ตั้ง 7 อนุกรรมการแก้ปัญหานโยบาย 10 ด้านพีมูฟ – รับแก้ 3 กรณีเร่งด่วน

ผลการประชุมนัดแรกคณะกรรมการร่วมรัฐบาล-พีมูฟ “รับ 6 หลักการ – แก้ปัญหานโยบาย 10 ด้านตามข้อเรียกร้องพีมูฟ – รับเร่งแก้ 3 เรื่องเร่งด่วน (หลีเป๊ะ บางกลอย คลองโยง)- ตั้ง 7 คณะอนุกรรมการ” 

“สัญญาณดี – รอผลการประชุมครม. วันจันทร์ (16 ต.ค.) ยืนยัน” แกนนำพีมูฟให้ความเห็นหลังประชุมนัดแรก วานนี้ (12 ต.ค. 2566) 

นราวิชญ์ เชาวน์ดี ผู้สื่อข่าว GreenNews รายงาน

(ภาพ : พีมูฟ)

ประชุมร่วมครั้งแรก หลังการชุมนุมวันที่ 11

หลังจากขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) ปักหลักชุมนุมบริเวณประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล เป็นวันที่ 11 บ่ายวานนี้ (12 ต.ค. 2566) เวลาประมาณ 13:00 น. ณ ทำเนียบรัฐบาล การประชุมครั้งแรกของ คณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม จึงเกิดขึ้น หลังจากภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าว เมื่อ 9 ต.ค. 2566 ที่ผ่านมา ในครั้งนี้มี ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในที่ประชุม

การประชุมในครั้งนี้ถือเป็นการประชุมครั้งสำคัญครั้งหนึ่ง เนื่องจากผลของการประชุมจะนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 16 ต.ค. 2566 ที่จะถึงนี้ ซึ่งผลของที่ประชุมครม. ดังกล่าว จะเป็นผลสืบเนื่องให้ทางพีมูฟตัดสินใจว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน จะมีวี่แววคลี่คลายไปได้ในทิศทางไหน และจะปักหลักชุมนุมต่อหรือไม่

(ภาพ : พีมูฟ)

รับ “6 หลักการ – แก้ปัญหานโยบาย 10 ด้าน – 3 เรื่องเร่งด่วน”

เวลาประมาณ 20:00 น. ทางพีมูฟได้เปิดเผยความคืบหน้าโดยตัวแทนเครือข่ายที่ได้เข้าร่วมประชุม สราวุธ ศรีวัง ตัวแทนจากเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน เปิดเผยว่า ในที่ประชุมได้มีการเสนอหลักการแนวทางแก้ปัญหา 6 ประการประกอบด้วย 

  1. ต้องยุติการคุกคามพื้นที่สมาชิกของพีมูฟ ด้วยการหยุดการแจ้งความดำเนินคดีในทุกพื้นที่ คดีใหม่ต้องไม่มี หรือให้ยุติทุกกรณี คดีเก่าที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมให้มีมาตรการจำหน่าย หรือชะลอการดำเนินคดี และนำเข้าสู่การนิรโทษกรรมฯ
  2. ในการแก้ปัญหาของพีมูฟ รัฐบาลต้องยึดปัญหาความเดือดร้อน ข้อมูลและข้อเท็จจริงของประชาชนเป็นหลัก ปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย ระเบียบ มติ ครม. และนโยบายที่เป็นอุปสรรคให้สอดคล้อง
  3. กรณีชุมชนของพีมูฟที่อยู่ระหว่างการดำเนินการแก้ไขปัญหาร่วมกับรัฐบาล ต้องให้ชุมชนเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน และซ่อมแซม บ้านเรือน และเข้าถึงโครงการพัฒนาของรัฐต่างๆ ได้
  4. ปัญหารายกรณีและเร่งด่วนให้มีการเจรจาหาทางออกแนวทางในการแก้ปัญหาร่วมกับภาครัฐ และเมื่อได้แนวทางหรือข้อตกลงร่วมกัน ถ้าการแก้ไขปัญหาได้รับเป็นข้อยุติแล้วให้รายงานให้คณะกรรมการทราบ ถ้ายังไม่ได้ข้อยุติให้จัดทำแผนแก้ไขปัญหารายกรณีทั้งในส่วนกลางและพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมและนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการเห็นชอบและเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี
  5. ให้มีแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของพีมูฟ ในสัดส่วนระหว่างภาครัฐกับตัวแทนภาคประชาชนที่เท่ากัน โดยให้มีอำนาจหน้าที่แก้ปัญหาสั่งการในทุกรายกรณี ให้มีความต่อเนื่องอย่างเป็นรูปธรรม
  6. ให้มีการนำข้อเสนอเชิงนโยบายของพีมูฟ 10 ด้านไปดำเนินการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับข้อเสนอแต่ละกรณีเป็นเจ้าภาพ เพื่อลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมโดยเร็ว

หลังจากนั้นเป็นการเสนอนโยบายทั้ง 10 ด้านของพีมูฟ ได้แก่ 1. สิทธิ เสรีภาพ ประชาธิปไตย 2. การกระจายอำนาจ 3. ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม 4. กระจายการถือครองที่ดินและคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม 5. การจัดการทรัพยากร 6. การจัดการภัยพิบัติ 7. ชาติพันธุ์ 8. สิทธิสถานะบุคคล 9. รัฐสวัสดิการ และ 10. ที่อยู่อาศัยและสาธารณูปโภค

หลังจากนั้นจึงนำเสนอเรื่องเร่งด่วน 3 เรื่อง ได้แก่ กรณีชาวเลหลีเป๊ะ ต.เกาะสาหร่าย อ.เมือง จ.สตูล กรณีชุมชนกะเหรี่ยงบางกลอย ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี และกรณีโฉนดชุมชนคลองโยง ต.คลองโยง อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม 

ซึ่งที่ประชุมได้รับหลักการทั้งหมดตามที่เสนอไป

นอกจากนั้นที่ประชุมยังเห็นชอบให้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ รับแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายสิทธิชุมชน ในการจัดการที่ดินตามแนวทางโฉนดชุมชนให้เป็นไปตาม พระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ตามมาตรา 10 (4) 

มอบหมายให้ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร และกระทรวงวัฒนธรรม เสนอ (ร่าง) พระราชบัญญัติส่งเสริมและคุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ…. ที่รัฐบาลมอบหมายให้กระทรวงวัฒนธรรมยกร่างนำเข้าสู่การพิจารณาคณะรัฐมนตรี 

เสนอให้นายกรัฐมนตรีลงนามรับรอง (ร่าง) พระราชบัญญัติส่งเสริมสิทธิและคุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง พ.ศ. …. ฉบับที่ ขปส. เสนอ เนื่องจากเป็นกฎหมายเกี่ยวด้วยการเงินเพื่อนำไปสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรต่อไป 

มอบหมายให้ศูนย์มนุฯ ทบทวนร่างคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการเพื่อเร่งขับเคลื่อนมติ ครม.ชาวเล 2 มิถุนายน 2553 และ มติ ครม. ชาวกะเหรี่ยง 3 สิงหาคม 2553 ตามที่ ขปส. เสนอ โดยเสนอให้รองนายก (สมศักดิ์ เทพสุทิน) เป็นประธาน

และเห็นชอบให้แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการส่งเสริมสิทธิ เสรีภาพ การกระจายอำนาจ และการการจัดการภัยพิบัติเพื่อขับเคลื่อนนโยบายด้านที่ 1 2 และ 6 ของทางพีมูฟ

(ภาพ : พีมูฟ)

แต่งตั้ง 7 อนุกรรมการ

นอกจากนั้นตัวแทนจากพีมูฟ เปิดเผยว่าในที่ประชุมได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 7 คณะ โดยจะเซ็นคำสั่งแต่งตั้งในวันพรุ่งนี้เพื่อให้ทันเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันจันทร์ ได้แก่

  1. คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินทั้งระบบ 
  2. คณะอนุกรรมการด้านกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม
  3. คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากโครงการพัฒนาของรัฐ 
  4. คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนสวัสดิการโดยรัฐ
  5. คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาสิทธิสถานะบุคคล
  6. คณะอนุกรรมการสิทธิที่อยู่อาศัยและการเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน
  7. คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย
(ภาพ : พีมูฟ)

ความเห็นหลังการประชุม

ตัวแทนจากเครือข่ายชุมชนเพื่อการปฏิรูปการสังคมและการเมือง (คปสม.) เปิดเผยว่า ในที่ประชุมเปิดโอกาศให้ทางพีมูฟนำเสนอน้อยเกินไป การประชุมไม่ควรกำหนดเวลาให้สั้นขนาดนี้ ตนคิดว่าหน่วยงานทุกหน่วยงานควรจะได้รับฟังข้อมูลปัญหาที่ทางพีมูฟเตรียมมามากกว่านี้

“ทางบางกลอยเตรียมประเด็นที่จะนำเสนอในวันนี้ 2 -3 ประเด็น แต่ว่าในหลายประเด็นอยู่ในขอบเขตของคณะกรรมการที่ตั้งโดยประยุทธ์ จันทร์โอชา ในสมัยรัฐบาลที่แล้ว ทำให้ทางนั้นคิดว่าเป็นประเด็นที่ซ้ำซ้อนเราจึงไม่ได้พูดตามที่ตั้งใจไว้ แต่ว่าหลังจากนี้คิดว่าประเด็นเกี่ยวกับบางกลอยน่าจะคลี่คลายลง 

ในส่วนคดีความที่ดำเนินอยู่ในปัจจุบัน คิดว่าอาจจะบอกไม่ได้เพราะยังไม่มีความชัดเจน “ แบงค์ พงษ์ศักดิ์ ต้นน้ำเพชร ตัวแทนจากบางกลอยที่เป็นหนึ่งในเรื่องเร่งด่วน เปิดเผย

นอกจากนี้ ตัวแทนจาก สหพันธ์เกษตรภาคเหนือ (สกน.) เปิดเผยว่า บรรยากาศในที่ประชุมครั้งนี้เป็นไปด้วยดีการจากที่มีการรับหลักการในแต่ละประเด็นที่ได้เสนอไป แต่ว่าก็ยังมีความไม่ไว้วางใจอยู่ โดยจะรอความคืบหน้าว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันจันทร์จะมีผลสรุปอย่างไร

อนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวง กพม. รองอธิบดีและเจ้าหน้าที่กระทรวงที่มาเยี่ยมผู้ชุมนุมพีมูฟค่ำวานนี้หลังการประชุม (ภาพ : พีมูฟ)