“หวังบรรทัดฐานใหม่ การใช้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐ” ยื่นฟ้องคดีหนองไข่น้ำ

“เราคาดหวังว่าศาลปกครองจะทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐ และวางบรรทัดฐานเพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิในการมีชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี สิทธิในการมีส่วนร่วมจัดการดูแลรักษาทรัพยากรสิ่งแวดล้อมของชุมชน” 

ทนาย “EnLAW” เผยหลังยื่นฟ้องคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้ศาลเพิกถอน 3 ใบอนุญาต โครงการโรงไฟฟ้าขยะ RDF หนองไข่น้ำ สระบุรี วันนี้

(ภาพ : นักข่าวพลเมือง Thai PBS)

ยื่นฟ้องวันนี้

วันนี้ (10 ต.ค. 2566) เวลาประมาณ 14:00 น. ณ ศาลปกครองกลาง ถนนแจ้งวัฒนะ เครือข่ายชาวบ้านตำบลหนองไข่น้ำ อ.หนองแค จ.สระบุรี และผู้ร่วมฟ้องทั้งหมด 57 ราย ยื่นฟ้องคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ต่อศาลปกครองกลาง 

เพื่อขอให้ศาลเพิกถอน 3 ใบอนุญาต ได้แก่ ใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร (อ.1) ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.4) ใบอนุญาตประกอบกิจการผลิตไฟฟ้า โครงการกำจัดขยะมูลฝอยเทศบาลเมืองพระพุทธบาทด้วยวิธีการแปรสภาพเป็นเชื้อเพลิง RDF และนำไปใช้ในการผลิตไฟฟ้า ณ ต.หนองไข่น้ำ อ.หนองแค จ.สระบุรี กำลังการผลิตไฟฟ้า 9.5 เมกะวัตต์ 

โครงการนี้ เทศบาลเมืองพระพุทธบาท อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี เป็นผู้เสนอ และมี บริษัท มิทท คอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นผู้ได้รับคัดเลือกให้ดำเนินโครงการ ปัจจุบันโครงการอยู่ระหว่างเตรียมการก่อสร้าง 

(ภาพ : งานประชาสัมพันธ์ กองยุทธศาสตร์ฯ เทศบาลเมืองพระพุทธบาท)

เหตุผลที่ต้องยื่นฟ้อง

“เครือข่ายชาวบ้านหนองไข่น้ำมายื่นฟ้องต่อศาลปกครองในครั้งนี้ เพื่อขอให้ศาลปกครองตรวจสอบกรณีที่มีการออกใบอนุญาตให้กับโครงการโรงไฟฟ้าขยะขนาด 9.5 เมกะวัตต์ ซึ่งโครงการนี้ได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ทางชุมชนร่วมกับมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม เห็นว่าการออกใบอนุญาตมีปัญหาความไม่ชอบด้วยกฎหมายอยู่หลายประการ อาทิ

1. ขัดต่อข้อกำหนดของผังเมืองซึ่งบริเวณสถานที่ตั้งโครงการกำหนดเป็นพื้นที่ชุมชน มีข้อกำหนดห้ามทำโรงไฟฟ้า 

2. ขัดต่อหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานเอง ที่กำหนดว่า การคัดเลือกพื้นที่ตั้งโรงไฟฟ้าจะต้องมีระยะห่างจากพื้นที่ชุมชนไม่น้อยกว่า 300 ม. แต่ปรากฎว่าระยะ 300 ม. จากโรงไฟฟ้าขยะแห่งนี้ มีประชาชนพักอาศัยอยู่ไม่น้อยกว่า 30 ครัวเรือน 

3. ขัดต่อกฎกระทรวงฉบับที่ 2 ตาม พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 กำหนดเกี่ยวกับความเหมาะสมของทำเลที่ตั้งโรงงาน ที่จะต้องมีบริเวณเพียงพอที่จะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบด้วย แต่อย่างที่เรียนข้างต้นคือมีหลายครัวเรือนอยู่ในระยะ 300 ม. 

นอกจากนี้ในขั้นตอนก่อนออกใบอนุญาตที่กำหนดให้มีการจัดรับฟังความคิดเห็น แต่การรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวก็ไม่ครอบคลุมประชากรส่วนใหญ่ ซึ่งอยู่ในระยะที่มีความเสี่ยงจะได้รับผลกระทบ

ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงนำมาสู่การยื่นฟ้องคดีในวันนี้” อัมรินทร์ สายจันทร์ ทนายความจากมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW) ให้สัมภาษณ์กับ นักข่าวพลเมือง Thai PBS หลังยื่นฟ้อง 

ภาพมุมสูงแสดงบริเวณที่จะสร้างโรงไฟฟ้าขยะ สภาพโดยรอบเป็นทุ่งนา มีบ่อน้ำธรรมชาติ บ้านเรือน หอพักหลายหลัง โครงการนี้จะนำเชื้อเพลิงขยะ RDF มาจากอำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี (ภาพและคำบรรยาย : สารคดี)

เสียงจากผู้ได้รับผลกระทบ

“พวกเราที่มาในวันนี้ส่วนหนึ่งเป็นชาวบ้าน 30 หลังคาเรือนที่อยู่บริเวณ 300 ม. รอบโครงการ บางคนไม่ถึง 300 ม. ด้วยซ้ำ ซึ่งพวกเราก็คัดค้านมาตั้งแต่ช่วงปี 63 เราทำมาแล้วทั้งเรียกร้องกับหน่วยงานในจังหวัดสระบุรี ร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรีในตอนนั้นซึ่งก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับ ซึ่งโครงการไฟฟ้า 9.5 เมกะวัตต์ ก็อยู่ในโครงการของรัฐบาลในสมัยนั้นด้วย 

โครงการเหล่านี้ไม่ใช่กระทบแค่พวกเราชาวหนองไข่น้ำ จ.สระบุรีเท่านั้นที่ได้รับความเดือดร้อน แต่ก็ยังมีอีกหลายจังหวัด หลายพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ 

นอกจากนั้นชุมชนของเราก็เป็นชุมชนเกษตรกรรม เราก็กังวลว่าถ้ามีโรงไฟฟ้าเราจะได้รับผลกระทบอะไรไหม ซึ่งผู้ที่จะก่อสร้างโรงงาน หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็บอกว่า ไม่มีปัญหาอะไรหรอก แต่เราคิดว่ามันมีปัญหาแน่นอน จากประสบการณ์ในหลาย ๆ ที่ที่มีโรงไฟฟ้าคล้าย ๆ แบบนี้ 

ที่สำคัญโครงการโรงไฟฟ้าหนองไข่น้ำ เป็นโครงการของอำเภอพระพุทธบาท ที่เอาขยะของอำเภอพระพุทธบาท มาเผาที่นี่ เราเลยสงสัยว่าทำไมพวกเราถึงต้องมารับสิ่งเหล่านี้ด้วย” หนึ่งในตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่ให้ความเห็น

“ที่มาวันนี้เรามาเพื่อลูกหลานของพวกเราต่อไปอนาคต เพื่อที่จะได้อยู่ในสภาพอากาศที่ดี ตัวผมเองก็อายุเยอะแล้ว คิดว่าอยู่ได้อีกไม่เกิน 50 ปี แต่สำหรับลูกหลานของผมที่จะอยู่อาศัยในชุมชนนี้ ก็อยากให้ได้อยู่อาศัยในอากาศที่ดี ไม่อยู่ในมลภาวที่เป็นพิษทั้งเสียง ทั้งควัน ทั้งกลิ่น จึงอยากจะฝากไว้ในสิ่งที่เรามาวันนี้” ตัวแทนผู้ได้รับผลกระทบอีกคนกล่าว

(ภาพ : เทศบาลเมืองพระพุทธบาท)

หวังเกิด “บรรทัดฐานใหม่”

“เราคาดหวังว่าศาลปกครองจะทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐ และวางบรรทัดฐานเพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิในการมีชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี สิทธิในการมีส่วนร่วมจัดการดูแลรักษาทรัพยากรสิ่งแวดล้อมของชุมชน 

สำหรับกระบวนการในเบื้องต้นก็จะมีการพิจารณาตรวจรับคำฟ้อง หลังจากนั้นภายใน 1 เดือนก็จะส่งไปให้ผู้ถูกฟ้องคดีโต้แย้ง ก็คือ กกพ. โดยคาดว่าภายใน 2 ปี จะได้ฟังคำพิพากษาชั้นต้น” ทนายความจากมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม กล่าวปิดท้าย