ปัจจุบันได้รับการดูแลอยู่ที่สถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ฯ (ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย) จ.ลำปาง

ในเวลานี้ดิฉันอยากจะตั้งกระทู้ถามกับทางรัฐบาล หรือรัฐบาลรักษาการด้วยว่า เอาช้างไปฝากที่ ศูนย์รักษ์ช้างไทย จ.ลำปาง ท่านต้องดูแลศูนย์รักษ์ช้างไทยด้วย นำงบประมาณให้เขาด้วย เพราะศูนย์รักษ์ช้างไทยเอง เขาก็รับในเรื่องของการดูแล แต่จะทํายังไงให้พลายศักดิ์สุรินทร์อยู่อย่างสมศักดิ์ศรี 

พลายศักดิ์สุรินทร์เป็นที่จับตาของทั่วโลกในเรื่องของสวัสดิภาพชีวิตความเป็นอยู่ อย่าเอาไปโยนให้เขาอย่างเดียวแล้วก็ไม่มีงบประมาณให้เขา อันนี้ถามแทนเพราะดิฉันเชื่อว่าทาง องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.) ก็คงไม่กล้าถามอะไรเยอะ แต่ดิฉันจะฝากถามแทนในฐานะคนเลี้ยงช้าง เพราะเท่าที่ผ่านมาดิฉันไปเห็นสัตว์ที่อยู่ในการดูแลของหน่วยงานรัฐหลายที่ยังไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควร เนื่องจากงบประมาณ ทีนี้ก็ฝากขอให้พลายศักดิ์สุรินทร์เป็นหนึ่งตัวอย่าง ที่รัฐบาลไทยให้ความสนใจ และแบ่งงบประมาณมาดูแล มาดูแลช้างเชือกนี้กัน ให้ไม่ต้องอายชาวโลกเขา” ประธานมูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม แสดงความเห็น

ภาพของพลายศักดิ์สุรินทร์เมื่อ 19 ต.ค. 2566 (ภาพ : ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จ.ลำปาง)

4. นโยบายช้างไทยในต่างแดน “ต้องทบทวน?”

“สำหรับข้อเสนอต่อการแก้ปัญหาช้างไทยในต่างแดนปัจจุบัน คือตอนนี้ ไหน ๆ ก็ส่งไปแล้ว เราก็ไม่รู้ว่าคุณไปทําเงื่อนไขอะไรกับเขาบ้าง สิ่งที่อยากจะเสนอให้รัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามานั่นก็คือ 

ตอนนี้ควรมานั่งรวมข้อมูลช้างไทยที่อยู่ในต่างแดนทั้งหมดว่ามีกี่ประเทศ อยู่กันยังไง คุณต้องไปติดตามประเมินผลชีวิตช้างเหล่านั้น แล้วมาชี้แจงว่าคุณจะดูแลสัตว์เหล่านี้ยังไง 

คุณมีข้อมูลอยู่ในมืออยู่แล้ว คุณส่งไปที่ไหนบ้าง ไปติดตามหน่อยว่าพลายซากุระ ไปอยู่ที่เกาหลีใต้ได้ยังไง ไปติดตามชีวิตเขา ไปดูความเป็นอยู่ของเขาว่า เราจะมีวิธีการช่วยเหลือเขายังไง 

สิ่งเหล่านี้ดิฉันคิดว่า มันเป็นเรื่องที่ไม่ยากเลยที่รัฐบาลไทยจะติดตามเรื่องเหล่านี้ แล้วก็เอาเรื่องสวัสดิภาพสัตว์เอาเข้ามาดูแล ในเมื่อเราทําผิดพลาดไปแล้ว เราจะต้องดูแลชีวิตเขาที่เหลืออยู่ในการปกป้องให้เขามีความสุขในต่างแดน ไม่ใช่ว่าปล่อยเขาตามมีตามเกิด แล้วก็พยายามเอาใบบัวมาปิด 

เพราะในที่สุดถ้าคุณไม่ทําอะไรเลยกลุ่มอนุรักษ์สัตว์ตอนนี้กําลังไล่ตามล่าแล้ว บอกเลยว่า อีกไม่นานเนี่ย ทางคนที่รักสัตว์เขาก็ทํางานเรื่องนี้กันอย่างหนักเหมือนกัน ช้างที่มาจากประเทศที่มีการส่งเข้าไปเนี่ย แล้วไปอยู่มีความเป็นอยู่ยังไง อีกไม่นานประวัติศาสตร์มันจะโผล่ขึ้นมา ดังนั้นมันไม่สายเกินไปที่รัฐบาลไทยเนี่ย จะเริ่มลงมือ” แสงเดือนกล่าว

แสงเดือน ชัยเลิศ (ภาพ : Saengduean Chailert)

5. สวัสดิภาพช้างไทยในต่างแดน กับบทบาทภาคประชาสังคม

“ช้างเป็นสัตว์ที่อยู่เป็นครอบครัวเป็นโขลง ช้างเป็นสัตว์อยู่ร่วมโขลง เขาจะอยู่กันเป็นโขลง เป็นครอบครัว เขาจะมีการดูแลกัน มีการปฏิสัมพันธ์กัน อยู่กันแบบดูแลปกป้องกัน เราต้องเข้าใจในธรรมชาติของช้าง 

ช้างจะต้องกินอาหารอย่างน้อยสิบเปอร์เซ็นต์ของน้ําหนักตัว สมมุติว่าช้างหนักห้าตัน เขาต้องกินอย่างน้อยวันละ 500 กิโลกรัม แล้วก็ดื่มน้ําวันละอย่างน้อย 200 ลิตร เพราะฉะนั้น เขาต้องอาบน้ําด้วย แล้วธรรมชาติของช้างเขาชอบอาบโคลน 

ดังนั้นเราจะเอาช้างเข้ามาดูแล เราก็ต้องตั้งคําถามตัวเองว่า เราพร้อมที่จะทําบ้านให้เขาไหม ถ้าเราไม่พร้อมก็อย่าเอาเข้ามา เพราะนั้นเป็นเรื่องเดียว เหมือนกันสวนสัตว์คุณจะเอาเขาไปดูแล ถ้าเอาช้างไปจากประเทศไทยคุณก็ต้องสร้างสภาพบรรยากาศให้เป็นประเทศไทย เราเอา 

คนที่ส่งช้างไป ไม่ได้คิดกับเรื่องเหล่านี้ เขาคิดอย่างเดียวว่า โอเคเราไม่รู้ในเบื้องหลังใต้โต๊ะ เราไม่รู้ ว่าเขาคุยกันยังไง แต่เขาลืมคําว่าสิ่งที่คุณส่งไปนั่นคือชีวิต เขาลืมไปว่าสิ่งที่คุณส่งไปเขาจะต้องไปทุกข์ทรมานในต่างแดน โดยที่คุณไม่ได้วางแผนอนาคตในชีวิตความเป็นอยู่ของเขา” ประธานมูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม เปิดเผย

แต่จากการเดินทางไปพบช้างไทยในต่างแดนหลายครั้ง แสงเดือนพบว่าช้างไทยกลับมีวิถีชีวิตที่ไม่สามารถเรียกได้ว่ามีความสุข และแตกต่างจากวิถีชีวิตในธรรมชาติอย่างมาก ทั้งการต้องอยู่ในสวนสัตว์อย่างโดดเดี่ยวเพียงลำพัง การได้รับอาหารที่ไม่ใช่อาหารของช้าง รวมถึงการไปอยู่ในประเทศที่ภูมิอากาศแตกต่างจากบ้านเกิดอย่างประเทศไทย ก็สร้างปัญหาให้ช้างไทยด้วยเช่นกัน

“สิ่งที่ดิฉันได้รับทราบมาในเกี่ยวกับชะตากรรมของช้างในต่างแดน มันทําให้ดิฉันคิดว่า มันถึงเวลาแล้วต้องเอาช้างไทยเรากลับบ้าน แต่เราก็จะต้องกลับมาที่เรื่องเดิม ๆ คือเงื่อนไขของหน่วยงานรัฐ ตอนที่คุณส่งไปคุณมีเงื่อนไขอะไรชัดเจนไหม อย่างเช่นถ้าคุณเลี้ยงดูไม่ดี เรามีสิทธิ์เรียกกลับได้ตลอดเวลานะ เรามีความชัดเจนในเรื่องนี้ตอนส่งไปหรือไม่ พอไม่มีเขาก็มาขู่ให้เราส่งพลายศักดิ์สุรินทร์กลับไป ถ้าเกิดว่าเราทําอะไรที่มันชัดเจนไม่มีเสียงขู่แน่นอน

หลายอย่างที่เราเห็นในกรณีพลายศักดิ์สุรินทร์ เขาเอาช้างเราไปทรมานนะ เรามีกฎหมายบ้านเรา การทํารุณกรรมสัตว์ การเลี้ยงดูไม่ดี การปล่อยให้สัตว์ทุกข์ทรมาน มันละเมิด Five Freedoms of Animal Welfare ซึ่งมันเป็นสแตนดาร์ดของโลก ถ้าคุณไม่ทำตาม เราก็ไม่จําเป็นต้องส่งคืนให้คุณ

เพราะฉะนั้นในส่วนของพวกเราเองก็จะสู้ในเรื่องของมนุษยธรรม แต่รัฐบาลไทยไม่สมควร ส่งเสียงอ่อย ๆ ยังไงดิฉันเข้าใจในแนวทางการทูตคุณทําไม่ได้ แต่ในเมื่อรัฐบาลไทยทําไม่ได้ก็ปล่อยให้พวกเราทํา พวกเราจะยืนหยัดเองในเรื่องขององค์กรเอกชนเรามีสิทธิ์ที่จะสู้ในเรื่องนี้อยู่แล้ว เพราะเราจะเอาเรื่องของสวัสดิภาพสัตว์ ในเรื่องของการทํารุณกรรมมาต่อสู้ 

ในขณะเดียวกันดิฉันอยากจะฝากถามว่า เราพูดเรื่องจะนําช้าง พลายประตูผา พลายศรีณรงค์กลับมา ซึ่งถึงแม้ว่ามันจะเลือนลาง เพราะว่าเราไปทําสัญญาอะไรที่มันไม่เป็นธรรมอยู่แล้วให้กับชีวิตสัตว์เหล่านั้น แต่สมมตินะว่า เขายอมแล้วเอาคืนมาให้เราก็ต้องมาตั้งคําถามว่าหน่วยงานรัฐพร้อมหรือยัง มีสถานที่นี้หรือยัง” แสงเดือนกล่าวปิดท้าย

อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม : 9 ประเด็น “ช้างไทยในต่างแดน” และบทเรียนจากพลายศักดิ์สุรินทร์